ครบรอบร้อยปี Titanic ...รัฐนาวา Thaitanic เราจะเรียนรู้อะไรได้บ้างไหมเอ่ย

Thaitanic..รัฐนาวาไทยที่กำลังจะแล่นพาคนไทยทั้งชาติไปไหน

ขณะนี้ปี คศ. 2012  ครบรอบร้อยปีที่เรือTitanic อับปางจากการพุ่งชนก้อนน้ำแข็งใต้น้ำ คนทั้งลำตายกันมากกว่าค่อนลำเรือ   ส่วนตัวเรือก็ล่มจมหายไปใต้สมุทรแอตแลนติก

เหมือนเป็นลาง...ที่ชื่อไตตานิกเมื่อร้อยปีก่อนมาพ้องกับ รัฐนาวาไทย  Thaitanic ของเราในวันนี้อย่างน่าใจหาย  ..... แถมสภาพการณ์บนเรือก่อนการอับปางก็คล้ายกันอย่างเหลือเชื่ออีกด้วย

 เช่น เรือนี้เป็นเรือสำราญหรูหราที่สุด มีคนรวยเดินทางเพื่อความสำราญกันมาก  แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนจำนวนมากที่กำลังเดินทางหนีความยากจนข้นแค้นจากยุโรปเพื่อกระเสือกกระสนไปหางานทำ ไปหาชีวิตใหม่ที่อเมริกาโดยอาศัยเรือลำนี้


ช่างเหมือนกับรัฐนาวาไทยตานิก  ที่กำลังนำพาสิบกว่าตระกูลอภิมหาเศรษฐีร่อนร่าสำราญไปอย่างไร้ขอบเขต  ในขณะเดียวกันก็นำส่งรากหญ้า เสื้อแดง  แรงงานไปหาชีวิตใหม่ในอุตสาหกรรมแรงงานริมทะเลของนายทุนต่างชาติ  (ที่เรือลำนี้นำกลับมาในขาล่อง)  .....  รวมทั้งแรงงานพม่า ลาว เขมร ก็กำลังเดินทางมาแสวงโชค  .....ทุกคน ทุกชั้น วรรณะ ต่างมีหวังอันบรรเจิดเป็นของตนเอง 

เสียงหัวเราะ  เพลงแจ๊ส  ฟลอร์เต้นรำ  กาสิโน  ของคนรวยผู้มีโชควาสนาบนชั้นดาดฟ้า  ช่างขัดกันกับเสียงคุยกันเพื่อสร้างฝัน  เสียงเศร้าสร้อยจากเม้าท์ออร์แกนราคาถูก  และพื้นห้องกลาสีชั้นล่างที่เป็นที่นอนเรียงหัวปลาทูกันของคนจนนักแสวงโชค  ...มันต่างกันฟ้ากะเหว  แต่มันเหมือนกันยังกะแกะ


แต่อนิจจา ในที่สุด  เรือไตตานิกต้องจมลง เพราะ  1)  กัปตันเรือไม่เชื่อฟังข้อมูลเรื่องภัยอันตรายที่สถานีอุตุนิยมต่างๆ ได้ส่งข้อมูลเข้ามาเตือนเป็นระยะ  2)  แล่นเรือเร็วเกินไป   3) บริษัทเดินเรือใช้ช่องว่างทางกฎหมายที่ล้าสมัยในการไม่จัดการด้านความปลอดภัยหลากหลายอย่าง ซึ่งที่สำคัญที่สุดคือ  4)  การไม่จัดให้มีจำนวนเรือช่วยชีวิต ที่เพียงพอและพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน 


เรือThaitanic ของเรา ในวันนี้มีสภาวะคล้ายคืนวันก่อนที่จะเกิดการอับปางของเรือ Titanic เมื่อร้อยปีก่อนอย่างเหลือเชื่อ เช่น

1)  กัปตันเรือThaitanic  ไม่เชื่อฟังคำเตือนของปราชญ์ราชบัณฑิตทั่วแผ่นดิน ว่ามีภัยซ่อนเร้นเงียบเชียบอยู่ใต้น้ำ  โดยเฉพาะภัยจากการลงทุนจากต่างชาติที่มากเกินไป  ภัยจากหวยใต้ดิน  ภัยจากกาสิโน  ภัยจากการคอรัปชัน  ภัยจากการเล่นพวกเล่นพ้องญาติมิตร   แต่กลับเชื่อการสั่งการจากคนคนเดียวที่ไม่ประสีประสาเรื่องการเดินเรือ  มีแต่คุยโว  โอ้อวดเหลือเกิน

2)  กัปตันเรือ Thaitanic กำลังสั่งแล่นเรือ เร็วเกินไป (แม้ไม่มีข้อมูล  ความรู้ด้านความปลอดภัยประกอบมากนัก)  ดังนั้น หากชนหินเรือมันก็ต้องแตก เพราะแรงกระแทกมันมาก ถ้าวิ่งช้าลงสักนิด  แม้ชน เรือก็ไม่แตกหรอก  (ก็น่าเห็นใจกัปตันท่าน เพราะหากไม่แล่นเร็วอาจไปเร็วไม่ทันขึ้นฝั่งไปกินอาหารจานด่วนที่แสนอร่อย  เพราะมันอาจหมดเสียก่อน) 

3)  บริษัทเรือ Thaitanic ก็กำลังใช้ช่องว่างทางกฎหมายที่ล้าสมัยทำงานทั้งขึ้นทั้งล่อง อย่างสนุกสนาน ทั้งเพื่อประโยชน์ของตน และ เพื่อทำลายประโยชน์ของบริษัทเดินเรือคู่แข่ง ไม่ใช่หรือ 

4)  ไม่มีมาตรการใดเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐนาวาไทยทานิก  (เห็นมีแต่มาตรการเพื่อเพิ่มความฉุกเฉินให้เกิดขึ้น  เช่น กู้สารพัดกู้  ไร้วินัยการคลังหลากหลายรูปแบบ)


ขนาดเรือไตตานิกมีระบบดีพอควร ออกแบบมาโดยวิศวกรที่มีความรู้อย่างระมัดระวัง  มีกัปตันที่มีความรู้พอควร  ฝึกมาอย่างดี  ยังคว่ำ อับปาง ตายกัน สิ้นเรือ  แล้วไทยทานิก  ของเราวันนี้เรือก็ห่วย  (ออกแบบโดย....)  ระบบก็ห่วย  กัปตันก็ห่วย (มากถึงที่สุด)   ลูกเรือก็เอาแต่เมากันทั้งวัน  ....แล้วมันจะรอดหรือ จะไม่ตายกันหมด จนสิ้นชาติหรือ 

รัฐนาวาลำนี้ หากกฎหมายล้าสมัยก็ใช้ช่องโหว่หาประโยชน์ ..เท่านั้นไม่พอ กฎหมายอะไรที่ดี ล้ำสมัยก็เปลี่ยนให้เป็นประโยชน์แก่กัปตันและลูกเรือ เช่น ภาษีนิติบุคคล ๓๐% ลดเรือ ๒๐% หน้าตาเฉย อย่างรวดเร็ว (แล่นเร็ว)  เหลือเชื่อ  ....จนพวกผู้โดยสารชั้นพิเศษสิบกว่าตระกูล หัวเราะร่า จิบไวน์ขวดละแสนฉลองกันใหญ่  ท่ามกลางเพลงแจ๊สและฟลอร์เต้นรำ

ระบบเงินสำรองจ่าย  เงินคงคลัง  ซึ่งอุปมาเป็นเรือชูชีพของชาติ (life boat) ก็กำลังมองหาช่องทางลดลง เอาไปหาผลประโยชน์ในรูปแบบธุรกิจ  ตามที่กฎหมายมีช่องโหว่ให้   หากทำไม่ได้กำลังจะออกกฎหมายใหม่เพื่อทำให้จงได้


ครบรอยร้อยปี Titanic  ...รัฐนาวา  Thaitanic เราจะเรียนรู้อะไรได้บ้างไหมเอ่ย

ติ๊กๆๆๆ  ...............นาฬิกาปลุก (ให้ตื่นจากฝันดี)  กำลังหมุนไปทุกขณะ

...คนถางทาง (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)