ผมนึกสนุก ลองเปิดสมุด (blog) เล่มใหม่ เล่าเรื่องชื่อ ที่ตั้งขึ้นด้วยคำภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต เพราะเท่าที่สำรวจคร่าวๆ พบว่าชื่อจริงและนามสกุลของคนไทยมาจากภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตเกินกว่าครึ่ง (อันที่จริงอาจจะถึงร้อยละ 70 หรือมากกว่า)

ชื่อบุคคลนั้น มักจะตั้งตามเพศ เช่น เพศชายก็ให้ความเข้มแข็ง กล้าหาญ เฉลียวฉลาด ส่วนเพศหญิงก็เน้นความงาม ความนุ่มนวล อ่อนหวาน น่ารัก

การตั้งชื่อจากภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต มีทั้งชนิดคำเดียว เช่น อาทิตย์ ศักดา ปราณี วัชรี หรือ นำมาประสมเป็นคำใหม่สองคำขึ้นไป เช่น พงศ์ศักดิ์ วัชราภรณ์ ปิยธิดา ฯลฯ

File:AsokaKandahar.jpg

จารึกสองภาษาของพระเจ้าอโศก (ภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/File:AsokaKandahar.jpg)

 

การตั้งชื่อนั้นต้องใช้วิธีการแผลง หรือปรับเปลี่ยนเสียง หรือตัวสะกด ตามความคุ้นเคย หรือความชอบ เช่น เปลี่ยนอักษร ต เป็น ด อย่างคำว่า ศักดิ์ มาจาก ศักติ หรือการยืดเสียงสระ จากสั้น เป็นยาว เช่น วัชระ ยืดเป็น วัชรา แบบนี้ก็ทำได้ และพบได้มาก

การประสมคำในการตั้งชื่อคนไทย ใช้หลากหลายแบบ นอกจากการประสมแบบธรรมดา และสมาสธรรมดาที่คุ้นเคยกันดี

ถามว่า ทำไมคนไทยนิยมตั้งชื่อด้วยภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต คงจะเป็นเพราะเราถือเป็นภาษาแบบแผน เป็นทางการ เคร่งขรึม และสะดวกในการประสมคำ ทั้งคำหนึ่งยังมีหลายความหมาย จึงเลือกความหมายได้ง่าย กระชับในคำเดียว

 

การเล่าแต่ละชื่อ ผมจะเล่าไปตามอำเภอใจ แล้วแต่ว่าจะนึกชื่อใครออก ก็แล้วกันนะครับ...