จึงเดินทางไปที่สำนักทะเบียน อำเภออุ้มผาง ตามที่ได้นัดหมายว่าจะเข้าพบนายอุดร ผโรประการณ์ ซึ่งเป็นปลัดอำเภอที่ตอนนี้ทำหน้าที่ดูแลฝ่ายทะเบียนของอำเภออุ้มผางเพื่อขอยื่นคำขอพิสูจน์ความเป็นบิดาและบุตรฯ

เช้านี้เป็นการดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายสัญชาติ หลังจากที่คิดและเตรียมการเข้ายื่นคำขอมานานวันนี้ก็เป็นวันลงมือปฏิบัติจริงๆ

ที่โรงพยาบาลอุ้มผางเรามีนัดเจอกับพี่อนันต์ วังพลับเพื่อไปยื่นคำขอพิสูจน์ความสัมพันธ์การเป็นบิดาและบุตรฯตามมาตรา ๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่๔)พ.ศ.๒๕๕๑ เนื่องจากวันนี้น้องฝ้ายไปเรียนหนังสือพี่อนันต์จึงไม่ได้พามาด้วย

ให้พี่อนันต์จัดแจงเตรียมเอกสารอันได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของพี่อนันต์ สำเนารายงานผลการตรวจพิสูจน์หมู่เลือดและดีเอ็นเอที่ออกโดยภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และรูปถ่ายของพี่อนันต์และน้องฝ้ายคนละหนึ่งใบ เสร็จแล้วจึงเดินทางไปที่สำนักทะเบียน อำเภออุ้มผาง ตามที่ได้นัดหมายว่าจะเข้าพบนายอุดร ผโรประการณ์ ซึ่งเป็นปลัดอำเภอที่ตอนนี้ทำหน้าที่ดูแลฝ่ายทะเบียนของอำเภออุ้มผางเพื่อขอยื่นคำขอพิสูจน์ความเป็นบิดาและบุตรฯ ในการนี้นอกจากพี่อนันต์จะเป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตัวเองแล้ว เราก็นั่งอยู่ข้างๆคอยช่วยตอบในเรื่องข้อกฎหมายบางเรื่อง(เท่าที่เรารู้) เช่น การดำเนินการวันนี้เป็นการยื่นคำขอในเรื่องอะไร ตามกฎหมายอะไร เนื่องจากการยื่นคำร้องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างพิเศษกล่าวคือเป็นการยื่นคำขอตามมาตรา ๗ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่๔)พ.ศ.๒๕๕๑  โดยกฎหมายดังกล่าวมีวิธีการให้เจ้าพนักงานปฏิบัติเป็นการเฉพาะตามวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดวิธีการและค่าธรรมเนียมคำขอพิสูจน์ความเป็นบิดาซึ่งมีสัญชาติไทยของผู้เกิดเพื่อการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด พ.ศ.๒๕๕๓ ประกอบกับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ แบบคำขอ แบบหนังสือรับรองและวิธีการสอบสวนเพื่อพิสูจน์ความเป็นบิดาซึ่งมีสัญชาติไทยของผู้เกิดเพื่อการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด

เราไม่ได้ถามปลัดว่าในท้องที่อำเภออุ้มผางเคยมีกรณีการขอพิสูจน์ความเป็นบิดาและบุตรฯตามกฎหมายฉบับนี้หรือยัง แต่ดูแล้วเหมือนจะเป็น”ของใหม่”สำหรับที่นี่ นอกจากการยื่นพยานเอกสารต่างๆของพี่อนันต์แล้ว เรายังยื่นเอกสารแบบสรุปและวิเคราะห์การจัดการสถานะบุคคลของน้องฝ้ายซึ่งทางคลินิกกฎหมายอุ้มผางเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ช่วยกันจัดทำขึ้นให้ทางปลัดได้รับทราบด้วย ซึ่งทางปลัดก็ให้ความสนใจในแบบวิเคราะห์ดังกล่าวมาก หลังจากการอ่านแบบวิเคราะห์ ค้นหา และตรวจสอบข้อกฎหมาย คำสั่งต่างๆแล้ว ก็สอบถามข้อเท็จจริงจากพี่อนันต์เล็กน้อย เช่น ตอนนี้ภูมิลำเนาของผู้ยื่นคำขออยู่ที่ไหน อยู่กินโดยไม่ได้จดทะเบียนกับภรรยามานานหรือยัง เหตุใดน้องฝ้ายถึงไปเกิดที่ฝั่งพม่า ปัจจุบันนี้น้องฝ้ายมีเอกสารพิสูจน์ตนอะไรบ้าง เป็นต้น จากนั้นก็ให้พี่อนันต์ไปกรอกรายละเอียดลงในแบบขอคำขอพร้อมกับแนบพยานเอกสารต่างๆที่เตรียมมายื่นให้ปลัดและแล้วให้”ใบรับ”แก่พี่อนันต์ไว้เพื่อยืนยันว่ามีการยื่นคำขอแล้วจริงๆ เสร็จสิ้นเรียบร้อยกระบวนความการยื่นคำขอ คงรอเพียงคำสั่งรับรองหรือไม่รับรองตามคำขอจากนายอำเภออุ้มผาง(ซึ่งจะต้องออกคำสั่งเป็นหนังสือตามแบบที่กำหนดไว้)ในอีกสามสิบวันนับจากวันนี้

เหมือนกับว่าการทำงานวันนี้เป็นการทำงานที่ประสบความสำเร็จไปเปลาะหนึ่ง(และเราเชื่อว่าพี่อนันต์อุ่นใจไปเปลาะหนึ่งเหมือนกัน) เปรียบไปคงเป็นเหมือนกับของขวัญที่มอบให้เนื่องในโอกาสที่จะเข้ารับปริญญาในปลายเดือนนี้

มีแรงทำงานขึ้นเยอะเลย