วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

จะว่าไปหนูก็หน้ามึนจริง ๆนะคะ แต่ก็ไม่รู้ทำไมหนูก็ยังมาวัดอยู่ดี ส่วนหนึ่งก็บอกตนเองว่า

“รักษาสัจจะที่ให้ไว้ว่าจะมาที่วัดจนครบพรรษา”

ศีลข้อสี่ยิ่งมีปัญหา ต้องสั่งสมให้มาก ทำอย่างอื่นไม่ได้เรื่องนี้ให้พอได้กอดไว้ก็ยังดีเจ้าค่ะ อีกประการคือ

“หน้าที่ ๆ คนให้เป็นธุระให้”

ทำกรอบรูป ซื้อของ เย็บผ้า เรื่องราวเหล่านี้ เป็นเหตุปัจจัยที่กิเลสมันแย้งไม่ได้เจ้าค่ะ คิดมาถึงตรงนี้รู้สึกถึง ความล้ำเลิศของครู ที่ใช้อุบายเหล่านี้ ดึงจิตหนูให้ดำรงอยู่เจ้าค่ะ ไม่รู้ทำไมมันถึงยึดเรื่องราวเหล่านี้เป็นหน้าที่ เป็นธุระที่ต้องจัดการ หนูมีหลายเรื่องหลายอย่าง ที่ละเลยแต่สิ่งเหล่านี้ กลับกลายเป็น “หน้าที่ ๆ มันยังทำเจ้าค่ะ”

สารภาพตามตรงตอนโดนเอ็ดก็มีความรู้สึกน้อยใจเจ้าค่ะ แต่พอผ่านไป ข้างในหนูมันก็เหมือนเดิม คิดถึงครูเหมือนเดิม แต่ก็มีคำถามกับตนเองว่า “ทำไงดีหล่ะ”

ก็มีเสียงว่า “ตั้งสติซิ ภาวนา แล้วจะรู้เอง ที่ครูเอ็ดเพราะตอนนั้นแกไม่มีสติ”

วันนี้ตื่นเช้ามาก็เก็บของขึ้นรถ เตรียมการมาวัดเจ้าค่ะ ก็ยังคงระลึกถึงครูกับสิ่งที่ครูให้ไว้แต่ก็ยอมรับว่า “ยังดื้อ”

พอไปทำงานวันนี้สกัดตัวอย่างทิ้งไว้เจ้าค่ะ ทดสอบเบื้องต้นยาให้ผลบวกต้องยืนยันต่อ แล้วก็ออกไปจัดการเรื่องรถ แอบแว๊บเวลางานมาทำเรื่องส่วนตัวศีลข้อ 2 ด่างพร้อยเจ้าค่ะ ใช้เวลานานพอดูกับการ ต่อ พรบ. ตรวจสภาพ CNG แล้วหนูก็ไปจัดการปิดงวดรถ โอนรถ ครูค่ะ  หนูเกิดคำถามกับตนเอง การโอนรถหรือไม่โอนรถใจหนูรู้สึกไม่แตกต่าง แต่ก็ย้ำกับตนเองว่า “ระวังอย่าไปเชื่อมัน มันไม่ค่อยมีความละอายชั่วจิตนี้”

แต่เป็นความรู้สึกว่า เหมือนติ๊ต่าง เหมือนเล่นขายของมากกว่าเรื่องจริง ยื่นเอกสารรสองสามใบรถก็เป็นชื่อหนู ถ้าแค่หนูไม่ยื่นเอกสาร ชื่อรถก็จะเป็นขอบริษัท ความเป็นเจ้าของมันแค่นี้จริง ๆ หรือ

“มันง่ายอย่างนี้จริง ๆหรือ” หนูไม่รู้สึกแตกต่างเลยกับการโอนหรือไม่โอนเจ้าค่ะครู เหมือนเล่นขายของสมัยเด็ก เหมือนของหอก หนูบอกไม่ถูก กับสิ่งอื่น ๆ หนูไม่รู้สึก หรือเพราะว่านี่คือสมบัติชิ้นแรกที่คิดว่าเป็นของตนเองจริง ๆ แต่พอจะมาเป็นของตนเองจริง ๆ แล้ว มันไม่เหมือนอย่างที่คิดไว้ก็ไม่รู้เจ้าค่ะ

เคยคิดว่าหาอะไรได้เองข้างในมันคงจะรู้สึกสุดยอด แต่นี่มันเฉย ๆ จนงงเองเจ้าค่ะ เหมือนเล่นขายของสมัยเด็ก แม้กระทั่งการโอนเงินให้แม่และพี่สาวก็เช่นกัน ครานี้ไม่ให้ท่านยืมแล้ว ให้เลย และที่ผ่าน ๆ มาก็ให้ท่านเช่นกันเจ้าค่ะครู ก่อนหน้านี้ให้เพราะรู้สึกว่าได้ทดแทนพระคุณ แต่ครานี้ให้แบบตั้งใจให้และไม่ได้ให้น้ำหนักกับยอดเงินเจ้าค่ะ เหมือนให้เต็มที่ ๆให้ได้มากกว่า  เข้ามาสำนักงานเคลียร์หนี้สิน และเอกสารทั้งหมด ตั้งใจปลดล็อคกับตนเองเจ้าค่ะ แล้วก็ยื่นเอกสารเพิ่มเติมมาจะเสร็จตอนเลิกงาน ออกมาจากขอนแก่นช้าระลึกกับตนเองถึงคำว่า

“นี่ไงความละอายชั่วไม่มีถึงได้ออกช้า ไม่คิดว่าจะมีใครลำบาก”

แต่มันก็ยังไม่ลงใจค่ะครู ยังเป็นแค่ความคิด แบบต้องข่มให้มันพิจารณาว่า ครูเป็นห่วง น้องเป็นห่วง พ่อแม่เป็นห่วง มาถึงวัดโบโซ่มายืนรับ หนูซื้อมาแต่กางเกงให้น้องลืมซื้อเสื้อมา รู้สึกเสียใจเจ้าค่ะ เห็นเขาหน้าเปลี่ยนแต่แป๊บเดียว เพราะโบเอาชุดขาวมาชุดเดียว น้องภัสตามมา วันนี้เราคุยกันเหมือนสารภาพบาปที่ออกจากวัดแล้วโดนกิเลสเล่นงานอะไรบ้างเจ้าค่ะ รู้สึกโล่งใจที่ได้เอ่ยเล่าความผิดกับใครสักคน เล่าให้น้องฟังว่าครูเหนื่อยกับหนูอีกแล้ว แต่ก็ยังมา ไม่รู้ทำไม น้องก็บอกว่า “หนูก็พอกัน”

ระหว่างทางโทรหาแม่ และได้สอบถามถึงน้องตั้มหลานชายที่ถูกรถชน ดีที่ไม่เป็นอะไรมาเจ้าค่ะ แต่คู่กรณีหัวแตก ซึ่งอาทิตย์นี้ตั้งใจกับบ้านวันอาทิตย์เจ้าค่ะ ทำวัตรเย็นเสร็จก็เข้ามาข้างใน ปรากฏว่า ไม่ได้ขอกุญแจพระอาจารย์มาทั้งคู่เจ้าค่ะครู กราบขอขมาที่บกพร่องเจ้าค่ะ เขียนบันทึกเสร็จจะเดินจงภาวนาปฏิบัติบูชาขอขมาครูเจ้าค่ะ