นักประสาทวิทยาพบว่าพระธิเบตชาวฝรั่งเศสมีความสุขที่สุดในโลก

บุรชัย

คนไทยคงไม่ประหลาดใจที่มีข่าวว่า  นักประสาทชีววิทยาเพิ่งสแกนคลื่นสมองพบว่าพระลามะธิเบตชาวฝรั่งเศสรูปหนึ่งมีความสุขที่สุดในโลก

จากการวิเคราะห์คลื่นสมองขณะแผ่เมตตา โดยนักวิจัยประสาทชีววิทยา พบว่า ตั้งแต่เขาวิจัยมา ท่าน Matthieu Ricard ภิกษุ หรือ ลามะธิเบต ชาวฝรั่งเศษ ผู้จบ Ph.D. สาขา Molecular Genetics จาก Pasteur Institute ผู้เป็นศิษย์ของนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล Monod และเป็นบุตรชายของนักปรัชญาฝรั่งเศสที่คนรู้จักกันในนามปากกา Jean-Francoist Revel  เป็น "คนที่มีความสุขที่สุดในโลก" นักวิจัยเชื่อว่าเป็นผลจากการปฏิบัติกัมมัฏฐานบนเทือกเขาหิมาลัย เป็นเวลาหลายทศวรรษ 

ผมเข้าใจว่า ท่านคงเข้าสมถภาวนา โดยอาศัยพรหมวิหาร ๔ และผมออกจะเชื่อเอาเองว่าท่าน ริคาร์ด คงไปไกลว่าสามัญชน

คนสามารถฟังการบรรยายของท่านในหลายโอกาสได้จาก youtube หนังสือแปลของท่านเป็นภาษาไทยก็เคยมีขาย

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ข้อมูล ความรู้ ปัญญา

คำสำคัญ (Tags)#สมาธิ#กัมมัฏฐาน#ประสาทชีววิทยา

หมายเลขบันทึก: 507402, เขียน: 01 Nov 2012 @ 15:55 (), แก้ไข: 13 Dec 2012 @ 16:46 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 6, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก


ความเห็น (3)

  • น่าสนใจมาก
  • เข้าใจว่าฝึกกัมมัฏฐานนาน
  • ในปัจจุบันชาวตะวันตกสนใจสมาธิแบบตะวันออกมากขึ้นนะครับ

ใช่ครับ พระธิเบตจำนวนหนึ่งท่านหนีภัยจากการรุกรานของจีนไปเผยแพร่ธรรมะในสหรัฐฯ ฟังดูก็เป็น paradox

ผมเชื่อว่าการเข้าสมาธิแบบวัชรยานก็ไม่ต่างจากหินยานของเรา เขาอาจจะเน้น พรหมวิหาร ๔ เป็นหลัก (เพราะวัชรยานเป็นสายของพระโพธิสัตว์เป็นหลัก) และแผ่เมตตาไม่มีประมาณ เป็นอัปปมัญญา แต่พรหมวิหารก็เป็นกองหนึ่งอยู่ในกัมมัฏฐาน ๔๐ กองของพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว ทางหินยาน หรือ เถรวาทเราก็สอน

การแผ่อัปปมัญญาไม่มีประมาณมีประโยชน์ ทำให้จิตใจไม่แข็งเกินไป สมัยก่อนผมเคยฝึกกัมมัฏฐานกองอื่นๆ เน้นแต่อุเบกขา ใจแข็งปั๋งเลย ตอนนี้ดีขึ้นแยะครับ

แต่สำหรับคนทั่วไป ถ้าแผ่เมตตาอัปมัญญามากเกินไป แผ่จนรู้สึกหยาดเยิ้ม ราคะก็เข้าแทรกได้ ที่ปาราชิกกันไปก็มักเพราะแบบนี้ละครับ

ขออภัยครับ ผมคงมึนๆ ไปหน่อย ไปเปิดตำราแล้ว ตอบคอมเมนต์ข้างบนพลาดไปหน่อย ผมพลาดไปพูดรวมๆ กำกวม ระหว่าง เมตตา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพรหมวิหาร ๔ จะลบคอมเมนต์ข้างบนยังไม่ได้ แก้ใหม่ตรงนี้แล้วกัน

คือในส่วนล่างที่ถูกคือว่า

ผมเชื่อว่าการเข้าสมาธิแบบวัชรยานก็ไม่ต่างจากหินยานของเรา เขาอาจจะเน้น เมตตา เป็นหลัก (เพราะวัชรยานเป็นสายของพระโพธิสัตว์เป็นหลัก) และแผ่เมตตาไม่มีประมาณ เป็นอัปปมัญญา แต่เมตตาก็เป็นกองหนึ่งอยู่ในกัมมัฏฐาน ๔๐ กองของพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว ทางหินยาน หรือ เถรวาทเราก็สอน การแผ่อัปปมัญญาไม่มีประมาณมีประโยชน์ ทำให้จิตใจไม่แข็งเกินไป สมัยก่อนผมเคยฝึกกัมมัฏฐานกองอื่นๆ เน้นแต่อุเบกขา ใจแข็งปั๋งเลย ตอนนี้ดีขึ้นแยะครับ แต่สำหรับคนทั่วไป ถ้าแผ่เมตตาอัปมัญญามากเกินไป แผ่จนรู้สึกหยาดเยิ้ม ราคะก็เข้าแทรกได้ ที่ปาราชิกกันไปก็มักเพราะแบบนี้ละครับ