วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

                สภาพการเข้านอนของช่วงนี้เป็นการหลับค้างคาคอมพิวเตอร์แบบเขียนบันทึกไม่เสร็จอีกแล้วเจ้าค่ะศีลข้อ 4 ขาด หนูมาพังพาบตอนจะเขียนบันทึกทุกที การบริหารเวลาและพลังงานของหนูมีปัญหา กราบพระทำวัตรเช้า วิ่งแล้วก็ทำดีท๊อก ให้พี่ที่พักห้องเดียวกันไปทานอาหารก่อน แล้วเราค่อยเข้าประชุมพร้อมกัน เราก็แยกกันนั่งตามสบายหนูนั่งหลังห้อง แล้วก็เขียนบันทึกไปด้วย รู้สึกดีที่ครูเมตตาให้กำลังใจในบันทึก แม้จะเป็นสภาพเป๋ๆของหนูเอง การนอนเขียนบันทึกทำให้หนูหลับ สงสัยต้องลองจับตนเองนั่งเขียนเป็นกิจจะลักษณะดีๆแล้วลองประเมินตนเองอีกครั้ง ตลอดเช้าเป็นการประชุมเรื่องการจัดการระบบยาการสั่งซื้อรวมถึงการเข้าไปควบคุมคุณภาพยาในโรงพยาบาล เป็นการทำความเข้าใจกันในภาพใหญ่ทั้ง สสจ. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และโรงพยาบาล บ่าย ๆ ประมาณบ่ายสามหนูวางแผนจะไปเยี่ยมคุณยายตามที่ครูเมตตาชี้แนะ โทรสอบถามข้อมูลจากเพื่อน ขึ้น MRT ที่เซนทรัลลาดพร้าว ไปลงเพชรบุรี ต่อไปอีกทีที่สุขุมวิท แล้วก็ขึ้น BTS อโศกมาลงเพลิตจิต เส้นทางที่เคลื่อนไป รู้สึกวกวนกับตนเอง แล้วก็นึกขึ้นมาว่า “ช่างเหมือนเส้นทางการภาวนาของหนู ไม่มีระบบ ไร้รูปแบบ แต่ก็เป็นการพุ่งไปข้างหน้า หากหนูอยากจะไปแบบสบาย ๆ เรื่อย ๆ หรืออยากจะเร็วกว่านี้หนูคงทุกข์ค่ะ เพราะยังโง่อยู่ ยังทำได้แค่นี้ พอไปมาแล้วก็ขำตนเอง เฮ้อ มันก็แค่นั่งรถตู้จาก โรงแรมไม่อนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วก็ขึ้น BTS ไปลงเพลินจิต เดินข้ามถนนไปก็ถึง แต่ด้วยความไม่มีปัญญาก็เลยได้ไปแบบที่ไป ก็ได้เรียนรู้ว่า

“เดินทางไปเถอะ ก้าวไปข้างหน้า ผิดพลาดก็เอาใหม่หาหนทางไปเรื่อย ๆ เป้าหมายชัดเจน ยังไงก็ไปถึง”

เพราะยังไงหนูก็ไปถึงโรงพยาบาลดังที่ตั้งใจหมาย ด้วยความเมตตาของครูที่ประคับประคองให้กำลังใจ

โชคดีที่เข้าไปพร้อมๆกับหมอและพยาบาล ได้ข้อมูลการเจ็บป่วยของคุณยายว่า

“ไตท่านมาปัญหา ต้องฟอกไตอาทิตย์ละ 3 ครั้ง มีการติดเชื้อ สแตปฯ แต่หมอไม่แน่ใจในสาเหตุ

บริเวณคอท่านมีแผล จากความเจ็บปวดถึงกระดูก สันนิษฐานว่า “เป็นงูสวัด”

การได้มีโอกาสไปเยี่ยมท่าน เหมือนได้รับโอกาสที่ยิ่งให้ หนูเกิดคำถามกับตนเอง

“ขนาดครูบาอาจารย์ท่านยังเจ็บป่วย สักวันเราก็ต้องเจ็บป่วยเหมือนกันแล้วเมื่อไหร่จะเพียรฝึกฝนตนเอง”

การได้นั่งภาวนาดูใจตนเอง พร้อม ๆกับสังเกตการณ์ดูแลตรวจคนไข้ของหมอ ท่านปฏิบัติด้วยความเคารพ

รวมถึงลูกศิษย์ต่าง ๆที่มาดูแลด้วย

หนูซื้อรังนกไปถวายคุณยาย ตามคำแนะนำของพี่ก้อย ว่าอย่างอื่นท่านรับไม่ได้แล้ว มีเพียงน้ำต้มข้าวและรังนก ซึ่งลูกศิษย์ท่านก็เมตตานำถวายท่านในมื้อนั้นเลย

ทำให้หนูเข้าใจคำที่ครูเคยบอกว่า “อย่าปิดกั้นการทำบุญของเขา”

เพราะเมื่อหนูได้เห็นคุณยายท่านเมตตาทานรังนกที่ได้น้ำไปถวายรู้สึกปีติยินดี ขอบพระคุณครูที่ให้โอกาสได้มา ขอบพระคุณพี่ก้อยที่เมตตาแนะนำ

หนูก้าวข้ามอะไรบ้าง

ก้าวข้ามความกลัวที่จะถูกผู้คนมองไม่ดี ก้าวข้ามความกลัวที่ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลยถึงเส้นทางการไปโรงพยาบาล และการเข้ากราบเยี่ยมคุณยาย

ตลอดเส้นทางหนูต้องคอยเช็ค GPS ควบคู่กับการถามทางจากคนข้างทาง เพื่อให้ไปถึงซึ่งเป้าหมาย ทุกครั้งที่ถามเพื่อยืนยันการเดินทางว่า

“ถึงที่ไหนแล้ว อ่านป้ายเพื่อให้ทราบว่ากำลังอยู่ที่ไหน และจะต้องไปทางไหนเพื่อให้ถึงเป้าหมาย”

เป้าหมายชัดไม่เปลี่ยนระลึกถึงครูตลอดเส้นทาง เพราะมาตรงนี้ได้เพราะความเมตตาจากครู

พอได้เห็นความเจ็บไข้ของคุณยายก็ระลึกถึงคำสอนหลวงปู่

“ความเกิดมันเป็นทุกข์ ความแก่มันเป็นทุกข์”

หนูถามตนเองแล้วหนูหล่ะ เมื่อไหร่จะหาทางพ้นทุกข์เสียที จะทุกแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน

แรงสะเทือนดังขึ้นมาข้างใน

การนั่งอยู่ตรงนั้นเหมือนข้างในเคลื่อนไปหลายอย่างค่ะครู บางทีก็ปีติโล่ง บางทีก็เป็นหนัก ๆ บางทีก็เฉย ๆ สบาย ๆ

อยู่จนท่านทานอาหารเสร็จและทานยา หนูจึงกราบลากลับแล้วก็ส่ง SMS หาครู

หนูเดินทางกลับไปที่อนุสาวรีย์ ฯแต่เหมือนได้เดินรอบ 1 รอบแล้วค่อยได้รถขึ้น พยายามภาวนากับตนเอง การอยู่ในเมืองที่ผู้คนมาก วุ่นวายมาก ข้างในหนูก็รู้สึกปั่นป่วนเจ้าค่ะ บอกไม่ถูกค่ะมันเป็นเอง ศีลข้อ 3 ด่างพร้อยกับการมองคนนั้นคนนี้ชอบบ้างไม่ชอบบ้าง เห็นคนใส่สั้น ๆ แต่งตัวจัดๆก็ระลึกถึงภาพตนเองที่เมื่อก่อนชอบแต่งตัวก็มาลงที่คำว่า

“ราคะเยอะเป็นแบบนี้เอง”

เหมือนมันจะกระโดดออกมาข้างนอกได้ ที่จะโชว์เรือนร่างเรียกร้องเพศตรงข้ามเหมือนนกยูงลำแพนหาคู่

เพ่งโทษเขาด้วยศีลข้อ 1 ด่างพร้อย ล้าข้างในด้วย รอนานพอสมควรกว่าจะได้ขึ้นรถเมล์ค่ะ บทจะได้ขึ้นก็มาขึ้นสาย 69 ที่ก็วิ่งวนมาแถวๆลาดพร้าวแล้วค่อยเข้าเส้นที่จะผ่าน The mall งามวงศ์วาน หนูลงหน้าห้างประมาณสามทุ่มชั่งใจว่าเอาไงดี ไปดูกระเป๋าก่อนแล้วค่อยส่งให้ครูพรุ่งนี้เช้าไหม แต่ท่านเคยบอกว่า

“กลางวันทำงาน กลางคืน ภาวนานะ”

แต่สุดท้าย ก็ตัดสินใจเข้าไปดูกระเป๋าก่อน ถ่ายภาพเก็บไว้

ช่างใจว่าจะส่ง sms ให้ครูดูก่อนหรือจะส่งพรุ่งนี้เช้า แล้วครูก็โทรมาพอดี

สุดท้ายครูเมตตาให้กลับเพราะดึกแล้ว จึงนั่ง Taxi กลับโรงแรมครูให้กำลังใจและย้ำว่า “ให้เขียนบันทึกถอดบทเรียน”

หนูมาถึงพี่หลับไปแล้ว แต่ก็เปิดทีวีทิ้งไว้ หนูนั่งลงกับพื้น เพราะเมื่อคืนเผลอหลับตอน บนเตียงปรับใหม่ลากตนเองมารที่พื้น พร้อม ๆ กับเขียนบันทึก ได้ไม่นานหนูก็หลับไปอีกเจ้าค่ะ

หนูยังแก้ไขตรงนี้ไม่ได้ และก็สมควรโดนตำหนิเจ้าค่ะ

คะแนนวันนี้มีคะแนนมุ่งมั่น อดทน แต่ก็มาพลาดที่ไม่ได้เขียนบันทึก ให้ 6 แล้วกันเจ้าค่ะเต็ม 10 แม้จะทำดีแต่ก็มีพลาดอยู่ สาระสำคํยมันอยู่ที่หนูละชั่วยังไม่ได้ ความดีเลยยังไม่ถึงพร้อม กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ