คำถาม...คำตอบเกี่ยวกับพระวินัยบัญญัติ
คุณธนวัตน์ สว่างงาม สอบถาม...ว่าเจ้าอาวาสกับไวยาวัจกรที่ถูกฟ้องร้องกรณีความผิดฐานลักทรัพย์หรือความผิดฐานยักยอกทรัพย์เจ้าอาวาสมีความผิดถึงขั้นลาสิกขาบทคือการสละเพศบรรพชิตหรือไม่ ตอบคำถาม...ประเด็นปัญหาอยู่ที่คดีความที่ฟ้องร้องกันถึงที่สุดหรือยัง ถ้าสมมติว่าศาลตัดสินว่าไวยาวัจกรกับเจ้าอาวาสมีความผิดจริงตามคำฟ้อง ถือว่าผิดกฎหมาย จากความผิดฐานลักทรัพย์ และความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ปัญหาอยู่ที่ การครอบครองทรัพย์ ซึ่งกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 บัญญัติว่า บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน ท่านว่าบุคคลนั้นได้สิทธิครอบครอง และ มาตรา 1368 บัญญัติว่า การโอนการครอบครองย่อมทำได้โดยส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครอง[1]
คำว่า ครอบครอง หมายถึงการที่บุคคลมีอำนาจอันแท้จริงเหนือทรัพย์ เป็นอำนาจที่จะกระทำแก่ทรัพย์อย่างแท้จริงได้ตามอำเภอใจ แต่บุคคลดังกล่าวจะต้องมีเจตนาที่จะครอบครองทรัพย์นั้นด้วย ถ้าไม่มีเจตนาจะครอบครองทรัพย์ก็ถือไม่ได้ว่าเขามีอำนาจเหนือทรัพย์ ประเด็นอยู่ที่เจ้าอาวาสถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดจริงตามคำพิพากษาของศาล เจ้าอาวาสจะต้องทำผิดหรือล่วงละเมิดพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติขึ้นอีกคดีหนึ่ง คือ ปาราชิก 4 ข้อที่ 2 คือ ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ มาเป็นของตน จากบ้านก็ดี จากป่าก็ดี (ขโมย)
ปาราชิก 4 คือ โทษที่เกิดจากการล่วงละเมิดสิกขาบทประเภท ครุกาบัติที่เรียกว่า อาบัติปาราชิก (อาบัติหนักหรือโทษหนัก) พระภิกษุต้องอาบัติปาราชิกสี่ข้อใดข้อหนึ่ง แม้จะไม่กล่าวลาสิกขาบท ก็ถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุทันที เมื่อความผิดสำเร็จ ปาราชิก มี 4 ข้อ อยู่ใน ศีล 227 ได้แก่[2]
1.เสพเมถุน แม้กับสัตว์เดรัจฉานตัวเมีย (ร่วมสังวาสกับคนหรือสัตว์)
2.ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ มาเป็นของตน จากบ้านก็ดี จากป่าก็ดี (ขโมย)
3.พรากกายมนุษย์จากชีวิต (ฆ่าคน) หรือแสวงหาศาสตราอันจะนำไปสู่ความตายแก่ร่างกายมนุษย์
4.กล่าวอวดอุตริมนุสธรรม อันเป็นความเห็นอย่างประเสริฐ อย่างสามารถ น้อมเข้าในตัวว่า ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้ ข้าพเจ้าเห็นอย่างนี้ (ไม่รู้จริง แต่โอ้อวดความสามารถของตัวเอง)
กล่าวโดยสรุป เจ้าอาวาสทำผิดพระวินัย (กฎหมายที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติขึ้นสำหรับพระภิกษุ) คือปาราชิก 4 ข้อที่ 2 คือ ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ มาเป็นของตนจากวัดก็ดี จากบ้านก็ดี จากป่าก็ดี (ขโมย) พระภิกษุรูปนั้นถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุโดยอัตโนมัติทันที ถึงแม้ว่าจะไม่กล่าวคำลาสิกขาบท.