วันอาทิตย์ ที่ 2 ธันวาคม 2555
กราบสวัสดีค่ะครู
จากที่เมื่อคืนก่อนเข้านอน หนูถามตัวเองว่าจะนอนดีไหม ถ้านอนแล้วน่าจะได้งีบประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง ตัดสินใจงีบเจ้่ค่ะกลายเป็นว่าหลับยาวเกือบสามชั่วโมง ตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงก๊อกแก๊กไม้ดัง ใจหนูตอบรับสิ่งที่ได้ยินว่า "ครูลุกแล้ว"
กดดูนาฬิกสเฮ้ย อีกสี่นาทีตีสี่ หนูรีบลุกไปปลุกเด็ก เพราะสิ่งนี้พอจะช่วยผ่อนแรงครูได้ ตอนแรกไม่ทราบว่าไฟดับ ได้ยินครูเอ่ยว่าให้เอาตะเกียงไปด้วย จึงเตือนให้ทุกคนหยิบของตนเองติดมือมา
พอถึงตอนทำครัวใจหนูไม่เบานัก ได้แต่ท่องคำบริกรรมประคองใจตนเอง ไม่ให้หมองซ้ำ ไปๆมาๆ แง่ว แก๊สหมด แต่ก็มีเสียงเตือนตนเอง ทำอะไรบอกครูก่อน จึงปรึกษาครู แล้วครูก็เมตตาให้พิจารณาเอง
โทรหาแม่กุลท่านไม่รับสาย หนูจึงเดินไปติดเตาถ่านไว้ 2 เตาแผลสอง แล้วก็ขอโอกาสไปสั่งแก๊สที่บ้าน ใช้เวลาพอสมควรเพราะ ท่านยังไม่เปิดบ้าน นึกๆขำตนเอง แต่ก็สมเพช ใจที่มันไม่คล่องตัวด้วยความคิดไม่ดีที่สลัดไม่ออกเจ้าค่ะ
ที่หนูยังไม่ได้สารภาพคือ เมื่อวาน คืนวันเสาร์ หนูง่วงมาก หลังจากลงจากกุฏิครูแล้วมาเดินจงกรมเดินยังไงก็ง่วงก็หลัง ก็ท่องคำบริกรรมแนบไว้แต่ก็หลับ มันจะทะลุทางจงกรมจนเตะเทียนล้มแล้วดับ รอบแรกผ่านไป หนูก็จุดใหม่ ทนเดินต่อเพราะยังไม่ครบเวลาที่กำหนดไว้ จะเดินทะลุเทียนดับอีกรอบ ก็จุดใหม่แบบที่เจ็บใจตนเอง
ครานี้หนูเจ็บใจจนจะร้องไห้ เดินเร็ว ๆ แบบแทบจะวิ่ง เปิดฟังวิทยุหลวงตาด้วยน้อยใจกับตนเองที่ อะไรนักหนาวันนี้ทั้งวัน ก็แทบต้องท่องคำบริกรรมประคองใจไว้ตลอดเพราะมีแต่จิตหมองๆคิดไม่ดีเกิดขึ้น ดีหน่อยที่ท่องๆไปแล้วสำรวจได้ว่ อะไรที่ควรทำแล้วยังไม่ได้ทำ อะไรที่ครูสั่งไว้แล้วแต่ยังทำไม่ิรียบร้อย ทำได้ก็จะรีบทำเจ้าค่ะ
หนูเจ็บใจความชั่วของตัวเอง ยอมรับว่าวันเสาร์หนูพยายามแบบพยายามข้างในกับตนเอง หลวงตาเทศน์ ประมาณว่า มีแต่ความชั่วครองจิตครองใจมานาน มันก็ต้องฝึก ถ้ามันยังฝึกไม่ได้ก็แสดงว่ายังทำไม่พอ ท่านฝึกปฏิบัติมาก็แลกกับความเป็นความตาย ไม่ได้เหลาะแหละ จะมาท้อแท้ให้เสียเวลาทำไม
หนูน้ำตาไหลเลยเจ้าค่ะ ก็ยังคงเดินเร็วทั้งน้ำตาอาบแก้มแล้วก็รู้สึกว่าข้างในเบาสบายหายง่วง
แล้วก็รู้สึกว่า "ฮึ ความง่วงหายไปไหน ตะกี้ยังหลับเอา หลับเอา แบบหลับค้างกลางอากาศ"
เดินต่อไปเรื่อยๆแม้จะรู้สึกว่าครบเวลาเเล้วเจ้าค่ะ พิจารณานี่ซินะที่ครูบอกเสมอๆว่า
"เดินจนกว่าจะหายง่วง แต่ก็เหมือนยังไม่แน่ใจกับตนเองเจ้าค่ะ เหมือนได้เปลี่ยนอารมณ์เพราะได้ฟังเทศน์จากหลวงตาว่า อย่ามาท้อแท้ให้เสียเวลา เลยรู้สึกว่าต้องทำต่อไป"
พอได้แก๊สก็ทำอาหารแล้วก็จัดการติดภาพขยะที่ครูเมตตาให้ติดที่ฝาถัง
เข้ามาเด็กๆเตรียมตัวพร้อมมากเจ้าค่ะ พอได้เวลาก็เหมือนเราไปทำหน้าที่ทราบว่า ครูและน้องภัส ไม่ลงลานธรรม ใจหนูก็ระลึกว่า "อยากทำมั่ง" แต่หนูต้องมีหน้าที่ ไม่ว่าอยากทำหรือไม่อยากทำแต่ก็คือ หน้าที่
จิตหนูุไม่ได้ดีขนาดที่อยากทำิรื่องราวเหล่านี้เอง แต่ที่ทำเพราะระลึกว่า เป็นสนามฝึกที่ครูชี้ให้ฝึกเพื่อดูตนเองให้เห็นทั้ง ดีและชั่ว แล้วก็เอาที่ชั่วๆ หาทางชำระมันออกไป ชำระเองไม่เป็นครูก็ช่วยถากออก นี่คือสิ่งที่ปรากฏกับตนเองเจ้าค่ะ
เข้ามาครูเมตตามอบหมายให้ไปทำธุระที่ยโสธรพาเด็กๆไปด้วย เสียงโอดครวญกับฝีมือการขับรถของหนูเด็กๆช่างหน้าสงสาร เป็นโจทย์กับหนูว่า ทำยังไงจะขับรถให้คนนั่งไม่เมาแล้วไม่ช้า แต่ก็ทำไม่ค่อยสำเร็จสักที ดูเวลาแล้วเด็กๆกลับมาไม่ทันเพล ทุกคนตกลงว่า "ไม่รับเพล"
วนซื้อของครูค่ะเป็นวันมหัศจรรย์ ที่แรกที่ไป ร้านเติมไนโตรเจนปิด ลงไปสอบถามทราบว่า
"ปิดไปทำบุญวันนี้แหละวันเดียว"
ช่างเหมาะเจาะ หนูจึง sms แจ้งครู ที่ ๆ 2 ร้านไหมพรม เบอร์ที่ต้องการหมด
หนูอึ้งกับตนเอง
พอถึงนานาภันณ์ น้องภัสบอกว่า ขอเวลาส่วนตัวดูของ หนูอืม ครั้งก่อนแว๊บไก็ไปได้กระเป๋ามา หนูจึงบอกว่าหนูต้องเดินไปข้างหน้าเพื่อกด ATM กสิกร ไม่สะดวกพาเด็กๆไปด้วย จึงให้เด็กทั้งหมดไปกับน้องภัสเจ้าค่ะ
พอเสร็จหนูไปดูไหมพรมที่ร้านข้างๆไม่มีเบอร์ที่ต้องการอีก จึงเข้าไปดูน้องๆเสร็จพอดีเจ้าค่ะ หนูมาพร้อมโกโก้ให้เด็กๆคนละแก้วเพราะคิดว่าน่าจะเริ่มหิวและซื้อน้ำส้มเผื่อไว้อีกคนละขวด ได้รับมอบภารกิจต่อหาซื้อเก้าอี้ ออกมาร้าน ต วิไล ปิด ขับออกมาร้านข้างนอกก็ปิด ขับวนกลับมาร้านตรงข้ามกสิกรก็ปิด ไปได้ตรงตรงข้างคลีนิคหมอเทียนชัย น้องภัสบอกว่า แค่เห็นคลีนิคหมอก็ผวาแล้ว
ขากลับน้องัสบอกเด็กๆว่า "เงียบหน่อยสักพัก"
พอเงียบลงหันไปเด็กๆหลับหมดเจ้าค่ะครู
หนูเองก็พลอยรู้สึกง่วงด้วยเหมือนกัน ประคองสติ เหมือนที่ทำกับตนเองในทางจงกรม
พอครูโทรมาจึงให้น้องภัสถ่ายภาพส่ง smsให้ครู
พอส่งงานครูเสร็จจึงขอเข้าไปพัก แล้วครูุก็เมตตาให้เย็บผ้ากรองให้ ผืนแรกผ่านไปไม่ผ่าน เพราะหนูคิดเอาเองว่าครูน่าจะเอาไว้กรองปานะ จึงทำแบบที่เคยทำในครัว พอส่งครูบอก "ใหญ่ไป เอาฉบับพกพา" หนูจึงทำมาใหม่
แล้วครูก็มอบหมายภารกิจในอาทิตย์หน้าและชี้ว่า ฝึกการบอกบุญชวนคนมาร่วมทำบุญเพราะทุกๆอาทิตย์หนูจะซื้อของเข้าครัวที่วัด
ครูเมตตาให้ต้นทุนม่ 1000 บาทเป็นขวัญถุงตั้งต้น
กับการทำโรงทานวัตถุดิบทำอาหารถวายพระ โดยมีครู น้องภัสและแม่ออกน้อย ๆเป็นเรี่ยวแรงหลักในการทำอาหาร
บ่ายๆเด็กๆดูพุทธประวัติบ่ายสามช่วยกันกวาดตาดเสร็จแล้วเราก็ชวนกันออกมาหาครูที่ศาลาเพื่อลากลับบ้านเจ้าค่ะ
เหมือนหนูเองยังมาตกม้าตายตอนจบ
ที่พอขับรถกลับบ้านถึงบ้านของีบชัวโมงหนึ่งขณะที่ทุกคนในบ้านทานข้าว แล้วหนูก็หลับยาวถึงสว่างเลยค่ะครู
เป็นอีกวันที่ได้ทำอะไรหลายๆอย่าง
แล้วครูก็เมตตาให้กำลังใจด้วยการส่ง sms มาบอกว่า
"เราว่าอาทิตย์นี้ติ๋ว ok นะ"
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ
