วันพุธ ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕

กราบสวัสดีค่ะครู

     วันนี้เป็นอีกวันที่สอบตก ตื่นเช้าขึ้นมา อาการหวัดยังไม่หายไป มีอาการสำออยทั้งๆที่เตรียมของไว้ตั้งใจทำไปวัด แต่สุดท้ายก็ออกจากบ้านสาย เลยไปที่ทำงานเลย สวดมนต์ทำวัตรเช้าระหว่างทาง พอไป

ถึงที่ทำงานวันนี้ตั้งใจเคลียร์งานรายงานผลและยืนยันผลแล็บ สำหรับรายงานผลวิเคราะห์ยาได้เช็คเอกสารเพิ่มค่ะแต่ยังออกผลไม่สมบูรณ์ ส่วนยืนยันผลแล็บ แล็บเฟล ได้เตรียมไว้เพื่อพรุ่งนี้ทำใหม่

 ส่วนงานที่ครูมอบหมายให้ประสาน ทีมวิทยากรเรื่องการเดินทาง แทนที่จะประหยัดและสบายๆหนูกลับสร้างปัญหามากขึ้นเบียดเบียนคนรอบข้าง ด้วยความโง่ของตนเอง ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย หนูไม่อยากเป็นเจ้าค่ะ ไม่อยากสร้างปัญหาแทนที่จะกล้ายอมรับแล้วแก้ไขกลับมีอาการเศร้าหมองและโทษตนเองจากเดิมที่เป็นหวัดอยู่ทำให้มีอาการหนาวสั่นขึ้นมากับตนเอง

แต่ก็พยายามทำแล็บไปเรื่อยๆ แต่เผลอมันก็ร้องไห้แทนที่จะตั้งสติ เหมือนได้พักเดียวก็คร่ำครวญอีก ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย

เห็นว่าหนูไม่ค่อยพยายามกับตนเองในการทำสิ่งต่างๆ ก็ทำแหละแต่ทำแบบขอไปทีืืไม่ค่อยดึงศักยภาพที่มีออกมาใช้ แต่พอทำอะไรที่กิเลสนำหรือทำเพื่อให้ดูดีกลับทำแบบเอาเป็นเอาตายค่ะ

พอครูโทรมาเตือนสติให้ใคร่ครวญ หนูก็ขับรถออกมาจากที่ทำงานว่าจะตรงไปริมบึง แต่พอขึ้นรถแล้วร้องไห้

กลับเลี้ยวรถกลับบ้าน

ขึ้นห้องพระ นั่งภาวนาได้แป๊บเดียวก็ร้องไห้

แล้วก็หลับไปรู้สึกเสียใจค่ะ เข้าใจคนที่ทนสภาวะบีบคั้นไม่ได้ว่าอยากหาทางออกเพียงใด

อยู่ที่ปัญญาแล้วว่าจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวหรือใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา

พอครูโทรมา รับรู้ว่าครูเหนื่อยที่ต้องเอ็ดหนู

ใจหนูอยากให้ครูชมบ้าง แต่ทำอะไรก็ไม่เคยได้เรื่องก็สมควรที่จะถูกกำหราบ

 "หนูไม่อยากเป็นเปรตค่ะ และก็ยังอยากเจอครูอยู่ เพราะก็เชืื่อว่าถ้าตายตอนนี้คงไม่ได้ไปดีแน่ กว่าจะมีโอกาสเจอครูบาอาจารย์เมตตาสั่งสอนคงจะยาก เพราะแต่ละท่านคงพ้นทุกข์ร้อนไปหมด"

มันไม่มีทางอื่นสำหรับหนูจริงๆ รู้สึกเช่นนี้ แม้จะปางตายอย่างไร ก็ต้องอดทนเดินไปให้ได้เจ้าค่ะ

กราบขอขมาเจ้าค่ะ