การสอนทักษะชีวิตเกี่ยวกับการปลูกพืชสวนครัวหรือรั้วกินได้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คนรุ่นใหม่ควรมีทักษะ
หากใครเคยมีประสบการณ์เยี่ยมชมโรงเรียนของครูนกจะทราบว่าเรามีพื้นที่น้อยมากเมื่อเทียบกับนักเรียนจำนวนสามพันกว่าคน ดังนั้นวิชาทางด้านการเกษตรต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ ในกรณีชุมนุมอนุรักษ์พืชสมุนไพรในท้องถิ่นภาคใต้ของครูนกต้องการให้เด็กๆ ได้มีประสบการณ์ตรงในการปลูกพืชปลูกผัก ทักษะดังกล่าวอาจจะเป็นเรื่องปกติของโรงเรียนที่มีสภาพเอื้ออำนวย แต่อยากบอกว่าครูนกสอนเด็กที่มีพื้นฐานชีวิตในเมืองการปลูกพืชด้วยตนเองถือว่า เด็กส่วนใหญ่จะไม่มีประสบการณ์ดังนั้นครูนกยังสร้างประสบการณ์หรือมุมมองให้กับเด็กๆในการปลูกพืชผักว่าไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มากมาย
ดังนั้นกิจกรรมการปลูกพืชผักเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมชุมนุมอนุรักษ์พืชสมุนไพรฯ โดยต้องปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพโรงเรียนและเวลาในการดำเนินกิจกรรมเริ่มจาก
-
วางแผนในการปลูกพืชตามความสนใจ ความถนัดหรือความต้องการใช้
-
ทำการปลูกโดยเน้นวัสดุที่ใช้แล้วมาประกอบการปลูกพืช
-
ให้นักเรียนติดตามข้อมูลการเจริญเติบโดยการบันทึกข้อมูลพร้อมบันทึกภาพ
-
นำเสนอต่อนักเรียนคนอื่นๆ และครูเพื่อนำมาประเด็นสนทนาในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปลูกพืช
โดยใช้เวลา ๕ นาทีต่อคน สัปดาห์ละหนึ่งคนยกเว้นครั้งแรกสัปดาห์ละ ๒ คน
ในครั้งแรกเรามีนักเรียนอาสาเสนอ ๒ คนคือรุ่นพี่ ม.๓ และน้อง ม.๑ โดยรุ่นพี่ม.๓ มาเล่าเรื่องการปลูกอัญชันสีขาว(เนื่องจากที่บ้านมีเมล็ดพ้นธุ์จำนวนมาก) รุ่นน้อง ม.๒ มาบอกเล่าเกี่ยวกับการปลูกมะละกอ
พี่ม.๓ เน้นย้ำกับเพื่อนๆ ว่าการปลูกพืชไม่ใช่เรื่องยากทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเองที่สำคัญเอาใจใส่รดน้ำ ใส่ปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง
น้อง ม.๑ นำเสนอการปลูกมะลอกอซึ่งต้องชื่นชมว่า เด็กเตรียมการนำเสนอได้ดีมากเก็บข้อมูลละเอียด และชัดเจนที่สำคัญทำอย่างต่อเนื่อง
สรุปวันนี้การบอกเล่าของเพื่อนทำให้หลายๆคนในชุมนุมที่ยังไม่ได้เริ่มต้นปลูก หรือปลูกแต่ยังไม่ได้ใส่ใจปรับเปลี่ยนวิถีคิดของตนเองได้ว่า การปลูกพืชไม่ใช่เรื่องยากแต่คุณค่าอนันต์
เด็กๆคงชอบการเรียนรู้แบบนี้นะคะ น่าสนุกจัง
สวัสดีค่ะ น้องอาจารย์ขจิต
สวัสดีค่ะ คุณkunrapee
เป็นชุมชนเด็กที่เกิดการเรียนรู้อย่างมีชีวิตชีวาครับผม