นายอานนท์ ภาคมาลี (หมอแดง)

    

                    

               

 ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านโป่งก้อนเส้า ตำบลท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่1 เดือนตุลาคาคม พุทธศักราช 2539 ข้าพเจ้าไปปฏิบัติงานที่สถานีอนามัยโป่งก้อนเส้า ตำบลท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรีเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2540 – 2541มีการสำรวจพื้นที่ป่าตรงบริเวณนี้ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าซับป่าว่านโดยคณะของท่านปองพล อดิเรกสารมีหน่วยงานหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน กรมทางหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กรมที่ดิน กรมป่าไม้ สำนักรางวัด โรงปูนซีเมนต์ กองแบบแผน สาธารณสุข กรมการปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะปราง องค์การโทรศัพท์ ทำการสำรวจและดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พุทธศักราช 2542 และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีพื้นที่ประมาณ 13,850ไร่ มีความอุดมสมบูรณ์ ของหลากหลายชีวภาพทั้งพันธุ์พืชและสัตว์ป่านานาชนิดมีพื้นที่ติดต่อกับด้านตะวันตก ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบด้วยป่าหลายชนิด ได้แก่ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ป่าไม้เบญจพรรณ ก่อให้เกิดความหลากหลายของพันธุ์พืช เป็นต้นแหล่งกำเนิดน้ำตกต่างๆในพื้นที่พบพันธุ์พืชสมุนไพรต่างๆเช่น พญาเสือโคร่ง พญามีฤทธิ์ ม้ากระทืบโรง กราวเครือ โด่ไม่รู้ล้ม ว่าน เช่นว่านกระชับมดลูก รวมทั้งเห็ดชนิดต่างๆ เช่นเห็ดแชมเปญ (คล้ายแก้วแชมเปญ) เห็ดปากหมู เห็ดโคน สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณได้แก่ ช้างป่า กระทิง หมี กวาง เก้ง ลิง นางอาย อีเห็น กระจง หมูป่า กระรอก กระแต กระต่าย งูจงอาง งูเห่า งูก้านมะพร้าว งูเหลื่อม งูหลาม และนกอีกประมาณ 158 ชนิด เช่น นกโพระดก นกหัวขวาน นกกระแตแต้แวด นกปรอด นกขุนแผน นกเขาเขียว นกขมิ้น บินข้ามไปข้ามมาระหว่างศูนย์ศึกษาธรรมชาติกับเขาใหญ่

เส้นทางเดินป่าน้ำตกเจ็ดคดเหนือ กลาง ใต้ ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตรถึงน้ำตกเจ็ดคดเหนือ

เป็นน้ำตกสูง 4 ชั้น รายล้อมด้วยป่าไผ่ ในช่วงเดือนธันวาคม ตามลำห้วยจากน้ำตกจะมีดอกไม้ขึ้นตลอดเส้นทาง เดินลงมาทางทิศใต้ตามลำห้วยประมาณ 150 เมตร จะพบน้ำตกเจ็ดคดกลาง ซึ่งเป็นน้ำตกชั้นเดียว มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ให้ลงเล่นน้ำได้ หากเดินลงต่อไปอีกประมาณ 150 เมตร จะถึงน้ำตกเจ็ดคดใต้ เป็นนำตกชั้นเดียวที่มีความสวยงามสูงประมาณ 40 เมตร เป็นนำตก ที่ตกลงมาตั้งฉากกับลำห้วยเจ็ดคด สองข้างทางของลำห้วยเจ็ดคดเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ เช่นเอื้องหวายนา ดอกพนมสวรรค์ ดอกเข้าพรรษา ต้นไคร้น้ำ เฟริ์นก้านดำ กระแตไต่ไม้ และสัตว์นานาชนิด เช่นไก่ป่า ลิง ปูหิน ปูป่า ที่มีสีแดงๆเขียวๆ ปลาเล็กๆเวลาลงเล่นน้ำจะเข้ามาตอด แมลงปอ ผีเสื้อต่างๆหลากหลายสีสันรวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร(ไป-กลับ 6 กิโลเมตร)

เส้นทางเดินป่าน้ำตกเจ็ดคดใหญ่ เป็นน้ำตกที่สวยที่สุด น้ำตกเจ็ดคดใหญ่ จะมีน้ำตลอดปี ซึ่งน้ำตกอื่นๆ จะมีเฉพาะในฤดูฝน เส้นทางมีระยะทาง 4 กิโลเมตร (ไป-กลับ 8 กิโลเมตร) ที่น้ำตกเจ็ดคดใหญ่จะมีปลากดแก้ว ปลากระทิง ปลากั้ง ปลาซิว

เส้นทางอื่นๆไปยังน้ำตก เขาแรด เป็นเส้นทางระยะ 6 กิโลเมตร น้ำตกโกรกอีดก เป็นน้ำตกที่รวบรวมความงาม และมีความสูงถึง 7 ชั้น หรือ 350 เมตร ต้องนำรถไปจอดบ้านตระโกด้วนอยู่ห่างจากศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯประมาณ 20 กิโลเมตร เส้นทางเดินค่อนข้างลำบาก ต้องเตรียมสัมภาระ เสบียงอาหารให้พร้อม บางครั้งเดินออกไม่ทัน เนื่องจากฝนตก ระยะทางประมาณ ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 4-6 ชั่วโมง ลื่นหกล้มได้ง่าย เตรียมยาไปให้พร้อม ชั้นที่ 6 และชั้นที่ 7 สวยงามเป็นพิเศษ เดินไปประมาณ 2 กิโกเมตรจะมีเส้นทางเดินแยกซ้ายมือ ขึ้นไปบนเขาใช้เวลาเดินประมาณ 1-2 ชั่วโมงจะเป็นผากระจก(หิน) มองทะลุไปเห็นน้ำตกโกรกอีดก (เส้นทางนี้ผู้เขียนขึ้นไปมาแล้วกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้และนายพราน) เป็นช่องหินเหมือนช่องกระจก มีดอกไม้ที่สวยงามขึ้นอยู่สองข้างทาง หมูป่าชุมมาก อยู่เป็นฝูงใหญ่ 20-30 ตัว

มีจุดไว้ชมวิวสำหรับมองเห็นธรรมชาติ พระอาทิตย์ตก บรรยากาศล้มลื่นเหมาะสำหรับถ่ายภาพ ห่างจากศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯประมาณ 1.2 กิโลเมตร บางครั้งเก้ง กวางตัวใหญ่เดินออกมาให้เห็นเป็นประจำ (ข้าพเจ้าขึ้นมาเห็นบ่อยๆ) ไม่กลัวคน

น้ำตกหินดาด เป็นน้ำตกชั้นเดียว แต่กว้าง บริเวณเส้นทางดารดาษไปด้วยพรรณไม้ที่สวยงาม เช่น กล้วยไม้ ลิ้นมังกร ดอกเทียน

น้ำตกเขาแคบ เป็นน้ำตกสูง 7 ชั้น สูง 30 เมตร สวยงามมากช่องน้ำตก ตกลงมาเป็นช่องแคบ น้ำจึงทิ้งตัวลงมาเป็นช่องและกระแทกก้อนหินเบื้องล่าง แตกกระจายเป็นฝอย อ่างน้ำกว้างใหญ่และลึก น้ำเป็นสีเขียวมรกต

น้ำตกโกรกฝาผนัง อยู่ใกล้ๆกับน้ำตกโกรกอีดก มีความสูง 20 เมตรมีลักษณะเป็นผาชันสำหรับผู้เที่ยวโลดโผน

มีเส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งที่เข้าไปเที่ยว บุยายคล้อ เป็นเส้นทางเส้นทางหนึ่งที่ค่อนข้างลำบากใช้เวลาเดินประมาณ 6 - 8 ชั่วโมง สมัยก่อนชาวบ้านขึ้นไปทำไร่ มีต้นขนุนยักษ์ และกระเพรายักษ์ เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ ลูกขนุนใหญ่ประมาณ กรอบข้าวสาร 100 กิโล เม็ดขนุน เท่ากำปั้นผู้ใหญ่ แต่ให้ระวังหมี เพราะหมีชอบกินขนุนมาก ส่วนต้นกระเพรายักษ์ประมาณ 1 คนโอบ ลำต้นมีกลิ่นฉุนคล้ายกระเพรา ข้าพเจ้านำมาหนึ่งท่อนทุกวันนี้ยังเก็บไว้อยู่ ไว้ใส่ยาดองเป็นส่วนประกอบ

เมื่อปีพุทธศักราช 2549 ข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้รับการติดต่อจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี(ฝ่ายเภสัช) เข้ามาสำรวจสมุนไพรต่างๆร่วมกับคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ พบว่าสมุนไพรต่างๆมีจำนวนมากมายและเป็นป่าที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย