สังเกตดูวันนี้คนไทยเรา (และคนทั้งโลก) มีอัตราเป็นมะเร็ง เบาหวาน กันสูงมาก โดยเฉพาะในหมู่คนมีอันจะกิน (หรือคนเมืองที่บ้านติดมุ้งลวด ห้องแอร์ ทำงานออฟฟิศ)

เมื่อสองวันก่อน ผมเขียนในเรื่อง "อนุรักษ์ยุง" แบบเฉียงๆ ว่า หรือว่ายุงมีผลดีทางอ้อมต่อมนุษย์ ที่มากระตุ้นให้มนุษย์มีภูมิต้านทานโรคอันหลากหลายที่ยุงเป็นพาหะนำมา หากหมดยุงเสียแล้วระบบภูมิต้านทานของมนุษย์จะอ่อนแอลง จนทำให้มนุษย์ต้องตายหมดครอกด้วยโรคระบาดบางอย่างในที่สุด

 (http://www.gotoknow.org/blogs/posts/499836)

แต่วันนี้มาเอะใจในความคิดนี้ว่าอาจมีนัยสำคัญมากต่อสุขภาพมนุษย์โลก/มนุษยโรค

 

 

สังเกตดูวันนี้คนไทยเรา  (และคนทั้งโลก)  มีอัตราเป็นมะเร็ง เบาหวาน กันสูงมาก  โดยเฉพาะในหมู่คนมีอันจะกิน  (หรือคนเมืองที่บ้านติดมุ้งลวด ห้องแอร์ ทำงานออฟฟิศ) 

...ถ้าพิสูจน์ได้ว่า คนกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวมีอัตราโรคดังกล่าวมากกว่าค่าเฉลี่ย  อาจหมายความว่าคนพวกนี้ถูกยุงกัดน้อยกว่าคนทั่วไป หรือไม่กัดเลย   ดังนั้นภูมิต้านทานก็ต่ำกว่า ...เพราะเวลาถูกยุงกัดนั้นต้องมีเชื้ออะไรปนเข้าไปในเลือดบ้างไม่มากก็น้อย   ซึ่งร่างกายต้องผลิตสารออกมาต่อต้าน จนร่างกายมีระบบอิมมูนที่แข็งแรงและหลากหลาย   พอมันเห็นเชื้อมะเร็งในขณะที่มันไหลไปหล่อเลี้ยงเซ็ลร่างกาย  มันก็เลยถือโอกาสกำจัดเซ็ลเนื้อร้ายเหล่านั้นเสียแต่ตอนยังเพิ่งแตกหน่อ  

 

 

ส่วนพวก “คุณหนู” ห้องแอร์มุ้งลวดทั้งหลาย  ไม่เคยโดนยุงกัด ก็เลยไม่มีภูมิต้านทานเหล่านี้คอยฆ่าเชื้อร้าย (เช่นมะเร็ง” )   แต่เริ่มแรก   จนเชื้อมันงอกรากแข็งแรงแล้ว ก็ปราบไม่ได้ ก็ต้องบำบัดด้วย สารเคมี หรือ ผ่าตัด หรือตายในที่สุด  

 

พวกวัวควาย สัตว์ไม่มีขน มันถูกยุงกัดมาก  น่าไปวิจัยดูว่ามันเป็นมะเร็งกันบ้างไหม  ส่วนสัตว์มีขน แมว หมา เสือ ยุงกัดยาก  สถิติต่างกันอย่างไร 

 

ใครพิสูจน์ความเชื่อมโยงเรื่องนี้ได้  รางวัลโนเบล ไม่น่าหนีไปไหนนะผมว่า   ...เอ้า คุณหมอทั้งหลาย ว่าไงครับ   คุณพยาบาลก็ทำเรื่องนี้ได้นะ  เพียงแค่ลองประมวลเวชระเบียนหาสถิติมูลฐานของโรคเทียบกับสถิติข้อมูลประชากร ก็น่าได้เงาลางๆ แล้ว  เพื่อนำสู่การพิสูจน์ขั้นต่อไป

 

ไม่แน่นะ...ถ้าผลวิจัยออกมาพอสิตีฟ ต่อไปเราอาจต้องนอนตากยุง (เปิดหน้าต่าง) สักอาทิตย์ละหนึ่งวัน  เพื่อตั้งใจให้ยุงกัดก็เป็นได้นะ   หรืออาจพัฒนายุงสายพันธุ์พิเศษที่ช่วยต้านมะเร็งได้

 

 

...คนถางทาง (๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๕)