แนวคิดหาเสียงผู้ว่ากทม.
ธค. ๒๕๕๕ นี้ หลายท่านกำลังหาเสียงเพื่อเป็นผู้ว่ากทม. คนต่อไป ผมจึงขอเสนอนโยบายให้เป็นทางเลือก ท่านใดจะเอาไปหาเสียงก็ไม่ว่ากันครับ คิดให้ฟรีๆ
1) ลดค่าทางด่วนที่สร้างเก่าลงครึ่งหนึ่ง (ทางด่วนไทยมีแต่ขึ้นราคา ในขณะที่เมืองนอกเขามีแต่ลดราคาลง ภายหลังที่เก็บครบกำหนดส่งเงินต้นพร้อมดอกแล้ว) ส่วนที่สร้างใหม่ยังใช้หนี้ไม่หมด ก็มาตกลงราคาใหม่ ที่อาจต่ำกว่าเดิมเพราะมีกำไรมากเหลือเกิน อาจต้องเจรจากับการทางพิเศษ โดยกทม. ขอซื้อสัมปทานมาทำเอง ...กำไรที่ได้ (ซึ่งรถติดและเก็บแพงแบบนี้มันกำไรมหาศาลอยู่แล้ว) ให้เอามาเป็นกองทุนเพื่อสร้างเส้นทางใหม่ หรือ เอาไปปรับปรุงระบบการจราจรทั่วไป
2) ลดการติดขัดจราจรลง 3 เท่า ด้วยการทำ ไฟจราจรแบบ timing ทั่วกรุง เพิ่มวินัยจราจร และ สร้างพฤติกรรมการออกตัวรถเร็วขณะเปิดไฟเขียว(ซึ่งผมได้โพสต์มาให้อ่านกันแล้ว มันจะเพิ่มอัตราไหลได้ ๕ เท่าสบายๆ และง่ายนิดเดียว)
3) จัดระเบียบทางเท้า ....ให้นักท่องเที่ยวเดินได้สะดวก ส่วนผู้ค้าจัดสรรพื้นที่ให้ขายอย่างมีระเบียบ โดยเฉพาะสุขุมวิทย์ สยาม สีลม พัฒนพงษ์
4) กทม. สว่างไสวยามค่ำคืน ริมถนน ตรอก ซอกซอย สว่าง ปลอดภัย ...วันนี้ ขนาดสีลม สุขุมวิทย์ พัฒนพงษ์ เยาวราช ยังมืดเลย แถมทางเท้าขรุขระ สกป. เต็มไปด้วยขยะ ขี้หมา ขอทาน อีกต่างหาก
5) กทม. ไร้ฝุ่น ...จัดให้มีรถดูดฝุ่นทุกสัปดาห์ ห้ามรถขนดินวิ่งเข้ากทม.โดยไม่มีการคลุมที่มิดชิด (พวกนี้แหละที่ขนฝุ่นเข้ามาตกในเมือง )
6) น้ำประปาดื่มได้...ฝรั่ง ญี่ปุ่น เขากินน้ำประปากันหมด แม้ในโรงแรมห้าดาว แต่ไทยเรา แม้บ้านนอกคอกนา ก็กินน้ำขวด ....โหยมันรวยกันแท้ แต่ที่แน่ๆ คือเทศบาลทอดธุระ ใครหาเสียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ผมเลือกแน่
7) อาหารสะอาด ไร้สารพิษ ทั้งอาหารสด และอาหารปรุง ทำงานร่วมกับ สธ. รวมทั้งสุขอนามัยร้านอาหาร (เช่น การล้างจานแบบน้ำไหล การเช็ดโต๊ะ)
8) กทม.เมืองไร้ด่านตำรวจ ....ลอนดอน นิวยอร์ค เขาไม่มีสักด่าน แต่กทม. ทำไมมันมากเหลือเกิน จะด้อยพัฒนา เป็นรัฐตำรวจกันไปถึงไหน ...ใครหาเสียงประเด็นนี้เรื่องเดียว ผมยกครัวเลือกแน่
9) ข้อมูลกลางอินเตอร์เน็ทช่วยให้คนมาจับกลุ่มกันเพื่อ carpool (ผมได้เขียนรายละเอียดไว้แล้วในบทความก่อนๆ )
10) รถตู้บริการรับส่งนักเรียนถึงบ้าน (ทำได้ไม่ยาก และเลี้ยงตัวเองได้ด้วย)
11) ออกกฎการประกันภัยรถยนต์ใหม่ ....การชนกันแบบไม่มีคนบาดเจ็บ ให้ต่างแยกย้ายกันไปซ่อมเองด้วยประกันภัยของตนโดยไม่ต้องมีตำรวจหรือผู้แทนประกันมาทำเรื่อง (จะได้ไม่เสียเวลาทำให้รถติด)
12) ป้ายบอกเส้นทางอัจฉริยะ ไม่จำเป็นต้องเป็นไฟฟ้า เป็นป้ายธรรมดานี่แหละ เพียงแต่ให้บอกก่อนถึงแยก ว่าข้างหน้าถนนอะไร เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาไปไหน และบอกให้อัจฉริยะด้วย รวมทั้งบอกด้วยว่าขณะนี้กำลังขับอยู่บนถนนอะไร จะได้รู้ว่าแยกหน้า ถนนอะไรตัดกับอะไร อย่างน้อยก็ยังมาคลำทางจากแผนที่ได้ บ่อยครั้งไม่รู้ว่าแยกหน้าอะไรตัดกับอะไร ทำให้พะว้าพะวัง แล้วเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย หรือ หลงทางไปไกล
13) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ริมเจ้าพระยา พร้อมสะพานข้ามแม่น้ำแบบคนเดิน ...ผมได้เสนอไว้แล้ว และมีคนได้ยินแล้ว จนเอาไปต่อยอดว่าจะสร้างสวนที่ฝั่งธนฯ ยาวเป็นกิโล ลึก ๒๐๐ เมตรเห็นจะได้ โครงการหมื่นล้าน ที่ริมถนนเจริญนคร (ผมไปเห็นว่าเป็นที่ดินผืนเดียวขนาดใหญ่ที่เหลืออยู่จึงได้เสนอออกมา จนมีคนได้ยิน) ....สวนนี้จะเพิ่มเสน่ห์ให้กทม. ได้มาก จนกลายเป็นเมืองระดับโลก ...แต่ผมขอเสนอให้กทม. ลงทุนสร้าง สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำจพย. จากสีลม ไปยังสวนนี้ โดยมีที่ให้หยุดยืนชมแม่น้ำยามค่ำคืนด้วย ....แม้จะฟุ้งเฟ้อไปหน่อย แต่ก็ยอมนะ หรืออาจกู้เงินมาสร้าง แล้วเก็บเงินค่าข้ามคนละ ยี่สิบบาท รับรองว่ามีคนมากันวันละหมื่นเป็นแน่
14) จักรยานฟรี...จอดไว้ตามสถานีขนส่ง ทำได้ไม่ยาก ได้โพสต์ไว้แล้วในบทความก่อน
15) กทม. เมืองน่าอยู่ ๑ ใน ๑๐ ของโลก ....ทำได้ คือ สะอาด ไร้ฝุ่น รถไม่ติด อาหารอร่อย สะอาด ถนนข้าวสาร ค่าครองชีพถูก สะพานข้ามแม่น้ำแบบคนเดินเท่านั้น และอื่นๆ ที่ว่ามาในข้อก่อนๆ
ทุกอย่างที่ว่ามาอยู่ในวิสัยที่ทำได้ และน่าทำมาก อย่างน้อยก็หาเสียงไว้ก่อน แต่แปลก กลับไม่มีคนใดจะทำเรื่องเหล่านี้เลย หันไปหาเสียงกันแต่โครงการแพงๆ เช่น รถไฟลอยฟ้า ใต้ดิน ...คิดกันได้แค่นี้จริงๆ
คนถางทาง (๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๕)
กทม. เมืองคนใจดี มีวินัย ไร้ฝุ่น
(ถ้าได้เพียงนี้ก็ดีโขแล้ว)
ตามมาให้กำลังใจค่ะ
เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ขอให้มีใครใช้นโยบายของอาจารย์ไปหาเสียงบ้าง
ผมจะเลือกเหมือนอาจารย์ครับ
ผมชอบข้อ 12 นะครับ ประเทศไทยเราขาด "ป้ายบอกทางอัจฉริยะ" ที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า คือบอกข้อมูลให้ตรงกับสิ่งที่ผู้ต้องการข้อมูลต้องการ เอามือเขียนยังมีประโยชน์กว่าป้ายไฟฟ้าสวยๆ ที่มีข้อมูลไม่เกี่ยวกับถนนครับ