ขอบคุณที่บอกเล่าความรู้สึกให้เราได้รับรู้ ขอบคุณโอกาสที่ทำให้เราได้เรียนรู้

11 น. เช้านี้ ได้รับ โทรศัพท์จากน้อง ให้มาช่วยคลี่คลาย เนื่องจากน้องไม่พร้อมที่จะรับกับสถานการณ์


            ภาพที่เห็น ชายวัยกลางคน เปลี่ยนจากชุดโรงพยาบาลมาอยู่ในชุดที่พร้อมจะกลับบ้าน มือจับกระเป๋าไว้แน่น นั่งสูดลมหายใจเข้าออกลึก ดูเหนื่อยๆ เครียดๆ

เราใจหายวาบ  ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เตรียมตัวที่จะรับการการตัดวันนี้    ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น...........


“เป็นอย่างไรบ้าง”  คือคำถามง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตอง ที่เราคิดได้ในขณะนั้น


       สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ ถ้อยคำที่พรั่งพรู ..........

หลายเหตุการณ์ที่เขาได้พบเจอในห้วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เจ็บป่วย หลายความรู้สึกที่เกิดขึ้น 

      บางครั้งบางคราน้ำตาของลูกผู้ชายก็ไหลซึม......มันมีความหมายมากกว่าความไม่พึงพอใจที่เกิดขึ้น  


        เราให้ลุงได้บอกเล่าความรู้สึก สลับกับแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปรับความเข้าใจให้ตรงกัน เพื่อลดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ........จับแขนคุณหมอไว้.........ให้ฟัง  และฟัง


        ฟังแล้วอื้ง........


บางครั้งบางครา สิ่งที่พวกเราทำ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา 


แต่สำหรับใครหลายคน สิ่งนั้นอาจไม่ธรรมดาก็ได้


ขอบคุณโอกาสที่เปิดให้ได้เรียนรู้ ได้มีประสบการณ์


              สุดท้ายเมื่อเริ่มคลี่คลาย...........ก่อนที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดของห้องผ่าตัด ลุงยกมือไหว้  บอกว่า  ผมไม่เป็นไรหรอก   ขอบคุณที่ให้นักจิตวิทยามาคุยกับผม  


  ..........อ้าว......ลุงขา  หนูนะเป็นพยาบาลเต็มขั้น คะ 

+

+

+

+

+

ประเด็นที่เราได้รับจากลุงในวันนี้มีหลายอย่าง ที่จะช่วยให้เรานำไปสู่การพัฒนา “ระบบ”  ได้  แต่ขอเล่าสิ่งที่ทำให้ลุงรู้สึก   “ทนไม่ได้”   จนต้องเปลี่ยนชุด จะกลับบ้าน ไม่ผ่าตัด ทั้งๆ ที่เตรียมตัวไว้พร้อมแล้ว

      ลุงใช้สิทธิประกันสังคม ที่แม้ตอนนี้จะออกจากงานแล้ว แต่ก็ยังต้องหาเงินส่งกองทุนต่อเพื่อหวังว่ายามเจ็บป่วยจะไม่ลำบาก ครบ 60 ปี จะได้เงินก้อน


      สำหรับการผ่าตัดหัวใจครั้งนี้  กองทุนประกันสังคมจ่ายให้  แต่บังเอิญว่าลุงต้องใช้ Albumin  ซึ่งเป็นยานอกบัญชี  ที่ไม่สามารถเบิกได้ ไม่ว่าจะสิทธิอะไร


         แต่พวกเราคิดว่า กองทุนประกันสังคม ซึ่งผู้ป่วยต้องจ่ายสมทบทุกเดือน น่าจะมีการช่วยเหลือส่วนนี้ จึงประสานขอข้อมูล จนทราบว่า ทางโรงพยาบาลต้นสังกัด ช่วยจ่าย 1000 บาท ส่วนที่เหลือ 700 กว่า ผู้ป่วยต้องรับภาระเอง  ไม่เป็นไร เราพอมีหน่วยงานที่จะช่วย

            น้องเล่าว่า  เชิญลูกมาชี้แจง ส่วนต่าง 700 บาท ที่ต้องจ่าย อาจได้จ่ายเป็นบางส่วน ขอให้ไปพบหน่วยงานนี้ บอกเจ้าหน้าที่แบบนี้บอกความจำเป็นที่จ่ายได้ไม่หมด......(เงินเหลือน้อย จากความเจ็บป่วยที่ยาวนาน  การที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดมารับการรักษาที่นี่)

         สรุปกลับกลายเป็นว่า ต้องจ่าย 1700 บาท 


เมื่อลุงทราบเรื่อง  จึงขอกลับบ้านทันที เนื่องจากทั้งหมดนี้เหลือเงินเพียง 300 บาท หากอยู่ต่อ จะมีปัญหาในอนาคต

          เงิน 2000 บาท สำหรับใครบางคนอาจเป็นจำนวนไม่มาก แต่สำหรับใครบางคน ที่อยู่ในสภาพเจ็บป่วย กว่าจะได้มาแต่ละบาท คงต้องใช้ความพยายามมาก……..

 

       เราขอโทษลุงกับทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอโทษแทนทุกๆ คนในองค์กรที่อาจทำให้ลุงไม่สบายใจ  


       ขอบคุณลุงที่บอกเล่าความรู้สึก บอกเล่าความคิด เพื่อให้เราได้เรียนรู้


        เราสัญญากับลุงว่า .......เราจะดำเนินการขอเงินที่จ่ายไปครั้งนี้คืนมาให้ลุงทุกบาททุกสตางค์ …..


เราทำการประสานงา(น)  ขอข้อมูล  ตามหาเอกสาร     สุดท้ายจึงได้บรรลุวัตถุประสงค์ 


หลังจากนั้นจึงมานั่งวิเคราะห์กับน้อง ว่าเรา “พลาด”จุดไหน (ทั้งๆ ที่คุยกับญาติเข้าใจแล้ว)  เพื่อหาทางป้องกันการเกิดซ้ำ  รู้แล้วคะ ว่า "พลาด"ตรงจุดไหน.... 
ทุกอย่างมันมีความเชื่อมโยงกัน