กระทบไหล่คนดัง คุณตัน อิชิตัน ธุรกิจกับจิตอาสา


“คิดดี ทำดี มีจิตอาสา กับนักธุรกิจ อย่าง ตัน อิชิชัน”

 

วันนี้ (10 กันยายน 55) วันดี ที่เราได้สัมผัสคนดังระดับประเทศ อย่าง คุณ ตัน ภาสกรนที

เจ้าของบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด มาบรรยาย เรื่อง ธุรกิจ กับจิตอาสา

“คิดดี ทำดี มีจิตอาสา กับนักธุรกิจ อย่าง ตัน อิชิชัน”

 การปรากฏตัวของคุณตันครั้งนี้ ต้องขอบคุณคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

และพันธมิตรที่ทำให้เกิดงานนี้ขึ้นมา 

ว่ากันว่าเป็นเพราะมหัศจรรย์ เลข 40 (ครบรอบ 40 ปีคณะแพทยศาสตร์)

 พิธีกรเสียงนุ่มกล่าวแนะนำคุณตัน เกี่ยวกับประวัติ และแนวคิดจิตอาสา เป็น ประโยคที่ประทับใจมาก

“เพื่อให้ช่องว่าระหว่างคนมี กับคนไม่มีแคบลง”

 

 

 

จากนั้นเราก็ได้พบกับคุณตัน มาในชุดเสื้อน้ำเงินลายจุดสีขาว กางเกงเหลือง

(เอ่อ ชักเหมือนตาโน๊ต อุดม เข้าไปทุกวัน!)

 

พูดถึงโน๊ต อุดม ตอนนี้คงกลายเป็นเพื่อนสนิทคุณตันไปแล้ว

เพราะได้ยินอ้างถึงบ่อย รวมทั้งการกล่าวที่ว่า

“ถ้าเค้าทำแบบนี้แล้วเรียกสร้างภาพ ก็ให้เค้าทำไปเถอะ

ทำขนาดนี้แล้วได้ภาพบ้างก็คงไม่เป็นไร”

 

 

ขึ้นเวทีได้ จับไมค์ ได้ ก็แซวก่อนเลยว่า เป็นการบรรยายแบบ

บุปเฟ่ต์ เพราะต้องหาไมค์เอง(...อ๊าว เค้าจัดโต๊ะให้เฮียไม่นั่งเองนี่คะ...)

 คุณตันเริ่มจากเรื่องของโอลิมปิก ถ้าได้ฟังข่าว จะรู้ว่า

อิชิตัน โดยคุณตัน ให้รางวัล เหรียญทองเหรียญละ 10 ล้าน

คุณตันบอกว่า “ ผมขอคุณอิง ภรรยาผมไว้

สามเหรียญ กับอีก หนึ่งเหรียญเงินห้าล้าน รวมเป็น สามสิบห้าล้าน”

ที่คุณตัน ร่วมให้รางวัลในครั้งนี้ก็เพราะอยากให้เป็นกำลังใจ

สนับสนุนนักกีฬาไทย ให้ได้ยินเพลงชาติไทยในโอลิมปิกครั้งหน้า 

แต่ครั้งนี้รางวัลแจกไม่หมด ที่เหลือคุณตันเอาไปให้กับโรงพยาบาลทหารผ่านศึก

และอีกส่วนเป็นทุนการศึกษาของลูกๆ ทหารผ่านศึก

 

คุณตันบอกว่า ตั้งแต่เกิด จน อายุ 40 ไม่เคยปลูกต้นไม้ ทำธุรกิจก็เจ๊ง

ตอนปี  40 เป็นหนี้ ร้อยล้าน ไม่เคยคิดช่วยเหลือผู้อื่น

ส่วนมากเป็นแบบไปมอบเงิน ออกแนวเชิงสัญลักษณ์   

6-7  ปีก่อนขาย โออิชิให้กลุ่มเบียร์ช้าง และบริหารงานต่ออีก 5 ปี

จากนั้น ก็เอาเงินที่ได้มาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ลงทุนทำ ธุรกิจ เพื่อภาระกิจ


 

พอเพียง พอไหว พอใจ

คุณตันบอกว่า พอเพียงนี่ไม่ใช่ ให้อยู่แบบจน ๆ นะ

พอเพียงแต่ละคนไม่เท่ากัน  อย่างคุณตันไป อเมริกาจ่ายเป็นล้านก็ยังอยู่ไหว  

เรียกว่าพอไหว เงินมีมากกว่าที่ใช้จ่าย  ทำให้เราพอใจ ไม่เป็นหนี้

(ไม่ใช่เงินเดือนหมื่นห้า แต่จ่ายห้าหมื่น)

แต่ไม่สำคัญเท่ากับพอใจ  ตอนนี้ชีวิตคุณตันเรียกได้ว่าเกินความฝัน

ของคนที่จบแค่ ม.3 แล้ว

หันหลังให้กับเงินแล้ว  ตอนนี้คิดว่า ตัวเองเป็นผู้รับมาทั้งชีวิต

ทั้งโอกาส การให้อภัย  จึงเห็นความสำคัญของการให้

 

สิ่งที่คุณตันพูดเสมอคือ เมืองไทยขาดแบบอย่างที่ดี แบบอย่างที่ดีมีน้อย

แบบอย่างในการทำความดีมีน้อยเพราะเมื่อทำดีแล้วมีแต่คนวิจารณ์

เช่นสร้างภาพ ทำเพื่อผลประโยชน์

คุณตันจึงบอกว่า ถ้าทำดีแล้วก็ทำไปเถอะ

อย่าไปสนใจเลยว่าใครจะว่าอย่างไรเราเองเท่านั้นที่รู้

ว่าเป็นจริงอย่างไร และถ้าเค้าทำดี จะได้สิ่งดีตอบแทนจะเป็นอะไรไป

 

 

แบบอย่าง ตัวอย่าง แห่งความดี

คุณตันมีแบบอย่างที่ดี คนแรกคือค ดร.เทียม โชควัฒนา

ผู้ก่อตั้ง บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (จำดกัด) 

คุณตันเคยทำงานกับ สหพัฒน์ฯ จึงได้เอา

ดร.เทียม เป็นแบบอย่างเรื่องการดำเนินธุรกิจ 

ด้วยที่ ดร.เทียมนั้นท่านก็จบแค่ ป.4

จึงทำให้คุณตันรู้สึกมีพลังที่จะทำธุรกิจตามรอย ดร.เทียม

 

อีกท่านก็คือ คุณวันชัย จิราธิวัฒน์ เครือเซนทรัล

เป็นแบบอย่างในเรื่องของการประหยัด ขยัน และสามัคคีในพี่น้อง

 

คุณตันบอกว่า ถึงไม่อยากได้ แต่ก็ต้องทำงาน ไม่งั้นเราจะแก่และหมดแรง

แต่ในเวลานี้ ทำด้วยแรงบันดาลใจจาก

วอร์เรน บัพเฟตต์ (http://www.oknation.net/blog/print.php?id=202921)

อีกแบบอย่างในช่วงชีวิตที่พอมี และพอใจแล้วของคุณตัน

ซึ่งเค้าบริจาคสมบัติ 99 % ให้กับการกุศล

เมื่อชื่นชมและศรัทธาแล้ว จึงชวนภรรยาให้เห็นชอบด้วย

จากนั้นเองเอาเงินที่มีมาลงทุนทำอิชิตัน

ด้วยทุนตนเอง 100% แต่ถือหุ้นเพียง 50 อีก 50 แบ่งให้ลูกน้อง

คุณตันตั้งเป้าหมายว่า ปันผลที่ได้ 50% จะมอบให้การกุศล

 

คุณตันย้ำเสมอว่า ไม่ได้ต้องการตัวเงินแล้ว

แต่ทำไมยังต้องทำงาน ทำชาเขียวขาย

ตังมีประโยชน์สำหรับคนที่ต้องใช้ตัง 

แล้วชีวิตหนึ่งมันก็สั้น เวลาทำดีมีน้อย ทำไมถึงน้อย  

เรามีเวลาพักผ่อน เวลานอน เวลาเล่นfacebook

แล้วก็หมดแล้ว เอาเวลาไหนไปทำความดี 

คุณตันเลือก เลียบแบบในหลวงในการทำความดี

 

สอนให้ลำบากด้วยตัวเองแล้วจะรู้ว่าเงินหายากแล้วจะเห็นค่าของเงิน

คุณตันพูดถึงการสอนลูก สิ่งสำคัญคือให้เค้าลำบากก่อน

ค่อยสบาย สอนลูกด้วยการทำเป็นแบบอย่างสอนลูกด้วยประสบการณ์จริง

เช่น เมื่อลูกสาวคนโตกลับมาหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว

ก็ให้ทุน 20 ล้าน

เป็น 20 ล้าน แรก และ 20 ล้านสุดท้าย เอาไปตั้งตัว

น้องกิ๊ฟทำธุรกิจเจ๊งไป 6 ล้านจากนั้นเปิดร้านส้มตำ

น้องกิ๊ฟ เห็นว่าขายดี แต่ทำไมขาดทุน น้องกิ๊ฟ

ขอคนเก่งจากคุณตันมาให้ช่วยคุณตันไม่ให้

เพราะอยากให้เค้ารู้จักปัญหา รู้จักวิเคราะห์แก้ไขเอง  

รู้จักล้างจานเองเมื่อลุกน้องหยุดหรือลาออกเสริฟเอง

ตำส้มตำเอง เรียนรู้งานทุกขั้นตอนและจะรู้ว่าที่ลูกน้อง

ได้เงินเดือนหมื่นห้าแต่ตำส้มตำกันแขนหลุดเป็นยังไง

 

คุณตันบอกว่า การให้เงินก็เหมือน การให้ขนมปัง

ชิ้นแรก กินแล้วอิ่ม ชิ้นที่สองกินแล้วอร่อย ชิ้นที่สามกินแล้วอ้วน 

ถ้าให้เงินเค้าเยอะวันหนึ่งจะกลับมาให้ใช้น้อย ๆ  คงทนไม่ไหว

 

เงินเหมือนเกลือ นิดหน่อยหวาน มากเกินเค็มจนขม.....

ทุกอย่างต้องกลาง ๆ พอประมาณ  ต้องวางแผน

ต้องเข้าใจลูกน้อง  ธุรกิจ ก็ไม่เจ๋งลุกน้องก็รัก อยู่ดีทั้งองค์กร

 

คุณตันบอกว่า ความสุขมาจากความพอใจ 

เงินซื้อความสุขไม่ได้เสมอไป เป็นคนธรรมดาก็มีความสุขได้

คุณตันบอกว่า คนมีตังเป็นแสนล้านแต่กลับบ้าน

ไม่ได้ก็มี คนมีตังเยอะแยะ เป็นแสนล้านเดินชนกันไม่เห็นมีใครขอถ่ายรูป

คุณตันไปไหน ๆ ก็มีคนขอถ่ายรูปแต่คุณตันไม่มีตัง

(คุณตันยกสมบัติให้เมียและการกุศลไปหมดแล้ว)

 

คุณตันทำธุรกิจ เพื่อภารกิจ เมื่อตายไป คนเราเหลือไว้เพียงชื่อ

...ชื่อเสียง หรือ ชื่อเสีย อยู่ที่เราเลือกทำ

ทำไมต้องทำ ทำเพื่อใช้หนี้สังคม

ใช้หนี้ธรรมชาติ  อย่างเดียวที่ทำให้เราอยู่รอดคือความรู้ 

ความรู้นำทางไปหาเงิน คุณตันมาบรรยาย

แต่เงินค่าตัวให้โอนไปให้โรงเรียนที่คุณตันสนับสนุนอยู่

 

อะไรที่เกิดขึ้นแล้วเราแก้ไขไม่ได้

อย่างเช่นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งก่อนคุณตันเสียหายไป 2 พันล้าน 

แต่คุณตันก็ไม่ได้ทิ้งน้ำที่ผลิตไว้ และน้ำที่ไหลเข้ามาในโรงงาน

เก็บไว้เพื่อนเตือนใจ และยังบอกให้เราไปเยี่ยมชมโรงงานได้ฟรีอีกด้วย

  

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ ปรากฏการณ์จิตอาสา

ที่เราออกมาช่วยเหลือกัน สร้างค่านิยมทำความดี

อย่าไปคิดอะไรมาก อะไรที่ทำแล้วสังคมได้ประโยชน์ ก็ทำไป

ถึงใครจะมองว่าสร้างภาพก็ตาม แต่ภาพที่ได้คือความดีจะต้องกลัวทำไมกัน

ทำดี ก็ว่าเอาหน้า ก็ให้เค้าว่าไปดีกว่า ปากหมาไม่ทำแล้วว่าคนอื่น

...โดนใจจริง ๆ...

 

เค้าว่า คนจนลดลง หนี้ลดลงเพราะรัฐบาลแจกเงิน อยู่ได้กับรอเงินแจก

คนรวย เอาเงินไปต่อเงินยิ่งรวยมากขึ้นแต่มีจำนวนน้อย 

 

การให้ไม่จะเป็นต้องให้เงินเพียงอย่างเดียว ให้อภัย ให้ความรู้ ให้กำลังใจ

ให้โอกาส ให้เกียรติ ให้คำชม ให้อะไรก็ได้

เพื่อให้ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยแคบลง

 

ชีวิตก็เหมือนการดื่มชา  แรก ๆ ขม นาน ๆ ไปก็หวาน

 

การเลี้ยงลูก ให้ลำบากก่อน ค่อยสบาย แล้วอย่าลืม ต้องสอนให้เป็นคนเก่งที่มีคุณธรรม

ถ้ายังไม่ตายอย่าเรียกว่าประสบความสำเร็จ

แต่ถ้าตายขณประสบความสำเร็จอยู่ นั่นคือ ประสบความสำเร็จถาวร

 

 

จบการบรรยายได้อย่างประทับ แถมงานนี้หนูณิชน์ ได้หมวกคุณตัน

ใบที่ใส่ขึ้นโชว์มาด้วยแบบว่าลอยมาเข้ามือเราเลย

 

นี่แหละคุณตัน อิชิตัน....

 

 

หมายเลขบันทึก: 502038เขียนเมื่อ 12 กันยายน 2012 15:55 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 กันยายน 2012 20:45 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)

การเปิดใจสัมผัสเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตคนอื่น  คือกระบวนการเติบโต และบ่งบอกความงดงามของการอยู่ร่วมกัน...

ขอบคุณบันทึกดีๆ ..นี้นะครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี