เพลง Scarborough fair ของ Simon and Karfunkel เป็นเพลงเชือดนิ่ม เป็นแนวเพลงสุทรีย์ที่หาฟังยากมากในยุค ”เพลงแดกด่วน” นี้
เป็นเพลงที่มีคำร้อง ทำนอง ความหมาย ที่ล้ำลึก ยากที่จะเข้าใจ จนมันทำให้ยึดติดได้มาก เป็นเพลงโปรดมากของผมอีกเพลงหนึ่ง (อยากรู้จักคนให้ลึก ต้องฟังเพลงที่เขาฟัง)
เป็นเพลงโปรดอีกเพลงนอกเหนือไปจาก Moon River ที่ผมได้แปลเป็นไทยไปแล้วในเพลง “แม่น้ำมูน” ซึ่งต้องใช้เวลาถึง ๒๐ ปีกว่าจะแปลได้ดังใจฝัน ......ส่วนเพลงนี้ก็เริ่มต้นพยายามแปลมาพร้อมกัน จนถึงวันนี้แปลไปได้แล้วประมาณ 10%
ลองฟังเพลงนี้ดูสิครับ (ร้องเลียน S & K โดย หญิงชาวเซลท์ )
http://www.youtube.com/watch?v=74hfDWFEGaA&feature=related
ขณะนี้ผมแปลท่อนแรกได้ในวันนี้เพียงว่า
เธออยู่แห่งไหน เชียงราย หรือ ปัตตานี......Are you going to Scarborough Fair
ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ผักชี ...........................Parsely Sage Rosemary and Thyme
ยังคิดถึงเธอ นมนานจนบัดนี้........................Remember me to one who lives there
เราเคย เอ่ยวจี ว่ารักกัน มั่นคง …..She once was a true love of mine
http://www.youtube.com/watch?v=Dau2_Lt8pbM&feature=related
...คนถางทาง (๖ ตค. ๕๕)
http://www.youtube.com/watch?feature=endscreen&NR=1&v=Wt4JSRHIKYk
ผักชี...ไม่คอยชอบ นะคะ
เพ้อหรือไงคุณ แหม..อารมณ์สุนทรีย์จังนะ คิดถึงอดีตล่ะสิ ^-^
ดร. พลี ครับ (แปลตามราดบันดิด)
นี่แสดงว่าไม่ชอบการโรยหน้าแน่ๆ
แถมสารภาพโดยปริยายว่า ชอบ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด (อิอิ)
สำหรับผมชอบ กระชาย ขมิ้น เร่ว กระวาน มะแขว่น แ่ต่มันเอามาเข้ากลอนไม่ได้ ก็เลยต้องตัดออกไปพลางก่อน (วันหลังอาจหาเวอร์ชันใหม่ ที่จ๊าบกว่านี้)
ว่าไปแล้ว
เร่ว กระชาย ลูกมะแขว่น ผักชี ก็พอได้ แต่ต้องลงด้วย สระอี ก็เลยได้แต่ผักชี น่ะครับ อิอิ
โอย ทำไงดี หัวเราะไม่หยุด..
อาจารย์ถาง))) อย่าเพิ่งหลับนะคะ
ขอบอกว่า รักเพลงนี้มาก
และรักมากเมื่อได้อ่านคำแปล นี้ อิ อิ
ชอบนะคะ คนที่มีอารมณ์สุนทรีย์ ปากร้าย...แต่ใจดี ชอบฟังเพลง
มองเห็นชีวิตผ่านบทเพลง
หมอภู ฟังแล้วหิว อยากินต้มยำละซิ่
Krudala ครับ ผมไม่ได้ปากร้ายนะ นิ้วร้ายต่างหาก (ส่วนปากนั้นดี อิอิ)
คุณ นีฯ ครับ กลอนมันพาไปน่ะครับ ไม่ได่มีชีวิตสุนทรีย์ปานั้นหรอก อิ
คุณ nop ครับ เพ้อยามดึก เพราะคิดอะไรไม่ออกแล้่ว ก็เลยหันมาฟังเพลงบ้างครับ
ผมแต่งเพลงไว้หลายเพลง ส่วนใหญ่จะเอาเพลงดังๆ มาแปลเนื้อ อีกส่วนคือ เอากลอนดังๆมาใส่ทำนอง (เช่น กลอนท่านพุทธทาส) วันหลังจะเอาขึ้น หูตูบ เอ๊ย ยูตูบ ให้ควัง (ฟังแล้วหูจะตูบหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ อิอิ)