หรือว่ายุงมีผลดีทางอ้อมต่อมนุษย์ ที่มากระตุ้นให้มนุษย์มีภูมิต้านทานโรคอันหลากหลายที่ยุงเป็นพาหะนำมา

อนุรักษ์ยุง มด ปลวก

 

วันนี้มนุษย์กำลังช่วยกันอนุรักษ์เสือไม่ให้สูญพันธุ์ แต่ยุงคงร้ายกว่าเสือ จึงกลายเป็นสัตว์น้อยชนิดที่มนุษย์ (สัตว์ประเสริฐ) ต้องการกำจัดให้หมดโลก  แม้แต่องค์กรสหประชาชาติที่วางกฎต่างๆ ที่จะมาอนุรักษ์ธรรมชาติกันมากหลาย (เช่น เกียวโตโปรโตคอล) ก็ต้องการกำจัดยุงให้หมดโลกเช่นกัน (ผ่านองค์กรอนามัยโลก)

 

แบบนี้เรียกว่าปากว่าตาขยิบไหม หรืออาจถึงขั้นโง่ด้วยซ้ำไป 

 

ข้าพเจ้าได้คิดมานานหลายสิบปีแล้วว่าหากยุงถูกกำจัดให้หมดโลกไปเสียแล้ว  โลกอาจจะทะลายได้ ด้วยกลไกที่มนุษย์ (สัตว์ประเสิรฐ) ยังฉลาดไม่พอที่จะเข้าใจได้   ดังนั้นการทำลายยุงอาจคือการทำลายชีวิตของตัวเองอย่างโง่เขลาที่สุดก็เป็นได้ 

 

 

เช่น พอยุงหมดโลก ก็ไม่มีไข่ยุง ไม่มีลูกน้ำยุง  ซึ่งเป็นห่วงโซ่อาหารของสัตว์บางอย่าง  ทำให้สัตว์บางอย่างเหล่านั้นสูญพันธุ์ ส่งผลกระทบแบบลูกโซ่  ทำให้สิ่งแวดล้อมเสียสมดุลแบบคานงัด  ส่งผลให้ระบบนิเวศล่มสลายทั้งระบบ

 

มีใครพิสูจน์ได้บ้างไหมว่า ยุงเป็นเพียงแค่ไส้ติ่งของระบบนิเวศ ที่ตัดทิ้งเสียก็ไม่ส่งผลอะไรหรอก  (แต่สำหรับผมแล้ว ไส้ติ่งน่ามีผลดีบางประการนะ  อย่างน้อยก็ทำให้หมอมีงานทำ มีรายได้แหละหวา อิอิ)    หรือว่ายุงมีผลดีทางอ้อมต่อมนุษย์ ที่มากระตุ้นให้มนุษย์มีภูมิต้านทานโรคอันหลากหลายที่ยุงเป็นพาหะนำมา หากหมดยุงเสียแล้วระบบภูมิต้านทานของมนุษย์จะอ่อนแอลง จนทำให้มนุษย์ต้องตายหมดครอกด้วยโรคระบาดบางอย่างในที่สุด

 

 

เรื่องยุงยังไม่เห็นมีใครคิดค้นวิจัยผลกระทบต่อระบบนิเวศ แต่เรื่องปลวกมีแล้ว  เขาว่ากันว่าหากปลวกหมดโลกเมือไร ระบบนิเวศของโลกโดยรวมจะล่มเมื่อนั้น  ทั้งนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของ Gaia theory ที่ช่วยรักษาสมดุลของปริมาณก๊าซออกซิเจนในโลก

 

สำหรับนักการเมืองเลวๆ ของไทยเรานั้น ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดี จึงจะปราบให้สูญพันธุ์ได้หมด  คงช่วยรักษาสมดุลโลกได้ดีที่สุด

 

...คนถางทาง (๒๔ สค. ๒๕๕๕)