ฝึกขับรถ

ขอเกริ่นนำก่อนเลยนะว่า ทุกวันนี้ พวกเด็กๆหรือวัยรุ่นใครๆก็ขับรถเป็นทั้งนั้น อย่างน้อยก็มอเตอร์ไซต์แหละ ใช่ไหม? แต่!!!จะมีสักกี่คนที่จะต้องโดน"บังคับ"ให้ทำ อ๊ะ!!!อย่าเพิ่งตกใจไป เรื่องราวไม่ได้จะโหดร้ายอะไรขนาดนั้น เชิญติดตามเลยค่ะ....   

 

เรื่องราวมีอยู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 6ปีที่แล้ว ซึ่งมัน...ก็ไม่ได้นานอะไรนะ - -" มีเด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังเรียนอยู่ ม.1 เธอขี่ไม่เป็นแม้กระทั้งมอเตอร์ไซต์ ไม่ใช่ว่าที่บ้านไม่มีให้ขี่นะ แต่ด้วยพฤติกรรมการขี่จักรยานที่ต้องทำให้ผู้ปกครองโดยเฉพาะคุณพ่อเป็นห่วง (เธอเคยขี่จักยานตัดหน้ารถค่ะ T__T แต่รอดมาได้ คือว่า...พ่อเห็นเหตุการณ์กับตา) ทำให้มีคำสั่งไม่ให้ขี่มอเตอร์ไซต์เด็ดขาด !!! แต่เมื่อสถานการณ์บีบบังคับ คุณพ่อจึงเลือกสอนขับรถยนต์แทน...

สิ่งที่เรียนรู้ (what):การขับรถยนต์และคติในการขับขี่

เมื่อฉันจะฝึกขับรถยนต์ O_๐

     วิธีเรียน (how) :เมื่อตกลงกับคุณพ่อแน่นอนแล้วว่าจะเริ่มฝึกขับรถยนต์ ก็ต้องเริ่มจากศึกษากลไกการขับขี่ของรถยนต์ ว่าเบรค คาร์ด คันเร่ง คือตัวไหน เหยียบยังไง เวลาที่เข้าเกียร์จะเข้ายังไง ใช้เกียร์อะไรให้เหมาะสมกับรอบและความเร่ง เมื่อศึกษาพอสมควรแล้ว ก็เริ่มฝึกในลานกว้าง เพื่อจะทำให้ทราบว่า เมื่อรถออกตัวเริ่มแรกจะเป็นอย่างไร จับหรือหักพวกมาลัยอย่างไงเพื่อให้รถวิ่งได้ตรงหรือเลี้ยว เมื่อฝึกบนลานธรรมดาแล้ว ก็ต้องลองฝึกขับบนทางจริงบ้าง ช่วงแรกๆที่ขึ้นขับบนทางที่รถวิ่งจริงๆก็จะตกใจอยู่บ้าง เพราะเราไม่รู้เลยว่ามีอุปสรรคอะไรอยู่ข้างหน้า บางครั้งขับๆอยู่รถดับก็มี(เพราะใช้เกียร์ยังไม่สัมพันธ์กับความเร็ว) ช่วงที่ตกใจที่สุดคือ เวลาที่จะต้องขับแซงรถสอบล้อ เพราะรถมันคันใหญ่มาก ช่วงที่กำลังผ่านเหมือนกับว่ารถเราจะโดนดูดเข้าไปในรถสิบล้อ ระหว่างที่ฝึกขับคุณพ่อก็จะนั่งอยู่ข้างๆ คอยบอกคอยสอนว่า " ห้ามประมาทเด็ดขาด เราช้าไปแค่ 1-2 วินาที หรือไม่กี่นาที ดีกว่าจะพลาดขึ้นมา ทั้งชีวิตก็เอาคืนมาไม่ได้ ไม่ต้องขับเร็วไปแข่งกับใคร ใครที่เค้ารีบก็ให้ไปก่อนเลย " และอีกอย่างที่เรียนรู้ในการขับรถคือ ดูคุณพ่อเป็นตัวอย่าง คือจะไม่ขับเร็ว ไม่ขับแซงปาดหน้า หรืออะไรที่ทำให้คนที่นั่งด้วยรู้สึกไม่ปลอดภัย

     ผลการเรียน (outcome) :จากการที่ฝึกขับบ่อยๆก็จะทำให้ขับคล่องมากยิ่งขึ้น ก็จะเริ่มรู้ว่าจะใช้เกียร์ยังไง เวลาที่จะแซงจะเหยียบคันเร่งให้รถขึ้นแซงประมาณไหน เมื่อมีอุปสรรคข้างหน้าที่แตกต่างกันก็จะตัดสินใจได้เร็วขึ้นว่าจะจัดการยังไง ไม่ตกใจและมีสติอยู่ตลอดเวลา และพึงระลึกอยู่เสมอเลยว่า "ไม่ประมาท ไม่ต้องรีบ เกิดอะไรขึ้นมันไม่คุ้ม"

  ข้อคิดที่ได้(reflection) ...ในการขับรถของทุกคน ดิฉันเชื่อว่าทุกคนต้องมีเหตุการณ์ที่ตัวเองจะต้องจำได้ เหมือนสุภาษิต "ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา" สำหรับดิฉันเอง ก็มีค่ะ ในช่วงที่ขับรถเป็นใหม่ๆ เวลาที่ขับไปโรงเรียนก็จะขับเร็ว(ประมาณ 100 km/h) ซึ่งทางก็ค่อนข้างที่จะมีโค้งเยอะ ทุกคนคงทราบกันดีว่า ถ้าวัตถุที่วิ่งด้วยความเร็วมาก ก็จะมีแรงหนีศูนย์กลางมากด้วย ... วันนั้นเอง ก็เกือบจะแหกโค้งไปแล้ว แต่โชคดีที่ดึงสติกลับมา หักพวกมาลัย แล้วเหยียบเบรคได้ทัน วินาทีชีวิตตอนนั้น ก็คิดว่า ถ้าเราตายตอนนี้ พ่อแม่จะเป็นยังไง มันแค่เสี้ยววินาทีจริงๆ ก็เลยเป็นบทเรียนครั้งสำคัญเลยที่จำมาจนทุกวันนี้ ว่า"ไม่ประมาท ไม่ต้องรีบ เกิดอะไรขึ้นมันไม่คุ้ม"

สุดท้าย...ฝากสำหรับผู้ที่ได้อ่านเรื่องราวนี้นะคะ ว่าอยากจะเตือนจริงๆว่า อย่าประมาทในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขับรถ หรือเรื่องใดๆในชีวิตก็ตาม เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นและผ่านไป บางเรื่องก็อาจจะสามารถกลับมาแก้ตัวได้ แต่บางเรื่องก็อาจจะไม่เหลือแม้กระทั้งโอกาสที่จะแก้ตัวได้เลย....


***ฝากอีกหน่อยนะคะ หลังจากที่อ่านบทความแล้วมีความคิดเห็นอะไรกับงานเขียน อยากจะติชมหรือแนะนำได้เลยนะคะ...ขอบคุณค่ะ ^^