เดินทาง

     ชีวิตแต่ละวัน ต้องอาศัยรถเมล์เป็นพาหนะเดินทางไปทำงานเป็นประจำ ยกเว้นที่มีบางวันต้องรีบด่วน หรือมีงานประชุม ลูกสาวก็จะขับรถไปส่ง เป็นครั้งคราว

    ช่วงแรก ๆ ที่ย้ายมา ก็จะขับรถมาทำงานเป็นประจำ แต่ปรากฎว่าต้องเสียค่าน้ำมันตกเดือนละ 5 - 6 พันบาท ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มรถในถนนอีก

    การจราจรของกรุงเทพฯคงติดเช่นนี้ไปอีกนาน จนกว่าที่จะมีใครกล้าออกมาตรการเด็ดขาดมาใช้ รถเพิ่มทุกวัน แต่ถนนคงเท่าเดิม แม้จะเพิ่มรถไฟฟ้าทั้งบนดิน และใต้ดิน ก็คาดว่าจะมีสภาพเช่นเดิม เพราะค่ารถก็แพงเกินเหตุ คนก็ต้องหันมาใช้รถส่วนตัวเช่นเดิม

    คนที่แก้ไขปัญหาก็รู้ แต่ไม่ทำ เช่น สิงคโปร์ และ จีน ก็ใช้มาตรการเช่นกัน  แต่ไทยเราไม่กล้าทำ เพราะ...กลัวคะแนนเสียงหาย

     เป็นหน้าที่ของเราที่จะคิดว่า... ทำอย่างไรจึงจะมีความสุขในการเดินทาง... แทนที่จะไปโทษรัฐบาล และคนที่มีหน้าที่แก้ปัญหา ตราบใดที่คนไทยบางส่วนยังติดในความสุข ความสบาย คน่วนใหญ่ก็คงต้องลำบากต่อไป

     ทุกวันผู้เขียนขึ้นรถเมล์ได้ ก็จะปฏิบัติตัวในขณะรถติดและเดินทางเป็นประจำ ดังนี้

      ประการแรก...จะแผ่เมตตาให้กับผู้โดยสารและพนักงานขับรถเป็นอันดับแรก ขอให้ทุกคนมีความสุข ขอให้ทุกคนมีความสุข และปลอดภัยในการเดินทาง

     ประการที่สอง...จะฝึกใจให้ยิ้มตลอดเวลา  แม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็พร้อมที่จะทำใจยอมรับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดกับเราล้วนแต่เป็นสิ่งดี ๆ ในชีวิต

     ประการที่สาม..พยายามคิดบวก คิดในทางที่สร้างสรรค์ คิดแล้วไม่เป็นการเบียดเบียนคนอื่นและตนเอง...ถ้าใจคิดออกนอกกรอบดังกล่าวต้องรีบดึงกลับมา..พยายาม..พยายาม...และพยายาม เราต้องต่อสู้กับความเคยชินที่เคยทำมานมนาน

      ผลจากการพยายามฝึกดังกล่าว ทำให้ตัวเองไม่เกิดความเครียด และไม่เหนือยเหมือนที่เคยเป็นที่ผ่านมา จิตใจเยือกเย็นมากขึ้น เหนือสิ่งอื่นใด จะมีความสุขเกิดกับชีวิตอย่างง่าย ๆ และเหลือเชือ...อาการปวดศีรษะ ปวดไหล่ และกระบอกตาที่เคยเป็นมาก็จะหาย

     คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะต้องไปคิดในสิ่งที่ทำให้เรามีความทุกข์...และเครียด..แต่ทุกอย่างก็คงอยู่ที่การฝึกหัด...ถ้าทำไปแล้ว ทำให้เราเกิดความสุข..เราจะทำเองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีใครมาบังคับ