นับจากวันที่ 25 สิงหาคม 2549 ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะล่วงเลยเวลามาเกือบสามอาทิตย์ แต่ภาพในวันนั้น ไม่อาจที่จะถูกลบเลือนให้ผ่านไปได้โดยที่จะไม่กล่าวอะไรถึง........

             เมื่อดิชั้นได้เปิดดูสมุดเตือนความทรงจำที่ภาษาฝรั่งเรียกอย่างเก๋ไก๋ว่า Year Planer (ทำให้ประหนึ่งว่าเป็นคนชอบวางแผนในชีวิต) ดิชั้นพบเศษกระดาษรุ่งริ่ง ซึ่งจำได้ว่าลูกศิษย์คนหนึ่งส่งมาให้ตอนที่จัดงานเสวนา รุ่นพี่พบรุ่นน้อง Welcome Back home...

             เศษกระดาษแผ่นนั้นทำให้ดิชั้นย้อนกลับไปreward ดูภาพเก่า ในหัวสมองที่ยังคงจำได้อย่างไมมีวันลืม.....ดิชั้นเริ่มอ่านข้อความในกระดาษนั่นอีกครั้งประกอบกับการตัดสลับภาพความทรงจำในอดีต....ประหนึ่งภาพสีซีเปียDisslove กับตัวอักษร (ขออภัยท่านผู้อ่านที่ใช้ศัพท์ทางด้านการผลิตรายการโทรทัศน์) คำถามที่เกิดขึ้นผุดขึ้นมาเป็นระยะ

  • ในฐานะอาจารย์นิเทศศาสตร์ เราใช้วิธีการสอนอย่างไร?

       ณฐพร พรมโพธิ์ หรือ ไอ้ใหม่ เจ้าใหม่ สารพัดใหม่ ในหมู่เพื่อนและอาจารย์ บรรยายข้อเขียนถึงน้องๆและอาจารย์ในวันนั้นมีประเด็นที่น่าสนใจว่า

"การใช้ชีวิตในฐานะนักศึกษา"

       ในฐานะของการเป็นนักศึกษาเราเองก็ควรจะต้องศึกษา!!!!! ศึกษาอะไรบ้าง? ก็ต้องทุกสิ่งทุกอย่างทั้งในหนังสือและนอกหนังสือ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน......ความรู้ทางภาคทฤษฎีอาจได้จากการสั่งสอนของครูบาอาจารย์ แต่ความรู้ทางภาคปฏิบัติอาจได้จากเพื่อนฝูง รุ่นน้อง รุ่นพี่ ที่เราแหกตะโกนอยู่กลางสนามหญ้าหรือทำกิจกรรมต่างๆเป็นต้น........การเป็นนักศึกษาจะต้องศึกษาเรียนรู้ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ สมบูรณ์ ดังนั้น ความสมบูรณ์ครบถ้วนของเนื้อหารายวิชาจะไม่สิ้นสุดอยู่ที่ห้องเรียน มันอาจไปสมบูรณ์ครบถ้วนตอบโจทย์รายวิชานั้นๆจากห้องชมรมหรือการแสดงละครในโรงอาหาร ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า "ตัวความรู้" ที่เราต้องศึกษาในฐานะการเป็นนักศึกษา มันไม่สิ้นสุดอยู่ ณ ที่ใครคนใดคนหนึ่ง เพียงแต่เราต้องพยายามจับเอาความรู้ต่างๆมาผสมผสานกันเข้ากับตัวเอง เราต้องดึงเอาความรู้ที่อยู่ในที่ต่างๆเข้ามาสู่ตัวเอง เราจึงจะมีความรู้มากขึ้นกว่าเดิม แข็งแกร่งทางด้านภูมิปัญญามากกว่าเดิม เข้าใจตัวเองมากขึ้น เข้าใจวิถีชีวิตมากขึ้นและสุดท้ายเราจะเป็นนักศึกษาอย่างเต็มตัวมากขึ้น.........

         อ่านประโยคนี้ของใหม่....ภาพการเรียนการสอนสมัยพวกเขาอยู่ปี 1 ผุดขึ้น พร้อมกับความคิดที่แวบออกมาว่า "มิน่าหละ...ทำไมพวกมันถึงหลับเวลาเราสอนทฤษฎี".......พอให้ผลิตรายการโทรทัศน์จริง...ทั้งๆที่เป็นProject เล็กๆ ที่เราไม่ได้คาดหวังอะไรมาก....เขากลับทุ่มเทชนิดที่เรียกได้ว่าลืมเวลานอน เขาแสวงหามากกว่าที่เราสอนเสียอีก.....นี่แหละหนา...เพิ่งมารู้ว่าความคิดพวกเขา..ไม่ธรรมดา

        วิธีการเรียนการสอนของชาวนิเทศศาสตร์มีรูปแบบที่หลากหลาย มีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นปฏิบัติ

        ปฏิบัติก็มีอยู่หลายแบบ คือ ปฏิบัติแบบให้นักศึกษาไปแสวงหาเอาเอง หรือปฏิบัติที่มีอาจารย์แนะนำทุกขั้นตอน....แล้วแต่กลวิธีในการสอนของอาจารย์แต่ละท่าน จากประสบการณ์ของดิชั้น ที่ผ่านมา การสอนภาคปฏิบัติเป็นสิ่งที่อาจารย์ต้องลง ทั้ง ทุน แรง ใจ เวลา ให้นักศึกษา...จึงเรียกได้ว่าไม่ได้สอนกันอย่างสบายๆ ผิดกับการสอนทฤษฎีที่มีเพียงอุปกรณ์หรือสื่อพื้นฐาน เช่น แผ่นใส Powerpoint เป็นตัวช่วย.....

        อย่างไรก็ตาม....ประสบการณ์การการสอนภาคปฎิบัติของดิชั้นที่สะท้อนออกมาจากแนวคิดของใหม่ ทำให้ดิชั้นได้คิดว่า นักศึกษามองภาพรวมของการสอนของอาจารย์ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ออกมาในรูปของความรู้เชิงทฤษฎี ในขณะเดียวกัน ความรู้จากกิจกรรมนอกห้องเรียนต่างหากที่เน้นย้ำว่าเป็นประสบการณ์ที่นักศึกษาสามารถนำไปใช้ได้จริง

        ความคิดของใหม่ ไม่ได้มีเพียงเท่านี้....และ Welcome Back Home ในวันนั้นยังมีสิ่งที่ฝากไว้อีกมากมาย.....

        ในตอนต่อไป ขอนำเสนอแงมุม ของ แรงบันดาลใจ ระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้อง และแรงบันดาลใจของอาจารย์ที่ซาบซึ้งเกินคำบรรยายค่ะ

รุ่นพี่

ปล.ใหม่ : ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมในการประกวดหนังสั้นระดับนานาชาติ และขณะนี้ใหม่เป็นช่างภาพอยู่บริษัท ทีวีบูรพา ค่ะ