ฮารีรายอ
รายาออกบวช (อีฎิลฟิตรี)
วันรายาละศิลอด หรือรายาการออกบวช นับว่าเป็นวันสำคัญสำหรับประชาชาติอิสลามทุกคน ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด หากไม่มีความจำเป็นใดๆ ทุกคนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาบ้านเกิด เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง พบปะเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง และเป็นวันที่กำหนดให้ทุกคนขออภัยและให้อภัยต่อกัน คล้ายกันกับวันสงกรานต์ของไทย
รายาละศิลอด สืบเนื่องมาจากการถือศิลอดของประชาชาติอิสลามในเดือนรอมฎอน ตามบทบัญญัติข้อที่ 3 เมื่อครบกำหนดการถือศิลอด ทุกคนจะต้องละศิลอในวันที่ครบกำหนดกรถือศิลอด (วันที่ 1 ของเดือนเซาวาล)
ในวันสำคัญนี้ ประชาชาติอิสลามจะงดเว้นกิจกรรมทุกอย่าง เช่น หน้าที่การงานในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เกษตรกรรม หรืออาชีพใดๆ ก็ตาม ผู้ขายหยุดขาย ผู้ซื้อหยุดซื้อ เป็นเวลา 1 วัน จะซื้อหรือขายเฉพาะสิ่งจำเป็นเท่านั้น เช่น น้ำมันสำหรับเติมรถที่ใช้เป็นยานพาหนะในการเดินทาง เป็นต้น
ก่อนถึงวันรายา แม่บ้าน พ่อบ้าน จะพากันออกไปตลาดเพื่อจับจ่ายซื้อข้าวของเพื่อใช้ในวันฮารีรายา เช่น เสื้อผ้าใหม่สำหรับครอบครัว อาหารเพื่อเตรียมไว้สำหรับรับแขก ในช่วงหนึ่งอาทิตย์ก่อนถึงวันรายาตลาดนัดจะคึกคักไปด้วยผู้คน ที่เดินจับจ่ายซื้อข้าวของ
การตระเตรียมขนมและอาหารไว้รับแขก ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่พ่อบ้าน แม่บ้านจะต้องมีการวางแผนกันตั้งแน่เนิ่นๆ บางครัวเรือนก็จะต้องออกจากบ้านเข้าไปหาไม้ไผ่สำหรับทำข้าหลาม บางครัวเรือนก็จะทำข้าวต้มจากใบกะพ้อ บางก็ทำจากยอดมะพร้าว ส่วนขนมแห้งจะมีกันทุกบ้าน บ้างก็ทำเอง บางบ้านที่ไม่ค่อยมีเวลาประดิษฐ์ประดอยก็หาซื้อมาจากลาดนัดเตรียมไว้
ถึงกำหนดวันรายาฟิตรี โดยการยึดถือการมองเห็นดวงจันทร์ สำหรับประเทศไทยจะยึดประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรี ซึ่งประกาศให้เป็นวันละศิลอด (ออกบวช) ตามคำรับรองของผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้เป็นคณะเฝ้ามองดวงจันทร์ (อิสลามจะนับเดือนตามจันทรคติ : ข้างขึ้นข้างแรม) เมื่อมองเห็นดวงจันทร์ ขึ้นทางทิศตะวันตกในช่วงค่ำของวันถือศิลอด หมายถึง เดือนรอมฎอนได้ผ่านพ้นไป และในวันรุ่งขึ้นจะเป็นวันที่ 1 เดือนเซาวาล คณะเฝ้ามองดวงจันทร์ที่มองเห็นดวงจันทร์ก็จะแจ้งไปยังสำนักงานจุฬาราชมนตรี เมื่อสำนักจุฬาราชมนตรีได้รับแจ้งก็จะประกาศอย่างเป็นทางการ โดยจุฬาราชมนตรี ผู้ซึ่งเป็นประมุขของผู้นับถือศาสนาอิสลามในประเทศไทย.และหากไม่สามารถมองเห็นดวงจันทร์ในวันที่จุฬาราชมนตรีมีคำสั่งมอบหมายให้มองดวงจันทร์ ก็ให้ถือศิลอดต่อไปอีกจนกว่าจะมองเห็นดวงจันทร์
สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดของแต่ละจังหวัด เมื่อรับทราบการประกาศ ก็จะแจ้งไปยังอีม่าม(ผู้นำทางศาสนาในชุมชน) มัสยิดต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง
เมื่ออีม่ามได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ก็จะมอบหมายให้คอเต็บหรือบีลัล ทำหน้าที่ออกอากาศเสียงตามสายหรือหอกระจายข่าวให้ประชาชนผู้นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่รับทราบอีกครั้งหนึ่ง บางพื้นที่ที่มีวิทยุชุมชนก็จะมีนักจัดรายการประกาศเป็นการแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบถึงวันรายาอัยฎิลฟตรี
ในคืนก่อนจะถึงวันรายา ผู้นำครอบครัวจะนำข้าสารไปจ่ายซากาต (ทรัพย์สินส่วนตนและครอบครัว) ไปมอบให้อีม่ามหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอีม่ามให้เป็นผู้รับซากาต ณ มัสยิดในท้องถิ่นที่ตนอาศัย โดยกำหนดให้ทุกคนจะต้องจ่ายทรัพย์สินเป็นข้าวสารคนละ 4 ลิตร สำหรับบางคนที่ไม่มีข้าวสาร สามารถที่จ่ายเป็นเงินตามราคาข้าวสารในท้องตลาดโดยประกาศจากสำนักจุฬาราชมนตรีหรือสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ให้เป็นราคากลาง ส่วนผู้นับถือศาสนาอิสลามเพศชายที่บรรลุนิติภาวะ จะต้องเป็นผู้จ่ายซากาตด้วยตนเอง