ตลอดเส้นทางของชีวิต หนูมักจะมีความสงสัย

หนูเกิดมาทำไม หนูทำแบบนี้ทำไม ทำไมหนูมีหน้าตารูปร่างแบบนี้

บางทีก็ไม่รู้ตัวว่าอิจฉา ชีวิตที่ผ่านมาอยู่กับความสงสัย

ความเหงา ความเศร้า ความอิจฉาริษยา

เสพอารมณ์เหล่านี้มานาน จนจิตคุ้นเคยแบบไม่รู้ตัว

พอครูมาทุบ ชี้ให้เห็น จิตหนูที่มีกิเลสก็เลย กรีดร้อง

มีอาการเฮี้ยนขึ้นมา บางทีก็โกรธ บางทีก็หลงเคลิ้ม บางทีก็เหม่อ

จิตมันทำสิ่งที่ซับซ้อนมากขึ้น คือ

ตัวทำ ข้างนอกทำ แต่ข้างในยังไม่ทำ

พอเริ่มหันมองความชั่วในตัวเองอย่างจริงจัง แบบมีความอดทนเป็นเพื่อน

ในความโง่ของหนู หนูโชคดีที่มีความ “อึด” เป็นเพื่อนที่ดีเสมอมา

ด้วยความโง่ พอครูสอนกิเลสก็จะแสดงอาการดื้อ แต่ข้างนอกกลับตอบรับ

แต่ข้างในยังสงสัย

แต่ครูก็เมตตา เอาตัวเข้าแลกแม้ท่านจะบาดเจ็บเหนื่อยล้าจากการช่วยเหลือ

วันนี้หนูเห็นชัด ไม่แก้ตัวใด ๆ เจ้าค่ะ มันผิดจริง หนูเป็นอย่างที่ครูเอ่ยจริง ๆ

แต่จะอดทนและก้าวเดินต่อไป

ใจมันต่อต้านน้อยลง กิเลสในใจยังหนาอยู่ แต่ก็รู้ว่าบางกว่าเมื่อก่อน

หนูไม่เห็นด้วยตา แต่รู้สึกได้ด้วยใจ

ยิ่งเริ่มเข้าใจว่าตนเองเป็นยังไง ก็เริ่มจะยอมรับความชั่วแล้วมันก็ค่อย ๆ พอได้กับตนเองเจ้าค่ะ

สี่ปีที่ชีวิตเปลี่ยนแม้ยังคงล้มลุกคลุกคลาน เรียนรู้กับครูแบบเป๋ ๆ ก็เลย ดีขึ้นได้บ้างแบบเป๋ ๆ

เห็นความเป็นไปภายในที่ทั้งฝึกฝนได้ และฝึกฝนไม่ได้ รวมถึง จิตข้างในที่เราควบคุมบังคับให้มันเป็นอย่างที่ใจเราอยากให้เป็นนั้นมันไม่ได้ ไม่ได้จริง ๆ

แต่ที่มหัศจรรย์คือ มันฝึกฝนได้ ขัดเกลาให้ดีขึ้นได้ เพียงเชื่อครูบาอาจารย์ กล้าเผชิญแล้วยอมรับมัน