นั่งทบทวนกับตนเอง จากธรรมะเมื่อวานที่ครูเมตตาสั่งสอน เรื่องการชี้ข้อบกพร่องและการตำหนิ แตกต่างกันอย่างไร

สิ่งที่ครูทำ คือ การชี้ข้อบกพร่องเพื่อให้หนูได้แก้ไข เพื่อการก้าวไปข้างหน้าพัฒนาจิตใจให้รู้จักการเติบโต

หลายครั้งหนูยังโตแต่ตัว แก่แต่อายุ แต่ใจยังเป็นเด็กอมมืออยู่มากค่ะ ทำอะไรก็ยังพลาดบ่อยครูคอยตะล่อมไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางมาตลอด ๆ

แต่จิตหนูชั่วชอบตีความว่าครูตำหนิ

เมื่อวานนี้ครูคลี่ให้ดูว่า ตำหนิแตกต่างจากชี้ข้อบกพร่องอย่างไร


การตำหนิเป็นเพียงแค่อาการจับผิด สักๆแต่พร่ำบ่น ไปเรื่อย ดูเหมือนจะเจือด้วยกิเลสส่วนบุคคล หลายคราอาจจะเป็นความไม่ชอบใจของผู้กำลังตำหนิ

แต่ผู้ชี้คือ การส่องไฟให้เห็นข้อบกพร่อง แล้วก็ประคองให้เห็น แนวทางแก้ไข จวบจน พาให้แก้ไขจนเห็นผลว่า แก้แล้วดีขึ้นยังไง แตกต่างจากตอนที่ไม่แก้ไขยังไง


ตลอดเวลาที่รู้จักครูมาครู ทำเช่นนี้เสมอ ๆ คือ ชี้ข้อบกพร่อง นำร่องพาแก้ไข 

หนูแแตกต่างจากคนเดิมมากๆ จากเด็กผู้หญิงเปรี้ยว ๆชอบ วีน ว้าย เหวี่ยง โวย

บางทีก็ซ่าส์ เกินงาม

ตอนนี้เปลี่ยนไปมาก จนหลายคนจำภาพเดิมแทบไม่ได้


แต่ก็ยอมรับว่า แค่เปลี่ยนไป แต่ก็ยังไม่ได้ละชั่วได้ทั้งหมดค่ะ

จึงจำเป็นต้อง ฝึกฝนขัดเกลาอีกมาก


สิ่งที่ต้องปลูกกับตนเองให้เกิดคือ 

"ต้นกตัญญูรู้คุณครู"

สร้างศรัทธา ต่อความดีงาม 

รักษาวินัย

สร้างความเพียรกับตนเอง


ภาวนาเพื่อปิดทางไปนรก

นี่คือ ความปรารถนากับตนเอง


หนูโชคดีที่มีครู คุ้มหัวอยู่เสมอ

ถ้าไม่มีก็คงจะนึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าจะรับผลกรรมนั้นไหวไหม


ครูคือ ผู้ชี้ที่แท้ หัวใจแม่ของครู ทำให้หนูอบอุ่นเสมอ