การทำพินัยกรรมแบบเขียงเองทั้งฉบับ          

 พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ พินัยกรรมแบบนี้มีกฎหมายบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖๕๗ จะต้องทำดังนี้

                        (๑) ต้องทำเป็นหนังสือ

                        (๒) ต้องลงวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม ทั้งนี้เพื่อให้ปรากฏว่าพินัยกรรมฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อใด ขณะที่ทำพินัยกรรมนั้นผู้ทำมีความสามารถในการทำพินัยกรรมหรือไม่ เช่น ขณะนั้นผู้ทำพินัยกรรมไม่เป็นผู้ที่ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือยังเป็นผู้เยาว์ที่อายุไม่ครบ ๑๕ ปีบริบูรณ์ หรือเป็นคนวิกลจริต หากทำพินัยกรรมโดยไม่ลงวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมไว้ พินัยกรรมนั้นก็เป็นโมฆะ(คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑/๒๔๙๓ และ ๓๗๗๖/๒๕๔๕)

                        (๓) ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความทั้งหมดตลอดจนวันเดือนปีด้วยตนเองจะให้ผู้อื่นเขียนแทนไม่ได้เลยไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง และจะพิมพ์แทนการเขียนก็ไม่ได้

                        (๔) ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อ (ลายเซ็น) ไว้ในพินัยกรรม จะใช้ตราประทับหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ หรือลงแกงได หรือเครื่องหมายอื่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙ วรรคสอง วรรคสาม ไม่ได้ (มาตรา ๑๖๕๗ วรรคสาม)

                        (๕) การขูดลบ ตกเติม หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น ซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรมจะได้ทำด้วยมือตนเองและลงลายมือชื่อ (ลายเซ็น) กำกับไว้ จะใช้ตราประทับหรือพิมพ์นิ้วมือหรือแกงไดหรือเครื่องหมายอื่นแทนการลงลายมือชื่อไม่ได้ ถ้าการตกเติมพินัยกรรมมิได้ปฏิบัติตามที่กล่าวคือไม่ได้ลงชื่อกำกับข้อความที่ตกเติม ข้อตกเติมก็ไม่สมบูรณ์ในเฉพาะส่วนนั้น แต่ตัวพินัยกรรมที่เคยสมบูรณ์ ยังสมบูรณ์อยู่ตามเดิม หาทำให้พินัยกรรมดีพลอยเสียไปเพราะการตกเติมแก้ไขไม่ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๗๒/๒๔๙๒)

            พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับนี้ไม่ต้องมีพยานเลย แต่ถ้าประสงค์จะให้มีพยานก็ได้ไม่เป็นการเสียหายอย่างใด มีแต่ทางดี กล่าวคือเมื่อมีผู้ปฏิเสธว่าไม่ใช่พินัยกรรมที่ผู้ตายทำไว้เป็นพินัยกรรม หรือกล่าวอ้างว่าขณะที่ทำพินัยกรรม ผู้ตายเป็นบุคคลวิกลจริต เช่นนี้พยานที่รู้เห็นก็สามารถยืนยันได้ว่าผู้ตายเขียนพินัยกรรมเองและลายมือชื่อผู้ตายในพินัยกรรมเป็นลายเซ็นที่แท้จริงของผู้ทำพินัยกรรม จึงไม่ใช่พินัยกรรมปลอม หรือพยานยืนยันว่าขณะทำพินัยกรรมเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะดี ไม่ได้วิกลจริต หากไม่มีพยานมายืนยันก็จะทำให้เกิดข้อสงสัยได้เพราะผู้ทำพินัยกรรมก็ได้ตายไปแล้ว พินัยกรรมแบบนี้ถ้าเกิดผิดพลาดไปเอาบุคคลที่ต้องห้ามเช่นบุคคลไม่บรรลุนิติภาวะมาเป็นพยานก็ไม่ทำให้พินัยกรรมเสียไปหรือไม่สมบูรณ์แต่อย่างใด แต่มีข้อควรระวังอย่าไปเอาคนที่เป็นคู่สมรสของผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมมาเป็นพยาน เพราะอาจทำให้ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมไม่มีสิทธิตามพินัยกรรม ข้อดีของการทำพินัยกรรมแบบเขียนเองคือผู้ทำพินัยกรรมรู้ข้อความในพินัยกรรมแต่เพียงผู้เดียว ถือได้ว่าเป็นความลับสุดยอดเพราะถ้ามีพยาน พยานนั้นก็ไม่จำต้องรู้ข้อความในพินัยกรรมก็ได้ เป็นแต่รู้ว่าเป็นพินัยกรรมก็เพียงพอ (มาตรา ๑๖๖๘) แต่หากผู้ทำพินัยกรรมมีความประสงค์ให้พยานรู้เห็นข้อความในพินัยกรรมก็ได้ไม่มีข้อห้ามอะไรสามารถทำได้

            ตัวอย่างพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ 

            พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

พินัยกรรม

 

ทำที่……………………………….

วันที่…………เดือน……………………พ.ศ. ………...

 

ข้าพเจ้า………………………………..……... อายุ…….…ปี  อยู่บ้านเลขที่…….…….. หมู่ที่…...…..   ถนน…………………………….ตำบล/แขวง…………………………..อำเภอ/เขต...........................…............  จังหวัด........................................ ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นไว้  เพื่อแสดงเจตนาว่า  เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรมให้ทรัพย์สินของข้าพเจ้าทั้งหมด  ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะมีต่อไปในอนาคตตกได้แก่.......................................  ...........................................................แต่ผู้เดียว

            พินัยกรรมนี้  ข้าพเจ้าเขียนด้วยลายมือของข้าพเจ้าทั้งฉบับ  ได้ทำไว้ ๒ ฉบับ  มีข้อความถูกต้องตรงกันทุกประการ  ฉบับหนึ่งเก็บไว้ที่.................................................. อีกฉบับหนึ่งเก็บไว้ที่.......................................

            ขณะทำพินัยกรรมข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะปกติ

            ข้าพเจ้าได้อ่านและเข้าใจข้อความโดยตลอดแล้ว

 

                                                            ลงชื่อ................................................ผู้ทำพินัยกรรม