วันนี้คงเป็นวันหมดเขตรับข้อเขียนเรื่อง "แท็บเล็ตเพื่อการศึกษา" ตามประกาศของหน้านี้ ผมมีเวลาได้ร่วมเฮและฮาตามประสาศิลปินเหี่ยว โดยผมตั้งชื่อเรื่องว่า แง่มุมความคิดของผู้ที่ยังไม่ซื้อ"แทบเล็ด"มาใช้

คอมพิวเตอร์เครื่องเล็กชนิดพกพาคือ "แทบเล็ด" นี้ อาจเป็นของเล่นธรรมดาๆของผู้ใหญ่และเด็กก็เล่นได้ด้วย ย้อนไปเมื่อประมาณปี ๒๕๓๙-๒๕๔๑ ผมเห็นเพื่อนนั่งเล่น Icq Pirch และอื่นๆ พร้อมกับจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งยิ้ม หัวเราะ ด่า ฯลฯ ผมได้แต่คิดในใจว่า เสียเวลาแท้ๆ แต่แล้ววันหนึ่งผมก็หลวมตัวเข้าไปในโลกนั้นชนิด "ฉันรักเธอทุกวัน" ต้องเรียกว่า ผมเป็นประเภทกลืนน้ำลายตัวเอง หมายถึง ปฏิเสธได้ไม่นานก็ยอมรับสิ่งที่ปฏิเสธนั้น ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อเรายังไม่พบประโยชน์ เราจะยังคงเชื่อไม่ได้ว่าสิ่งนั้นมีประโยชน์หรือไม่

หลายปีที่ผ่านมา ผมพบว่า คอมพิวเตอร์มีประโยชน์มากทีเดียวกับการแสวงหาความรู้ แต่ดูไปดูมา เช่น การอ่านข้อมูลเก็บเกี่ยวความรู้ จะไม่ต่างจากโลกภายนอกคอมพิวเตอร์นั้นคือ เราต้องเลือกสรรสิ่งที่เป็นประโยชน์ด้วยตัวเอง เหมือนกับเราเข้าร้านขายหนังสือ เราต้องเลือกในสิ่งที่สอดคล้องกับความต้องการของเรา คอมพิวเตอร์เครื่ืองแรกที่ผมซื้อเป็นสเปกสูงสุด (ในระดับเครื่องตลาด)ในขณะนั้น ซื้อที่พันทิพย์พลาซ่า แต่ผมเอามานั่งพิมพ์งาน และหาข้อมูล ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับกราฟิคเลย มาทุกวันนี้ งานหลักของผมคือพิมพ์และหาข้อมูล ตลอดถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูล ผมเตือนกับตัวเองว่า ผมจะไม่ซื้อคอมพิวเตอร์แบบนั้นอีก ผมเชื่อว่าหลายคนเป็นอย่างผม คือสิ่งที่นำมาใช้ประโยชน์จริงมันน้อยนิดนักกับศักยภาพของคอมพิวเตอร์ 

รัฐบาลชุดใหม่เข้ามา มีนโยบายแจก "แทบเล็ด" ให้กับนักเรียน ส่วนหนึ่งคือเพื่อให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เราเชื่อว่าเป็นความก้าวหน้าของโลกอย่างไม่หยุดยั้ง แล้ว "แทบเล็ด" ก็ตกไปถึงมือนักเรียนจริง โดยรัฐบาลสั่งของดังกล่าวนี้มาจากจีน เราเคยตั้งคำถามไหมว่า ทำไมรัฐบาลไทยไม่ผลิต "แทบเล็ด" ด้วยศักยภาพของรัฐบาลเอง "ผลิตเอง ใช้เอง" หรือให้เด็กทำ "แทบเล็ต" ขึ้นมาด้วยตัวของเด็กเอง(มันจะเป็นไปได้อย่างไรเล่าคุณ...เพ้อไปแล้ว...ก็น่าจะประมาณนั้น)

เมื่อสองเดือนก่อน ชาวนาครอบครัวหนึ่งที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ่อทำนาคนเดียว แม่อยู่บ้าน ลูกชายคนเล็กอยากได้ "แทบเล็ด" เพื่อเอามาหาข้อมูลและพิมพ์งานส่งครู แม่เอาเงินจากการทำนาบนแรงกายแรงใจของพ่อแอบไปซื้อ "แทบเล็ด" ให้ลูกชายในราคา หนึ่งหมื่นเจ็ดพันบาท เมื่อซื้อมาแล้วสิ่งที่เด็กชายทำเป็นกิจวัตรคือเล่มเกมส์ออนไลน์ พ่อรู้ว่าแม่แอบเอาเงินไปซื้อถึงกับไม่พอใจมาก เนื่องจากอยู่นอกเมือง จึงไม่มีสัญญาณไวไฟใช้ คงต้องอาศัยโทรศัพท์เคลื่อนที่ เดือนแรกเสียเงินไปพันกว่าบาท อย่างไรก็ตาม เด็กชายก็ไม่ได้เอาไปพิมพ์งานหรือหาข้อมูลใดๆมากมาย เพราะเขาเป็นลูกชาวนา พ่อคงสอนได้เพียงว่าทำนาอย่างไร ส่วนแม่ก็คงบอกลูกได้ว่าอย่างไร แต่ไม่ใช่การใช้ประโยชน์และประโยชน์ที่คุ้มค่าจาก "แทบเล็ด" 

ผมเพิ่งกลับมาจากชุมพร แม่บอกว่า น้องชายไปเปียแชร์ได้เงินมาเกือบสามหมื่น เอาเงินส่วนหนึ่งไปซื้อ "แทบเล็ด"ให้ลูกชายที่เรียนอยู่ชั้นประถม ราคาหมื่นกว่าบาท ผมยิ้มให้แม่และบอกว่า ทันสมัยดีแท้ๆ ผมยังไม่มีปัญญาซื้อหามาใช้เลย เด็กเดี๋ยวนี้น่าอิจฉาแท้ๆ ผมยังไม่พบน้องชาย หากพบก็คงได้เล่น "แทบเล็ด" ด้วย

ในโรงเรียน หากมี "แทบเล็ด" หนึ่งตัว ให้เด็กสองคนใช้ร่วมกัน เราก็รู้อยู่แล้วว่า เดี๋ยวก็แย่งกัน ดังนั้น ทำอย่างไรให้เด็กมีพร้อมกับทุกคน เราก็ต้องหาซื้อให้เด็กแต่ละคน โดยไม่ต้องแย่งกันต่อไป หากศักยภาพที่พอจะซื้อได้มีอยู่ เราก็คงซื้อให้ลูกหลานของเราแน่นอน แล้วถ้าบางครอบครัวไม่มีศักยภาพพอ ก็ต้องหยิบยืมเขาไปก่อน หากหยิบยืมไม่ได้ ก็ต้องผ่อนส่งให้ลูกได้เรียนเท่าทันกับเพื่อนเขา 

วันนี้ผมยังไม่ได้ซื้อ "แทบเล็ด" มาใช้ ทั้งที่รู้ดีว่า ดีกว่าการแบกหนังสือหลายๆเล่ม ดีกว่าการต้องหิ้วโน๊ตบุ๊คตัวใหญ่ๆไปไหนมาไหน เรียกว่า "แทบเล็ด" เครื่องเดียวเบ็ดเสร็จทั้งโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ ปากกา สมุดโน๊ต ยางลบ ความรู้ที่หลากหลายอย่างหาประมาณมิได้ ฯลฯ แต่ก็ยังไม่ได้ซื้อมาใช้สักที เห็นเหล่าเพื่อนๆจำนวนหนึ่งบอกว่า ซื้อ"แทบเล็ด"มาใช้แล้ว สะดวกมาก คุณสมบัติครบครัน แต่ก็หันมาดูัตัวเราว่า ในชีวิตจริงของเรา เราอยู่ในสถานการณ์แบบใด ความจำเป็นเร่งด่วนใน "แทบเล็ด" มีหรือไม่ ถ้าจำเป็นเร่งด่วน หากต้องมีหนี้สินเพิ่มขึ้น เราก็ต้องยอม แต่เพราะเรายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ผมจึงยังไม่แสวงหาหรือยังไม่ได้ต้องการ "แทบเล็ด" มาใช้ 

เท่าที่เห็นคนรอบตัวใช้ "แทบเล็ด" คือการเชื่อมต่อกับเฟสบุ๊คแล้วใส่ภาพที่ตัวเองไปเที่ยวลงไป พร้อมกับบอกสมาชิกสัมคมออนไลน์ว่า ไปเที่ยวที่ไหน ทำอะไร ฯลฯ ซึ่งคอมพิวเตอร์ทั่วไปก็ใช้ได้อยู่ ถ้าเราเป็นนอนหนังสือและ นักแสวงหาความรู้ตัวยง "แทบเล็ด" จะมีประโยชน์ยิ่งตลอดเวลา และคิดว่ามีประโยชน์มากกว่านั้นหากเราเข้าถึงศักยภาพที่แท้จริงของมัน ปัญหาคือ ผมยังไม่มีศักยภาพที่จะเข้าถึงศักยภาพที่แท้จริงของมัน


หมายเหตุ : "แทบเล็ด" คือของเล่นมีราคาซื้อหามาได้ทำเองไม่เป็น รายได้น้อย แต่อยากจะมี กว่าจะหามาได้ก็ "แทบน้ำตาเล็ด" ทีเดียว เพราะสิ่งนี้คือ "แทบเล็ด"