เสื้อชูชีพผักตบชวา
“สุขและภูมิใจ จนเราหายเหนื่อย”
ความกังวล (แต่ไม่ถึงกับท้อแท้) เมื่อครั้งลงมือทำอะไรสักอย่างคงมีเป็นธรรมดา เพราะไหนจะเรื่องของเวลาที่งวดมาใกล้ ความเหน็ดเหนื่อย อุปสรรคเล็กๆน้อยที่เรียงหน้าไม่ซ้ำกัน กระทั่งอารมณ์คนทำที่ดูจะแปรปรวนไปมา (ฮา)
ที่ว่ามานี้ เรากำลังหมายถึง “เสื้อชูชีพจากผักตบชวา” ที่ทีมโรงเรียนนครไทย จ.พิษณุโลก ส่งเข้าร่วมกิจกรรม“โครงงาน (เชิง) วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ซึ่งเป็นกิจกรรม “ย่อย” หลักวิทยาศาสตร์มาผสานกับวิถีชีวิตประจำวัน ตามแบบที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)ในฐานะแม่งานวางเป้าหมาย ถึงตอนแรกจะเหนื่อยอย่างไรก็เถอะ

แต่ถึงวันนี้หากลองไปถามเพื่อนๆ ทีมโรงเรียนนครไทยดู ก็คงจะลืมความเหนื่อยในครั้งนั้นเป็นแน่ๆ เพราะไหนผลงานของพวกเขาจะช่วยลดสิ่งไร้ความจำเป็นอย่างผักตบชวาในชุมชน หรือได้รางวัลดาวทองจากการประกวดแล้ว ผลงานของเขายังได้รับการเผยแพร่ในสื่อต่างๆ โดยเฉพาะนิตยสาร “Go Genius” ซึ่งเป็นนิตยสารที่พวกเขาอ่านเป็นประจำ อีกทั้งสำหรับนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยแล้วทุกคนทราบดีว่า “Go Genius” น่าสนใจขนาดไหน
เริ่มที่ “ครูประดัด ชมมี” ครูวิทยาศาสตร์ที่ปรึกษาโครงการ “เสื้อชูชีพจากผักตบชวา” ได้ความว่า ที่โรงเรียนได้เห็นผลงานในนิตยสารช่วงใกล้วัน พร้อมยังได้รับชมว่ารูปแบบที่สื่ออกไปนั้นว่าโดดเด่นน่าสนใจ “เมื่อได้หนังสือมาแล้ว ได้นำหนังสือดังกล่าวบอกเรื่องราวแก่เด็กๆ ที่หน้าเสาธงตอนเช้า และได้มอบรางวัลเชิดชูเกียติและวารสารดังกล่าวให้กับนักเรียนทั้ง 3 คนที่ทำโครงการโครงงานเสื้อชูชีพจากผักตบ ส่งผลให้มีเสียงตอบรับจากเพื่อนๆ ของน้องๆ ทั้งแสดงความยินดีชื่นชม และบอกว่าอยากลงหนังสือบ้าง โดยแสดงความเห็นว่าเขาก็มีผลงานเหมือนกัน เช่นอุปกรณ์บริหารเอวแบบพอเพียง ชุดกรองน้ำเส้นใยธรรมชาติ ที่นักเรียนทำกันอยู่”

ส่วน “บิว”ชนกานต์ ไชยสัตย์ ม.4 หนึ่งในสมาชิกทีมเจ้าของผลงานนั้นบอกว่า ตอนแรกที่เห็นดีใจ ไม่คิดว่าผลงานจะได้ออกเป็นหนังสือ เลยซื้อเก็บไว้ 1 เล่ม และ ได้มาจาก อาจารย์อีก 1 เล่ม ผลงานครั้งนี้ทำให้แม่ชมว่าเก่ง และพ่อแม่อยากให้ตั้งใจทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังคิดว่าจะเอาความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดให้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเกิดน้ำท่วมขึ้นมาจริงๆ ขณะที่ “ดิว” วันวิสา สุวรรณ์ สมาชิกอีกคน บอกว่าเมื่อเพื่อนลงรูปหนังสือให้ดูในเฟสบุ๊คก็ดีใจ แต่ยังไม่ได้ไปซื้อเก็บไว้ ซึ่งคาดว่าจะสั่งซื้อหนังสือเล่มดังกล่าวผ่านทาง web site ของ บริษัทนานมีบุ๊ค ที่เป็นผู้ผลิต เพื่อต้องการเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งในแฟ้มรวบรวมผลงานประกอบการตัดสินใจจากคณะกรรมการในการเรียนต่อในชั้นที่สูงยิ่งขึ้น “ผลงานหนนี้ยังทำให้คนที่มองว่าโครงงานวิทย์ฯ เป็นแค่การทำรูปเล่มส่งอาจารย์ เปลี่ยนความคิด เพราะหลังจากลงหนังสือ ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น ภูมิใจที่โครงงานนี้ได้นำวัสดุจากธรรมชาติมาทำก่อให้เกิดประโยชน์ 3 ด้าน 1.ทำให้ คนมีเสื้อชูชีพใส่เวลาน้ำท่วม 2.ลดปัญหาน้ำเน่าจากปัญหาผักตบชวาเต็มคลอง และ3.ลดสิ่งกีดขวางการจราจรทางน้ำ ซึ่งก็ถือว่าทำประโยชน์ได้รอบด้านครบถ้วนจริงๆ มันมีทั้งความสุขและภูมิใจจนเราลืมเหนื่อยไปเลย” ดิวบอก

นอกจากนี้ รูปธรรมอีกอย่างของผลงานยังถูกนำไปประกอบการประเมินการติดตาม “งานนิเทศกำกับติดตามโรงเรียนมาตรฐานสากล”อีกด้วย ซึ่ง “อาจารย์ประดัด” อธิบายว่า “เป็นการแสดงผลงานโดยชูประเด็นการพร้อมที่จะรับภัยพิบัติธรรมชาติ ที่มีโรงเรียนเป็นศูนย์ประสานงาน ร่วมด้วยการจัดอบรมโครงการเยาวชนอาสา เพื่อเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติของจังหวัดซึ่งมีเพื่อนๆสมาชิกของโครงการนี้ ไปนำเสนอ เช่นเดียวกับที่มีประชาชน ก็มีโรงเรียนต่างๆ ในเขตนครไทยเข้าร่วม ซึ่งถือเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแน่นอนว่าผู้ชมงานต่างขอทดลองใส่เสื้อชูชีพจากผักตบชวากันอย่างคึกคัก” เพราะไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกของครูหรือเพื่อนนักเรียนผู้สร้างผลงานก็ตาม เมื่อ“กิจกรรมเสื้อชูชีพผักตบชวา” ที่พวกเขาสร้างได้ถูกลอยออกไป มันย่อมล้วนสร้างความสุขแก่พวกเขา ไม่ว่าจะเป็นสุขจากที่ได้สร้างผลประโยชน์แก่ชุมชน ได้ร่วมเผยแพร่องค์ความรู้วิทยาศาสตร์ที่ใช้ได้จริงให้คนอื่นๆ
เป็นความภูมิใจจนลืมความกังวลและเหน็ดเหนื่อย แบบที่ครั้งหนึ่งเคยรู้สึกอย่างสิ้นเชิง
ได้นวัตกรรมที่ดี มีและมีประโยชน์ สิ่งแวดล้อม ไม่เสีย เพิ่มคุณค่า ให้ผลิตภัณฑ์ด้วยนะคะ
ขอบคุณบทความดีดีนี้นะคะ
ดีจังเลยนะคะ สร้างสรรค์สุดยอดค่ะ
ขอบคุณแทนน้องๆ สำหรับคำติดชมค่ะ น้องๆ คงดีใจมากเลยที่รู้ว่ามีคนมาให้กำลังใจค่ะ