สำหรับร้านอาหารทั่วไป ผมขอเสนอว่า ให้ร้านอาหารเลิกใช้ Lกฮ แต่หันมาใช้ไฟจากน้ำมันใช้แล้วแทน เพราะร้านอาหารทุกร้านต้องมีน้ำมันเหลือใช้อยู่แล้ว จากการทอดต่างๆเช่น ทอดปลา ไข่เจียว ไข่ดาว เนื้อแดดเดียว
  • เพิ่มสุขภาพ  ความอร่อย  และ ลดราคา พร้อมกันไปในร้านอาหารไทย

ร้านอาหารไทยวันนี้นอกจากจะนิยมใช้น้ำมันทอดใช้แล้วซ้ำซาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว ยังนิยมเอาก้อนแอลกอฮอมาจุดไฟที่ก้นหม้อเพื่ออุ่นอาหารประเภทแกงให้เรา เช่น แกงส้ม ต้มยำ  แกงจืด  ซึ่งมีข้อเสียหลายประการคือ

1)  ไฟมันแรงเกินไป  จนอาหารเดือด ร้อนมากจนลวกปาก 

2) ไฟมันติดประเดี๋ยวเดียว มันก็ดับแล้ว  ทำให้ตอนท้ายๆ อาหารไม่ร้อน 

3) ร้านอาหารเสียเงินมากในการซื้อก้อนแอลกอฮอ  (แล้วมาชาร์จเพิ่มเอากับเราโดยปริยาย)

4) ภาชนะหุ้มแอลกอฮอ (สังกะสี) ก็ต้องเอาไปทิ้ง เป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม

ผมได้คิดค้นตะเกียงน้ำมันใช้แล้วแบบง่ายๆ  (โปรดูรูปการทดลองได้ที่ท้ายบทความนี้  (คอมเมนท์ของคุณชลัญธร)  )

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/507110

(ความจริงเรื่องนี้เป็นผลพลอยได้จากการที่ผมจะทำเตาจากน้ำมันใช้แล้ว  เพื่อทอดไก่ด้วยน้ำมันไก่)


สำหรับร้านอาหารทั่วไป  ผมขอเสนอว่า ให้ร้านอาหารเลิกใช้ Lกฮ แต่หันมาใช้ไฟจากน้ำมันใช้แล้วแทน เพราะร้านอาหารทุกร้านต้องมีน้ำมันเหลือใช้อยู่แล้ว จากการทอดต่างๆเช่น ทอดปลา ไข่เจียว ไข่ดาว เนื้อแดดเดียว


-ใช้ถ้วยน้ำพริกขนาดเล็ก ใส่น้ำมันใช้แล้วลงไป  มากน้อยแล้วแต่ต้องการไฟนานหรือเร็ว

-เอากระดาษทิชชู หรือ กระดาษ นสพ. มาปั้นเป็นเจดีย์  หรือจะใช้ ถ่าน หรือ ไม้ผุๆ ก็ได้ มาชโลมน้ำมัน แล้วเอาไปวางในถ้วยน้ำมัน (เท่าที่ทดลองมาถ่านไม้กระถินดีที่สุด ไม่ค่อยมีควัน เพราะมันมีรูพรุน ให้อากาศแทรกเข้าไปเผาไหม้ได้ดี) 

-เอาไฟจุด  โดยอาจใช้ตะเกียบจุ่มน้ำมัน แล้วเอาไฟแช็คจุดให้ติด แล้วเอาแหย่เข้าไปจุดกระดาษอีกต่อ 


การใช้ไฟต้มแบบนี้จะมีข้อดีคือ

1) ไฟลุกช้าและนาน ทำให้อาหารอุ่นแบบไม่เดือด แต่อุ่นนานเป็นชั่วโมง (ทดลองมาแล้ว) 

2) น้ำมันใช้แล้วจากร้านอาหารได้รับการบำบัด โดยไม่ต้องเอากลับไปใช้ใหม่  ทำให้สุขภาพลูกค้าดีขึ้น ลดการเป็นมะเร็ง 

3)  ร้านค้าประหยัดเงินซื้อ Lกฮ 

4) ไม่ต้องเอาปลอกสังกะสี Lกฮ ไป ทิ้ง


โปรดช่วยกันกระจายความรู้นี้ไปยังร้านอาหารต่าง ๆทั่วประเทศ  เพื่อสุขภาพของเราเอง  (และขอให้เขาลดค่า Lกฮ ให้เราสัก ๕ บาท ในการกินอาหารแต่ละมื้อ แล้วเอา ๕ บาทนี้ไปบริจาคการกุศล ตามแต่ท่านศรัทธาด้วยเทอญ

...คนถางทาง (๑ พย. ๒๕๕๕)