ผลลัพธ์น่าพอใจ -->เด็กจำได้ จดจำจากสิ่งที่เขากิน เช่น เครื่องดื่มชาเขียว มี-->น้ำตาล โอ้โฮ! 10 กว่าช้อน

   เรื่องสุดท้ายก็มาถึง....ผู้เขียนขอพาผู้อ่านเลี้ยวลงใต้อีกครั้ง ถึงเมืองดังจังหวัดที่มีของกินอร่อย บ้านเกิดอดีตนายกของประเทศไทยไปกันที่ โรงพยาบาลวังวิเศษ จังหวัดตรัง เรื่องนี้เล่าโดยน้องโจ (เกษตรศักดิ์) โจบอกทำงานนี้มาเป็นปีที่ 3 คือการจัดกิจกรรมให้กลุ่มเสี่ยงซึ่งเมื่อติดตามผลพบว่า กลุ่มแรกที่ได้อบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กลุ่มเสี่ยงเปลี่ยนเป็นเบาหวานร้อยละ 8 และในกลุ่มที่สองเปลี่ยนเป็นเบาหวาน ร้อยละ 3.56 และ....ในปีที่ 3 ของการทำงานน้องโจเกิดความคิดปิ๊งขึ้นมาที่จะจัดการการเรียนรู้ให้ผู้อบรมกลุ่มเสี่ยงเข้าถึง เข้าใจและเกิดความตระหนักมากกว่ากิจกรรมเดิมๆที่เคยจัดมา ซึ่งความคิดถูกกระตุกมาจากคำถามของเด็กคนหนึ่งว่า "เป็นน้ำตาลเท่าไร เสี่ยงอย่างไร" [ที่มีเด็กๆมาเกี่ยวข้องมามีส่วนในการตั้งคำถามเพราะน้องโจได้ทำงานคู่กับงานทันตกรรมในงาน "เด็กไทยไม่กินหวาน"]

น้องโจกับน้องอังสุมาลินกำลังรำวงในการประชุมอบรม ตลาดนัดความรู้ค่ะ

ความยากในการทำงานของน้องโจ คือเรื่องที่สืบเนื่องมาจากคำขวัญของจังหวัดตรังและของดีที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ ของกิน "เลิศมาก"  "อร่อยจัด"  "ติ่มซำ  กาแฟ 24 hr"

คำขวัญเมืองตรัง เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา

และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่ต้องกรีดยาง เที่ยงคืน-ตี 5  ทำให้มาออกกำลังกายพร้อมกันไม่ได้ และการให้ความรู้โดยใช้สื่อน้องโจได้พยายามแล้วในแบบที่เคยเรียนรู้มา ซื้อ โมเดลอาหารแลกเปลี่ยน  เอาไปสอน น้องโจบอกว่า"ไม่จดจำ" และให้เหตุผลต่อว่าเนื่องมาจากไม่ตรงบริบท จากการถูกกระตุกวิธีคิดและสื่อการสอนที่ประเมินแล้วไม่ได้ผลในการใช้เท่าที่ควร ..ตกผลึกแล้ว..น้องโจเลยสร้างชุดความรู้เครื่องดื่มกับจำนวนช้อนของน้ำตาล น้องโจบอกว่า ผลลัพธ์น่าพอใจ -->เด็กจำได้  จดจำจากสิ่งที่เขากิน เช่น เครื่องดื่มชาเขียว มี-->น้ำตาล โอ้โฮ! 10 กว่าช้อน "ตระหนักรู้" จากการเทียบค่าตัวเลขกับการจะแปลเปลี่ยนเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน สื่อการเรียนรู้ที่เรียกว่า- อาหารชุดความรู้ปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม 50 ชนิด

รูปแบบกิจกรรมค่ายของ โจ

กิจกรรมให้ความรู้แบบค่าย ไม่ค้างคืน 3 วัน (7 โมงเช้า- 6เย็น)

วันแรก ให้กินอาหารเต็มที่ เจาะเลือดดูระดับน้ำตาลในเลือดบันทึกไว้

วันที่ 2 แสดงข้อมูลอาหารแปลงเป็นระดับน้ำตาล  --> ผู้ป่วยควบคุมเองเห็นผล

วันที่ 3 สะท้อนข้อมูล โปรแกรมคู่กับอาหาร

กิจกรรมอื่นๆในค่าย

-การออกกำลังกาย ยืดเหยียด /ไม้พลอง

การพัฒนาจากผู้จัดเป็นผู้สนับสนุน

     น้องโจกล่าวถึง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)ที่แข็งขันจัดกิจกรรมเอง เล่าว่าเมื่อครั้งเป็นผู้จัดกิจกรรมที่โรงพยาบาลติดตามผู้ป่วยยากมากใช้โทรศัพท์ไม่ได้ผลได้รับคำตอบ "ไม่ว่าง" การติดตามทุก 1 mo.ทางโทรศัพท์ไม่ได้ผลยกเลิก เมื่อมีอาสาสมัครหมู่บ้าน(อสม.) การติดตามได้ผลดีมาก ขณะนี้การจัดกิจกรรมสามารถทำได้ในระดับ รพสต.โดยการสร้างทีมวิทยากรพี่เลี้ยงของ CUP  นอกจากนี้มีเบอร์ติดต่อที่ปรึกษา 3ระดับให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง (1.อสม 2.เจ้าหน้าที่ รพ.สต 3.เจ้าหน้าที่รพ.วังวิเศษ) แต่อย่างไรก็ตาม รพสต.งานเยอะ ...ทางโรงพยาบาลต้องจัดตารางให้เหมาะสม การออกชุมชน รู้งานเขา มีสัมพันธภาพจะทำให้เข้าใจกันประสานงานกันได้อย่างดี

   เป็นที่น่าเสียดายที่ได้อยู่รับฟังเรื่องราวถามไถ่เอาความได้เพียงแค่นี้   ผู้อ่านท่านใดสนใจเรื่องราวอาจจะสอบถามกันมาได้นะคะ ทิ้ง email address ไว้จะส่ง ไปหาเจ้าของเรื่องให้ค่ะ สนใจตรงไหนตั้งแต่ตอนแรกถึงตอนที่ 9 เลยนะคะ