หลายๆคนสงสัยว่า ชลัญธร นั้นวันๆหนึ่งทำไม่ทำโน่นี่นั่นมากมายเหลือเกิน  จริงๆแล้วจะบอกว่าไม่ได้ทำอะไรมากเลย  วันหนึ่งทำแค่ 3 อย่างทุกวัน 

       อย่างแรก  หน้าที่ที่พึงทำให้ครอบครัว เช่น ทำกับข้าว ดูแลลูก ความเรียบร้อยต่างๆในบ้าน ฯลฯ

      อย่างที่ สอง  หน้าที่การงาน  คืองานที่รับผิดชอบจากอาชีพที่ตนปฏบัติอยุ่ 

      อย่างที่ สาม  การบริหารจิต ตรงนี้กระมังที่หลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไมถึงทำโน่นี่นั่นมากมาย  จริงๆแล้วงานต่างๆที่ชลัญทำนั้นเป็นการบริหารจิต  พิจารณาจิต หรือการทำสมาธิ ของชลัญวิธีหนึ่งน่ะเอง  

      การทำงานในแต่ละวันนั้นมักมีเรื่องที่มากระทบความรู้สึกเราพอควร   ทำให้จิตใจเรากระเจิดกระเจิงไปบ้าง  การจะรวบรวมสมาธิให้กลับมาระลึกรู้ นั้นทำไม่ง่ายเลย  จะให้มานั่งหลับตา ภาวนา หรือกำหนดรู้เพื่อสมาธิในขณะจิตเตลิดนั้นคนอื่นอาจทำได้ แต่สำหรับชลัญมันค่อนข้างยาก  การทำงานฝีมือนั้น ช่วยได้มากในการที่จะดึงจิตให้มีสมาธิ  เพราะงานฝีมือแต่ละชิ้นนั้นต้องอาศัยสามาธิ  การ คิดสร้างสรรค์ ถึงจะได้งานออกมาดี  จะให้ เรามานั่งทำแบบจิตใจขุ่นมัวนั้นไม่ได้แน่ 

      อย่างการถักตุ๊กตานั้น  จะมีหลักและแถวให้ถัก  หากไม่มีสมาธิ ถักผิดตุ๊กตาตัวนั้นคงออกมาเหมือนคนพิการแน่  ตัวอย่างแถวดังแพทเทิร์น

ดังนั้สมาธิจึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งที่ต้องใช้ขณะทำงานฝีมือ  ผลงานถึงจะออกมาดี สวยได้ความรู้สึก   ดังตัวอย่างผลงาน

       การบริหารจิต พิจารณาจิต ฝึกสมาธิ  ของแต่ละคนนั้นอาจมีวิธีการที่แตกต่างกัน  แต่ผลลัพธ์ที่ได้ น่าจะคล้ายกัน คือ ใจที่สงบ 

       ผลงานแต่ละชิ้นที่ออกมาจึงเป็นผลของการบริหารจิต หรือฝึกสมาธิของชลัญ มีครั้งเคยคิดทำขาย ปรากฎว่า งานที่ออกมาไม่สวยไม่ได้ดั่งใจ  จึงมานั่งทบทวนว่า เหตุใด  ผลลัพธ์ที่ได้   คือการทำตาม order  ผลลัพธ์ที่ได้คือทำด้วยความกังวล ความทุกข์ เช่น  มีคนสั่งให้ถักkitty ให้ ด้วยอยากได้เงิน และอยากตั้งราคา kittyให้สูงๆ  ผลงานออกมา ไม่สวยสมที่เราอยากให้เป็น คือตัวนี้

       สุดท้ายยกให้เขาไปฟรีๆ บอกมันไม่สวยตั้งราคาไม่ได้  แต่คนรับกลับถูกใจสวยมากต่างหาก แปลก 

       ก็เลยมานั่งทบทวนว่าเหตุใด  

      อ๋อ เข้าใจล่ะ  ความรู้สึกที่ได้ มันอยู่ในวัตถุประสงค์ของการทำนั่นเอง  เขาสั่ง kitty  บอกราคาไม่เกี่ยง  เกิดความโลภขึ้นในใจ  ทำให้ จินตนาการ และการสร้างสรรค์ ซึ่งล้วนมาจากใจที่มีสมาธิ  มันหายไป  ทำให้คุณค่าในความรู้สึกทางจิตใจของชลัญต่อ kitty ตัวนี้มันเปลี่ยนไป  แต่ถ้าใส่ ความรู้สึก ที่อยากทำที่อยากให้  ทำอย่างสบายใจ ใจที่เป็สมาธิ  kitty ตัวนี้คงจะดูดีมีคุณค่ามากกว่านี้ 

     สำหรับคนรับเองหากชลัญให้ในราคาที่ซื้อขาย เขาก็คงไม่ happy กับ kitty ตัวนี้  แต่พอให้ฟรี มันกลับดูดีขึ้นมาทีเดียว  นี่แหล่ะจิตที่ปรุงแต่ง 

     จากนั้นมาชลัญมักไม่คิดถักตุ๊กตาขาย เป็นที่รู้กัน แต่หากมีคนอยากได้ เขาจะมาถาม ว่าถักอะไรไว้บ้าง  ถ้าพึงพอใจให้คนที่ซื้อตั้งราคาเอง ว่าอยากให้เท่าไหร่ หากเกิดการเกรงใจ ก็คิดราคาต่ำสุดที่พอค่าด้ายเท่านั้น  แต่จะไม่รับ order อีกเลย  

       หลายคนใน รพ.ถาม "ทำไมพี่โจ้ไม่เปิดร้าน hand made " ก็ตอบแค่ขำๆว่า "กลัวรวย"  

       แต่เหตุผลที่แท้คือ เราไม่ได้ทำงานฝีมือเป็นอาชีพ แต่เราทำเป็นการพัฒนาจิต ต่างหากเล่า นี่คือประเด็นสำคัญ ที่เราทำ 

      เห็นมั๊ยค่ะว่า การพัฒนาจิต  ของแต่ละคนอาจไม่ใช่ทางเดียวกัน  แต่วัตถุปรงค์ นั้นอาจเหมือนกัน คือจิตที่ว่าง มีสติ  สมาธิ และเกิดปัญญานั่นเอง 

 

 

ชลัญธร  ตรียมณีรัตน์