ชื่อโครงการวิจัย

  การบริหารการบริการแบบศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ  (One  Stop  Service)

 กรณีศึกษา  สำนักส่งเสริมวิชาการและงาทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ประเภทของการวิจัย

เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ

สาขาที่ทำวิจัย

โปรแกรมรัฐประศาสนศาสตร์

ผู้ดำเนินการวิจัย

นายนิพัฒน์  นรพัลลภ  รหัส 549904115 โปรแกรมรัฐประศาสนศาสตร์  หมู่เรียน MPA 54.1

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

ในการบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ (New  Public  Management) นั้นได้ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสุขและประโยชน์แก่ประชาชน โดยจะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People  Center)  การบริหารของรัฐจะต้องมุ่งตอบสนองความต้องการของประชาชน  ให้บริการที่รวดเร็ว  ถูกต้อง  เป็นธรรม  และประชาชนเกิดความพึงพอใจ เพราะฉะนั้นแล้วนิสิต-นักศึกษาที่มาใช้บริการที่สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียนก็ต้องได้รับบริการที่รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรมด้วยเช่นกัน

วัตถุประสงค์การวิจัย

  1. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการให้บริการแบบศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ(One  Stop Service)  กรณีศึกษา  สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 
  2. เพื่อนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงความพึงพอใจในการให้บริการแบบศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One  Stop Service) กรณีศึกษา สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 

 

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

เพื่อนำข้อมูลไปศึกษาปรับปรุงแก้ไขให้งานบริการดีขึ้นไปอีก

ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

แนวคิดเกี่ยวกับการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ 

                        การให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ   หมายถึง   การนำงานที่ให้บริการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกันมารวมให้บริการอยู่ในสถานที่เดียวกันในลักษณะที่ส่งต่องานระหว่างกัน  หรือเสร็จในขั้นตอนหรือเสร็จในจุดให้บริการเดียวเบ็ดเสร็จ   โดยมีวัตถุประสงค์ให้การให้การให้บริการมีความรวดเร็วขึ้น   (ประมวลสาระชุดวิชาแนวคิด   ทฤษฎี  และ  หลักการรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  2548  :  236-240)

.  แนวคิดการพัฒนาบุคลากร

                        ศุภชัย  ยาวะประภาษ  (2547 : 174-176)  กล่าวไว้ว่า การพัฒนาบุคลากร  (Human  Resource  Development : HRD)  เป็นการใช้การฝึกอบรม (Training) การพัฒนาองค์กร  (Organization  Development) และการพัฒนาอาชีพ  (Career  Development)  อย่างบูรณาการ  เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิผลของบุคคล  กลุ่มงาน  และองค์กร  ซึ่งการพัฒนาบุคลากรจะช่วยพัฒนาสมรรถนะสำคัญ (Key Competencies)  ที่จะช่วยทำให้บุคลากรขององค์การสามารถปฏิบัติงานปัจจุบันและอนาคตได้ โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า (Planned  Learning Activities)  ช่วยทำให้กลุ่มงานในองค์การสามารถริเริ่มและจัดการเปลี่ยนแปลง และทำให้เกิดการประสานกันระหว่างความต้องการขององค์การกับบุคลากร

.  แนวความคิดเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 

                        เทคโนโลยีสารสนเทศ  หมายถึง  เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือและอุปกรณ์ทั้งหลาย  ที่นำไปใช้ในการจัดการสารสนเทศ  ตั้งแต่การรวบรวม  การจัดเก็บข้อมูล  การพิมพ์  การสร้างรายงาน ฯลฯ  รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดระบบการให้บริการด้วย  (ดำรง  วัฒนา  2548 : 382 – 396)

 

ขอบเขตการวิจัย

1.  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

                 ประชากร

                   ประชากรที่ใช้ในงานวิจัยครั้งนี้ได้แก่ นิสิต-นักศึกษา ผู้มารับบริการที่สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา   

2.  ประเด็นการสำรวจความพึงพอใจ

                  2.1  ประเด็นความพึงพอใจในการให้บริการแบบศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ  (One  Stop Service)  กรณีศึกษา สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ประกอบด้วย

                                    2.1.1  การพัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในสำนัก

                                    2.1.2  เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ภายในสำนัก

2.1.3  การบริหารจัดการของสำนัก

                                    2.1.4  การประสานงานของเจ้าหน้าที่ของสำนัก

                  2.2  สำรวจความพึงพอใจในด้าน  ความสะดวก  รวดเร็ว  ครบถ้วน  ถูกต้อง  และเสมอภาค  ของนิสิต-นักศึกษา ในการให้บริการ

ระยะเวลาดำเนินการวิจัย

                เริ่มเก็บข้อมูลเป็นระยะเวลา 1 ภาคเรียน เดือนมิถุนายน – เดือนกันยายน

วิธีการวิจัย

ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อหาความพึงพอใจในการบริการแบบศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) กรณีศึกษา สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ  (Survey  Research)  ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาค้นคว้าจากแนวคิด  ทฤษฎี  และเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแบบสอบถามสำหรับเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มประชากรและนำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติที่เหมาะสม  สรุปผล  และข้อเสนอแนะ  โดยดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

            ประชากรที่ใช้ในงานวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นิสิต-นักศึกษาผู้มารับบริการ ณ “ ศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ”  (One  Stop  Service)  ในสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ตั้งแต่เดือนมิถุนายน -เดือนกันยายน  แล้วนำจำนวนที่ได้ทั้งหมด            มาหาค่าเฉลี่ยภายใน  1  เดือน  ได้จำนวน คน  แล้วนำมาเปรียบเทียบกับตารางของ  Krejcie & Morgan 

 

            กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่  นิสิต-นักศึกษาผู้มารับบริการ ณ “ ศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ”  (One  Stop  Service)  ในสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา  โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่าง  โดยใช้ตารางของ  Krejcie  &  Morgan  แล้วจึงสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่ายจากผู้ที่มาใช้บริการ  โดยแจกแบบสอบถามที่ได้ผ่านการตรวจสอบความเชื่อถือได้  (Reliability)  และความตรง  (Validity)  ให้แก่ผู้มารับบริการ

 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

          เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้  คือ  แบบสอบถามเรื่องความพึงพอใจในการบริการแบบศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ( One  Stop  Service) กรณีศึกษา สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เพื่อทำการสำรวจการตอบสนองความพึงพอใจของนิสิต-นักศึกษาที่มาใช้บริการ โดยเนื้อหาในแบบสอบถามแบ่ง  2  ส่วน  ดังนี้

            ส่วนที่  1    ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม  ได้แก่  เพศ  ระดับการศึกษา    อายุ  และเรื่องที่ขอรับบริการ  โดยคำถามเป็นแบบเลือกตอบ  (Check lists)

            ส่วนที่ 2  ความพึงพอใจในการรับบริการแบบศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ( One  Stop  Service)    เป็นคำถามแบบมาตรฐานค่า  (Rating  Scale)  โดยมีค่า  5  ระดับ  มีข้อคำถามครอบคลุมเนื้อหาความพึงพอใจในการรับบริการแบบศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ  ( One  Stop  Service)  ทั้ง  4  ด้าน  คือ  ด้านการพัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน  ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในสำนัก ด้านการบริหารจัดการของสำนัก และด้านการประสานงานของเจ้าหน้าที่ของสำนัก

           

            ขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือ

                                    1.ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจของผู้มารับบริการ

                                    2.สร้างเครื่องมือ (แบบสอบถาม) โดยการสร้างรูปแบบให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการทำวิจัย

                                    3.นำเครื่องมือ (แบบสอบถาม) ให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจพิจารณาความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการทำวิจัย

                                    4.นำเครื่องมือ (แบบสอบถาม) ไปตรวจสอบความตรง ความเที่ยงของเครื่องมือและนำไปทดลองใช้

                                                4.1 การตรวจสอบความตรงของเครื่องมือ (Validity) ผู้วิจัยนำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปหาความตรงตามเนื้อหา (Content  Validity) โดยนำเสนอแบบสอบถามฉบับร่างไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิ  จำนวน  5  ท่าน  ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา  เพื่อตรวจสอบความสมบรูณ์ของเครื่องมือในด้านเนื้อหาคำถาม  เพื่อให้ครอบคลุมและวัดได้ตรงตามที่ต้องการวัด  รวมทั้งตรวจสอบความเป็นปรนัย (Objectivity)  ของคำถาม  คำตอบแต่ละข้อเพื่อให้ได้ข้อคำถามคำตอบที่ชัดเจน  ถูกต้อง  เมื่อผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว  ผู้วิจัยได้นำแบบสอบถามมาทำการปรับแก้ไขให้เหมาะสมทั้งภาษาและเนื้อหาตามความคิดเห็น และข้อเสนอของผู้ทรงคุณวุฒิ  เพื่อนำไปตรวจสอบคุณภาพ ด้านอำนาจการจำแนกของข้อคำถาม ความเที่ยงตรงของเครื่องมือ  เพื่อนำไปใช้จริง

35

                                                4.2   การทดลองใช้แบบสอบถาม  (Try  Out)  นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้กับประชากรที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่าง  โดยนำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจริง  จำนวน  30  คน  เพื่อตรวจสอบภาษาที่ใช้ให้เป็นที่เข้าใจและมีความชัดเจนเมื่อนำแบบสอบถามไปใช้จริง

                                                4.3 ตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องมือ  (Reliability)  มีวิธีหาความเชื่อมั่นโดยการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา  (  Alpha Coefficient)  ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS  for  Windows 

                                                4.4 ผู้วิจัยทำการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของแบบสอบถามขั้นสุดท้าย ในด้านการใช้สำนวนภาษาในข้อคำถามให้เข้าใจง่ายและเข้าใจตรงกัน  มีความเที่ยงตรง  มีความเหมาะสมในการนำไปใช้  แล้วจึงทำการสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างจริง      

สถานที่ทำการวิจัย

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประวัติผู้วิจัย

ชื่อ :  นายนิพัฒน์  นรพัลลภ

เกิด : วันพฤหัสบดีที่ 18  กันยายน พ.ศ. 2518

สถานที่เกิด :  โรงพยาบาลหญิง กรุงเทพมหานคร

ภูมิลำเนาเดิม: เขตบางซื่อ จ.กรุงเทพฯ

ที่อยู่ปัจจุบัน: 130  ม.7  ซ.ราชพฤกษ์  ถ.ถวิลพัฒนา  ต.บ่อพลับ อ.เมือง จ.นครปฐม 73000

การศึกษา : อนุบาล1-ประถม6 โรงเรียนอนุบาลวัดปรินายก

                  : มัธยมต้น โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ

                  : มัธยมปลาย โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์

                  : ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

   

การทำงาน :โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากำแพงแสน สำนักชลประทานที่10 กรมชลประทาน         ตำแหน่ง      นักวิชาการคอมพิวเตอร์

ปัจจุบัน     :สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน  มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ตำแหน่ง      นักวิชาการศึกษา