สิ่งที่น่ากลัวในอนาคต เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้เขียนได้กลับไปที่บ้านเดิมเพื่อไปหา "ฟ้าคราม" + ตาทวด กำลังเห็นพ่อบ้านขนย้ายไม้สักของตนเองซึ่งได้ให้น้องของพ่อบ้านมาทำการขนไปเพื่อสร้างบ้านให้กับหลาน ๆ พอดีมีประธาน อปพร. ซึ่งอา (น้องของพ่อบ้าน) ได้จ้างรถมาเพื่อขนไม้ไปบ้านของอา พวกเราได้พูดคุยถึงเรื่องการเมืองท้องถิ่นกัน ผู้เขียนได้หยอดคำถามไปว่า อบต. บ้านเรามีการแจกเงินหรือเปล่า? ผู้เขียนก็ได้คำตอบว่า "มีสิ" เบอร์ละ ๕๐๐ บาท แล้วบ้านเรามีคนทั้งหมดกี่คนล่ะ ได้รับคำตอบมาว่ามีคนประมาณ ๘,๐๐๐ คน ในหัวของผู้เขียนคิดเบ็ดเสร็จว่า จำนวนคน ๘,๐๐๐ คน ๆ ละ ๕๐๐ บาท เป็นเงินรวม ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วค่าใช้จ่ายอื่นอีกรวมแล้วประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ที่ผู้หาเสียงต้องนำเงินมาแลก แลกเพื่อให้ได้เป็น อบจ. อบต. กัน)...โอโห!!! อะไรมันจะปานนั้น...พ่อบ้านบอกผู้เขียนว่า...นี่ไง เราห่างสังคมของชาวบ้านไปนานน่ะ มัวไปทำงาน "รับราชการ" กันอยู่สิ ถึงไม่รู้ว่า สังคมชาวบ้าน เขาเปลี่ยนแปลงไปกันนะ... ผู้เขียนได้ถามไปว่า "ชาวบ้านไม่เอาเงินไม่ได้หรือ?"...ดูเหมือนว่าผู้เขียนจะถูกเขาหัวเราะ...เขาบอกว่า "ไม่ได้หรอก เขาเอาเงินมาให้ ก็ต้องรับ...อย่าลืมน่ะว่า ๘,๐๐๐ คน เขารับกันทุกคน แล้วจะมีเราคนเดียวหรือที่ไม่รับเงิน...คำตอบนี้ ทำเอาผู้เขียนถึงกับอึ้งไม่เลย อะไรมันจะเป็นไปกันได้กับยุคปัจจุบันนี้ "ประชานิยม ชัด ๆ"...ผู้เขียนก็ได้ตอบไปว่า..."เหตุที่ถาม ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะสำหรับตัวผู้เขียนมีหน้าที่ คือ เป็นข้าราชการ เป็นข้าซึ่งรับใช้แผ่นดิน รับคำจากพระบรมราชโองการจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า จะขอเป็นข้าราชการที่ดี ซื่อสัตย์ ไม่โกงกินเงินของผู้อื่น พอมาเห็นประชาชนทำแบบนี้ แล้วอะไรมันจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเราล่ะในอนาคต... เขาบอกว่า...ถ้าไม่รับ ก็ถือว่าโง่ เพราะคนส่วนใหญ่เขารับเงินกัน ส่วนจะเลือกหรือไม่เลือกนั้น มันเป็นสิทธิของเรา...(๘,๐๐๐ คน เขารับเงินกัน แล้วเราจะเป็น ๑ ใน ๘,๐๐๐ หรือ ๆ จะยอมเป็นแกะขาวในฝูงของแกะดำที่ไม่ยอมรับเงิน) ทำให้เห็นว่า ในครั้งนี้ บางคนที่จ่ายเงินแล้ว ไม่ได้เลือกตั้งเป็น อบจ. หรือ อบต. กันก็มี (แสดงว่าชาวบ้านบางคนที่ได้รับเงินมาก็ไม่เลือก)...ชาวบ้านบอกว่า ก็อยากมาให้เงินเองนี่นา ไม่ได้ขอสักหน่อย...เป็นเรื่องที่น่าคิดมาก ๆ สำหรับสังคมยุคนี้...ผู้เขียนยังถามต่อว่า "แล้วไม่กลัวว่า เขาจ่ายเงินเราแล้วจะไปเอาคืนหรือกับการที่เขาได้เข้ามาเป็น" ชาวบ้านบอกว่า..."ก็เรื่องของเขา เขาให้เราแล้ว เขาจะทำอะไรมันก็เรื่องของเขา"... เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องคิดแล้วกระมังว่า "มันใช่หรือไม่...หรือว่า ผู้เขียนเป็นแกะขาวในฝูงของแกะดำ...ชาวบ้านยังบอกผู้เขียนว่า "ดีใจน่ะที่ผู้เขียนซึ่งเป็นลูก - หลานของคนตำบลนี้ แล้วไปรับราชการ เป็นคนดี ที่ไม่คิดรับเงินจากใคร เขาบอกว่า เขาดีใจที่ยังมีคนดี ๆ เป็น "ข้าราชการที่ดี"...แต่ชาวบ้านไม่ใช่แบบผู้เขียน...ผู้เขียนได้ฟังก็อดสะท้อนใจจริง ๆ นี่ขนาด ท้องถิ่นน่ะ แล้ว ระดับประเทศล่ะ...เป็นปัญหาสังคมที่น่าคิดมาก ๆ กับสิ่งที่น่ากลัวในอนาคต...แล้วแบบนี้จะสร้างอย่างไรล่ะให้ สังคมไม่มีผู้คดโกง ทุจริต คอรัปชั่นกัน...ใครรู้ช่วยบอกทีค่ะ...