D3: เดี๋ยวก็ผ่านไป

เข้าใจสัจธรรม ลดละความอยาก ละลายความยึดมั่น...สุขสันต์นิรันดรฯ

D3: เดี๋ยวก็ผ่านไป

สรรพสิ่งในโลกล้วน...อนิจจัง

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป...เป็นธรรมดา

แต่..บ่อยครั้งที่บางคนลืมสัจธรรมข้อนี้ไป

เพียงเพราะเจอปฏิฆารมณ์(อารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา)...แล้วเผลอเลอ

เผลอคิด เผลอเครียด เผลอกังวล...ตอกย้ำใจให้ทุกข์ตรม

ที่เผลอก็เพราะ ไม่รู้ อยาก และยึดมั่น

“ตัวฉัน ของฉัน”

“ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องได้อย่างนี้”

ความเผลอเป็นเหตุ ความทุกข์เป็นผล

หลายคนทุกข์หนัก ทรมานมาก น้ำตาหลั่ง นั่งไม่ติด คิดไม่ออก บอกไม่ถูก

แต่..พอช่วงเวลานั้นผ่านไป...ไม่นาน

ความทุกข์ที่พานพบ...ก็แผ่วเบาลง

เหตุการณ์ที่เลวร้าย..ก็จางคลายไป

พอกลับรู้สึกตัวขึ้นมา

หลายคนร้องบอกตนเองและใครๆว่า “ไม่น่าเลยเรา”

ไม่น่าเครียด ไม่น่าทุกข์ ไม่น่าทำ ไม่น่าเลย

บางคนเผลอแล้วไม่พอ ผิดพลาดพ่วงท้ายไปด้วย

เพราะ...นาทีแห่งความเผลอ นำไปสู่ความคิด คำพูดและการกระทำ

เบ็ดเสร็จ...บาปกรรมถูกก่อเกิดขึ้นด้วยอารมณ์เผลอเลอ

บ้างก็สูญเสีย บ้างก็เสียศูนย์

ความอาดูรทวีคูณและยากจะจางหาย

พระพุทธเจ้าจึงทรงเตือนว่า “อย่าประมาท”

คือ การอยู่อย่างไม่ปราศจากสติ...รู้สึกตัว

อย่าปล่อยให้เผลอคิด เผลอพูดและเผลอทำ..บ่อยๆ

ความผิดพลาดที่อาจนำทุกข์ทรมานใจมาให้จะตามมา

เพราะฉะนั้น...

ยามที่เจอปฏิฆารมณ์มาผสมชีวิต

ต้องหมั่นท่องคาถาในใจ(หรือใครจะร้องดังๆ)บอกตัวเองว่า...

เดี๋ยวก็ผ่านไป

น่าจะเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งของใจที่...ไม่ใฝ่ทุกข์

เข้าใจสัจธรรม ลดละความอยาก ละลายความยึดมั่น

สุขสันต์นิรันดรฯ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทำนองธรรม



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

503763

เขียน

27 Sep 2012 @ 22:05
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
ดอกไม้: 2, อ่าน: คลิก