CSR
CSR เป็นกระแสที่ได้รับความนิยมและร้อนแรงในบ้านเราในช่วงที่ผ่านมาและยังคงร้อนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ในการประชุมสัมมนาโดยทั่วแล้วทุกวันนี้หันมาให้ความสนใจเรื่องในเรื่อง CSR เป็นอย่างมาก หลายบริษัทต่างให้ความสนใจ CSR การทำ CSR นั้นบางครั้งหลายท่านอาจจะคิดว่าจะต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่มีผลรายได้จากผลกำไรมากมายจึงจะสามารถทำ CSR ได้แต่หากความเป็นจริงนั้นในมุมมองผู้เขียนมองว่าการทำ CSR นั้นสามารถทำได้แม้ว่าเราเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้กระทั่งเป็น SME ก็สามารถทำ CSR ได้เช่นกัน ในการทำ CSR นั้นเน้นที่การทำแล้วเป็นประโยชน์หรือเป็นผลดีต่อชุมชนหรือ บุคคลรอบข้างในมุมของผู้เขียนเพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็น CSR แล้ว เรามาดูกันว่านักวิชาการต่างประเทศอย่าง Phillip และ Nancy Lee จัดกลุ่ม CSR ไว้เป็น 6 ประเภทดังนี้
-
การส่งเสริมการรับรู้ประเด็นทางสังคมในวงกว้าง ( Cause Promotion) แนวทางนี้องค์กรมุ่งเน้นรณรงค์ประเด็นปัญหาสังคมหรือองค์กรสาธารณให้เป็นที่รับรู้ในสังคมโดยใช้ความสามารถทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สังคมตระหนักและเกิดการสนับสนุนต่อไป
-
การส่งเสริมสังคมจากการทำการตลาด ( Cause related Marketing ) องค์กรสนับสนุนประเด็นทางสังคมโดยการนำส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากการขายสินค้าไปบริจาคเพื่อสาธารณกุศล
-
การตลาดเพื่อสังคม ( Social Marketing) แนวทางนี้เป็นการใช้เครื่องมือทางการตลาดขององค์กรในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในสังคมเพื่อให้ลด ละ เลิก หรือปฏิบัติในพฤติกรรมบางอย่างที่จะส่งผลให้สังคมดีขึ้น เช่น การเลิกสูบบุหรี่ การสวมหมวกกันน็อค เป็นต้น
-
การบริจาค ( Corporate Philanthropy ) รูปแบบดั้งเดิมและง่ายที่สุด ก็คือ การบริจาคทั้งเงิน สินค้า หรือสิ่งของเพื่อป็นสาธารณกุศล เช่น ให้กับมูลนิธิโรงเรียน หรือชุมชน เป็นต้น
-
การอาสาสมัครช่วยเหลือชุมชน ( Volunteering ) แนวทางนี้มุ่งเน้นให้กับองค์กรกับผู้มีส่วนได้เสียในสังคมเป้าหมายมีความสัมพันธ์อันดี โดยการให้ผู้บริการ พนักงานตลอดจนการชักชวนคู่ค้าหรือคู่แข่งเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่ เช่น การร่วมพัฒนาชุมชนในท้องถิ่น การ่วมสร้างอาคารหรือสอนหนังสือให้แก่เด็กนักเรียนในชนบท เป็นต้น
-
การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ( Socially Responsible Business Practice ) แนวทางนี้จะเหมือนกับ CSR in process นั่นคือการพัฒนา ปรับปรุง การดำเนินธุรกิจขององค์กรเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านลบกับสังคมและสิ่งแวดล้อมหรือให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น การลดการใช้น้ำ การใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานลม เพื่อลดปริมาณก๊าซที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก เป็นต้น
มุมมองของผู้เขียนมองว่า การทำ CSR น่าจะประกอบด้วยดังนี้
-
การทำ CSR เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้า ในการที่บริษัทจะทำ CSR ในมุมมองของผู้เขียนมองว่าเป็นการทำเพื่อลูกค้า โดยมีความมุ่งหวังว่าการทำเช่นนี้ทำให้ลูกค้ามองภาพลักษณ์ขององค์กรดีหรือมองภาพลักษณ์ของบริษัทดี ในการ CSR ประเภทนี้เป็นการมุ่งสร้างตอบแทนลูกค้าเป็นหลักซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นการ CSR ในมุมมองที่แคบ
-
การทำ CSR เพื่อเป็นการตอบแทนชุมชน การที่บริษัททำ CSR ประเภทนี้เป็นการเพื่อชุมชนรอบข้าง เช่น การตั้งโรงงานในเขตชุมชน โรงงานนั้นก็จะต้องทำการทำ CSR ต่อชุมชนนั้น อาจจะเป็นการปลูกป่าให้ชุมชน หรือแม้นกระทั่งการช่วยหรือกิจกรรมของชุมชน เช่น การจัดแข่งขันกีฬาของชุมชน การจัดลานกีฬาเพื่อชุมชน เป็นต้น ปัจจุบันหลายบริษัทหันมาทำ CSR ด้านชุมชนอย่างมากมาย
-
การทำ CSR เพื่อประเทศหรือในระดับประเทศ การทำ CSR ประเภทนนี้ปัจจุบันหลายบริษัทหันมาให้ความสำคัญกับการทำ CSR ประเภทนี้เป็นอย่าง จากตัวอย่างที่เราเห็นคือ เมื่อเกิดภัยธรรมชาติ เช่น ภัยธรรมชาติน้ำท่วม หลายบริษัทต่างบริจาคความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน การบริจาคสิ่งของเป็นต้น การทำ CSR ประเภทนี้เน้นความสำคัญของประเทศชาติเป็นหลัก
-
การทำ CSR เพื่อโลก หารทำ CSR ประเภทนี้หากเรามองกว้างๆ การปลูกป่าเป็นการลดมลพิษ เป็นการทำ CSR ในระดับโลก คือเน้นการช่วยลดภาวะโลกร้อน หลายบริษัทต่างให้ความสำคัญกับการทำ CSR ประเภทนี้