วันศุกร์ ที่ ๖ เดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
กราบสวัสดีค่ะครู
เช้านี้ตื่นขึ้นมาตีสามไฟสว่างระลึกได้กับตนเองว่าเสียท่าให้กิเลสรู้สึกเจ็บใจ ก้มลงกราบพระทำวัตรเช้า แล้วก็ลงมือแก้ไขด้วยการเขียนบันทึกแล้วก็อัพขึ้น G2K แล้วก็หุงข้าวไว้ก่อน ไปวิ่งออกกำลังกาย กลับมาทำดีท๊อก อาบน้ำ จัดแจงเสื้อผ้าสำหรับไปประชุมและไปวัด ตั้งใจรีดผ้าค่ะครู ยอมรับอย่างหนึ่งว่า ใจรู้สึกกังวลเรื่องความเหมาะสมในการแต่งกาย แต่ก็ตัดสินใจเลือกชุดกางเกงแสลก เสื้อโปโลของ body grove ที่ครูให้มาทั้งสองตัว แล้วก็เตรียมเสื้อสูท และก็เสื้อสีดำแขนยาวของ G2K กับกระโปรงผ้าฝ้ายสีดำ ด้วยตั้งใจกับตนเองว่าทุกวันควรจะออกกำลังกายเพราะจะช่วยให้มีสติในการทำงานมากขึ้น จึงเอารองเท้าผ้าใบไปด้วย กว่าจะอะไรเสร็จก็จะแปดโมงครึ่ง สายแล้วจัดแจงวางของบนรถ เช้านี้ได้เตรียมเพียงกับข้าวแต่ไปไม่ถึงวัด ศีลข้อสี่ด่างพร้อย รักษาสัจจะไม่ได้ค่ะครู กว่าจะถึงที่ทำงานก็สายอีกศีลข้อ๒ ด่างพร้อย ทบทวนกับตนเอง พอรู้สึกว่าเริ่มพลาดเรื่องหนึ่ง ถ้าตั้งสติไม่ทันจะไปกระทบสิ่งต่างๆเป็นโดมิโน่ค่ะครู ทุกทีคงเป็นแบบนี้แต่หนูไม่ยอมรับ เพราะควรจะเก็บกระเป๋าตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดี แต่ดัรเผลอหลับศีลข้อ ๕ ด่างพร้อย ทำให้ศีลข้อ ๔ ติดร่างแห จิตงอแง ศีลข้อ ๑ ด่างพร้อย เลยพ่วงให้มาทำงานสายทำงานล่าช้า ศีลข้อ ๒ ด่างพร้อย แล้วพอเผลอก็หาทางออกอยากร้องเพลงบ้างอยากฟังเพลงบ้างให้ทุเลาแรงบีบคั้น พอนั่งลงทำงานก็ใช้เวลาตั้งสติเยอะเริ่มจากเปิดเช็คเมลล์เกิดอาการไถลไปหาข้อมูลการบริจาคไมลล์บิน อยู่เป็นนานแต่ก็ไม่ได้คำตอบ พอครูส่ง SMS มาก็พยายามหาข้อมูล ลองโทรไปก่อนแต่ไม่มีใครรับสายปรากฏว่ายังไม่ถึงเวลาเปิดทำการ จึงค่อยได้คำตอบของตนเอง แล้วก็ส่งSMS แจ้งครูหนูรู้สึกว่า "ทำงานพลาดบ่อยค่ะ เหมือนเด็กสอบตกแล้วตกอีก หนูไม่อยากสอบตกอีกแล้ว จึงพยายามแก้ไขค่ะ"วันนี้รายงานผลออกไม่ทัน น้อมรับข้อบกพร่อง พอใกล้ๆเที่ยง โทรสั่งอาหารเพิ่มแล้วนำข้าวและของที่เตรียมไปวัดมาจัดโต๊ะให้พี่ๆทานค่ะครูรู้ว่าบกพร่องแต่ก็พยายามทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุดค่ะประมาณบ่ายสามโมงครึ่งขออนุญาตออกมาจากที่ทำงาน แวะเติมแก็สคำนวณระยะเวลาการเก็บของเปลี่ยนชุดก็น่าจะพอดีกับที่ได้เติมเพราะที่นี่ใช้การลงคิวซึ่งก็พอดีค่ะครู แต่พอจะเติมเครื่องคอมที่ควบคุมระบบแฮงค์รอรีสตาร์ท ทำให้รอนานขึ้นอีกนิด ใจวูบร้อนรนขึ้นมาค่ะ ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย จัดการกับตนเองโดยการออกมาเดินไปร้านมินิมาร์ทใกล้ๆ ซื้อชามาดื่มใจค่อยเย็นลง ไม่นานก็เรียบร้อยก็เกือบๆจะสี่โมงครึ่งมุ่งหน้าไปเรื่ิยๆ ตังค์ในโทรศัพท์ไม่มี พอเติมก็รีบโทรกราบเรียนพระอาจารย์และส่งSMS แจ้งครู มาถึงวัดขับรถสวนกับครูที่หน้าวัดพอดี รู้สึกทั้งดีใจและเสียดายค่ะ เข้าไปกราบพระอาจารย์แล้วเข้ามาในกุฏิน้องภัสมาก่อนแล้วอาบน้ำอยู่ หนูเก็บของอาบน้ำ แล้วก็เข้าไปกราบคุณยายชี เยี่ยมแม่ชีที่ท่านพึ่งผ่าตัด ทราบว่าวันนี้มีแม่ชีมาเพิ่มเป็นองค์ที่เคยมาพักแล้วจะแสดงอาการแปลกๆเวลาสวดมนต์วันนี้ลงทำวัตรรวมค่ะครู ระหว่างทำวัตรแม่ชีท่านรำ ทำไม้ทำมือ สวดๆไปก็มีเรอ แล้วสักพักก็ร้องไห้ เสียงดัง ใจหนูรู้สึกแตกต่างเปลี่ยนไป บางคราก็นึกถึงตอนที่ตนเองลุกขึ้นมาเต้นตามเพลงต่างๆเข้าจังหวะ ผู้มีสติปัญญาท่านคงรู้สึกสลดหดหู่สงสารอย่างที่หนูรู้สึก บางทีตอนท่านเรอ หือพ่นลมหายใจออกมีกลิ่นเหม็น เพราะหนูนั่งตรงตำแหน่งรับลมหายใจท่านได้พอดี ใจหนูรู้สึกรังเกียจ ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย พร้อมๆกับศีลข้อ ๕ เพราะขากสติ บางคราหันไปมองเด็กๆเห็นแววตาประหลาดใจแบบซื่อก็รู้สึกขำตาม กับสีหน้าซื่อๆที่น้องแงสดงออก ใจข้างในก็รู้สึกค่ะครู สภาวะข้างในหนูเปลี่ยนไปมา ส่วนใหญ่ไปอยู่ที่สลดหดหู่เพราะนึกถึงตนเองตอนขาดสติ จึงตั้งใจอยู่กับลมหายใจระหว่างสวดมนต์รู้สึกเบาขึ้นมาแล้วก็สวดต่อ เข้ามาข้างในทบทวนไปด้วยกันกับน้องภัสว่า "ท่านก็เหมือนเราตอนขาดสติ ไม่อยากรับยา เพราะไม่ยอมรับว่าป่วยเราก็เช่นกัน". คุยไปถอดบทเรียนกับตนเองไปค่ะครู. แล้วก็นั่งลงภาวนาที่กุฏิทั้งคู่ แล้วนอนก็นอน หนูเขียนบันทึกต่อแล้วก็ออกไปภาวนา เดินจงกรม จนประมาณเที่ยงคืนก็เข้าไปพักเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะครับ...มีพี่คนหนึ่งบอกว่าชีวิตเราต้องมีพลัง 3 อย่าง...พลังกาย...พลังใจ...พลังปัญญา...ชอบที่ออกกำลังกายครับ และการรักษาศีล 5 ในบางสัปดาห์ของผมสามารถรักษาได้ครับทุกข้อในทุกวัน...แต่หลายครั้งในบางวันผมเก็บได้วันละข้อ รวมสัปดาห์ก็ครบห้าข้อ...เขียนไปไหลนะครับ...ไหลเหมือนสายน้ำที่มันไม่ย้อนกลับครับ...