จงเตือนด้วยความนอบน้อมชี้ขุมทรัพย์อย่าจับผิดให้เราจับดีเขา

มนุษย์เราเคยล้มเคยพลาดเจ็บปวดอย่างไรมา เราย่อมบอกทางที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

โดย Sotthithat Eamlumnow เมื่อ 24 เมษายน 2012 เวลา 22:59 น. ·
 

มนุษย์เราเคยล้มเคยพลาดเจ็บปวดอย่างไรมา เราย่อมบอกทางที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

.....หรือ.....มนุษย์เราถูกสอนสั่งให้เป็นผู้มีน้ำใจเมตตา ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ฉันท์ใด เราย่อมบอกสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ต่อผู้อื่นให้หลีกเลี่ยงไปได้ ฉันท์นั้น....

......นั่นคือความยินดีที่ผู้อื่นเป็นสุข ยินดีที่ผู้อื่นไม่เป็นทุกข์ เนื่องจากประสบการณ์ต่างๆ ที่เราได้พบเจอ สอนให้เราตระหนัก ระมัดระวัง ว่าจะเกิดซ้ำอีกกับเราและกับผู้อื่น หากสาเหตุ หาก"สาเหตุ"หรือ"ตัวปัญหา"(ความเสี่ยงนั้น)ยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือมีมาตรการใดๆมาลดความเสี่ยงนั้น หรือถ้าเป็นความเสี่ยงมากจนรับไม่ได้ปล่อยให้เกิดไม่ได้ก็ต้องหาแนวทางที่จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงสิ่งนั้นเสีย

......การหาสาเหตุพบแล้วละเลยไม่หลีกเลี่ยงหรือยังไม่แก้ไข นั่นเป็นสิ่งที่อาจเป็นผลกระทบทางจิตใจในภายหลัง พูดง่ายๆว่าบอกแล้วเตือนแล้วไม่ทำไม่รีบแก้ แล้วอย่ามาพูดในภายหลังว่า รู้อย่างนี้ตอนนั้นฉันทำ......ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนก็ดี หรือ ต่อไปนี้จะระมัดระวังเพิ่มขึ้น แบบนี้ผู้บังคับบัญชาเค้าฟังไม่ขึ้นครับ คนที่พูดแบบนี้ครูการบินเรียกว่า วิญญาณสองตัวคุยกันครับ เพราะด้านการบิน อาจไม่มีโอกาสได้มีชีวิตอยู่ให้แก้ไขได้ในรอบที่สองครับ

......ตราบใดที่ยังไม่สามารถหาสาเหตุความผิดพลาดที่มาจากองค์ประกอบของเครื่องบินได้ว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นทำงานผิดพลาดได้อย่างไร เราจะยืนหยัดในทุกวิถีทางที่จะไม่ยอมให้เครื่องบินแบบเดียวกันชนิดเดียวกัน ปฏิบัติการบินอยู่ในท้องฟ้า ที่มีความเสี่ยงในการทำงานผิดพลาดบินอยู่แล้วตกลงมาทำความเสียหายให้ชาวบ้านชาวเมืองทั่วโลกได้อย่างรุนแรงและทั่วถึง    

....... นี่คือการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ในเมื่อยังหาสาเหตุไม่เจอ ก็จะไม่ปล่อยให้เกิดความเสี่ยงอยู่ครับ ซึ่งหลายครั้งหรือทุกครั้งทีเดียว เมื่อพบความผิดพลาดซึ่งเกิดมาจากการออกแบบที่ผิดพลาด ก็จะแจ้งไปยังเจ้าของผู้ครอบครองให้ทราบและหยุดใช้งานทันที ตลอดจนเรียกนำส่งคืนบริษัทผู้ผลิตไปทำการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน ที่ทำไปใช้ในที่สาธารณะ เรียกว่าเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม ต่อสาธารณะ เพราะเป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจปล่อยทิ้งไว้ได้ ต้องหลีกเลี่ยง โดยการกราวด์หรือหยุดใช้อากาศรุ่นนั้น แบบนั้น ทันที พร้อมกันทั่วโลก  

.......ฉนั้น ถ้าเป็นพวกอากาศยานที่สร้างมาทดลอง ทดสอบ ยังไม่ได้รับรอง ให้ไปทำการทดสอบการบินในที่ๆปลอดภัยต่อคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องด้วย ทดสอบในสถาณการณ์ที่ถูกควบคุมได้ ห้ามบินใน้ขตเมืองเขตชุมชน มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัยที่พอเพียงและพร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้  จนเมื่อรับรอง(ว่าปลอดภัยต่อสาธารณะชน)เรียบร้อยแล้ว ถึงจะจดทะเบียนรับรอง ให้นำมาใช้บินต่อไป แต่ถ้าโครงสร้างไม่เอื้ออำนวยให้การควบคุมเป็นไปได้อย่างปลอดภัย แบบนี้ก็ยิ่งไม่ควรจดทะเบียนให้ เพราะไม่ปลอดภัยต่อสาธารณชนต่อชาวบ้านที่เขาอยู่ด้านล่างนั่นเอง

......

.......แล้วถ้ายังไม่รับรอง หรือรับรองไม่ได้ เช่นรถมอเตอร์ไซค์ป้อป ล้อเล็ก วิ่งเร็ว ถ้าฉุกเฉินเบรคเต็มที่แล้วจะใช้ระยะทางมากหรือเสียหลักล้มได้โดยง่าย ล่ะครับ แบบนี้ต้องควบคุมแบบไม่ควบคุม กล่าวคือต้องควบคุมสถานที่ใช้งาน แต่ไม่ต้องไปจดทะเบียนให้ คือให้วิ่งในหมู่บ้านในซอยเล็กได้ เพราะมีรถที่วิ่งไม่เร็ววิ่งอยู่ พอจะหลบหลีกได้ทัน เบรคได้โดยปลอดภัย แบบนี้ไม่ต้องมาจดทะเบียนรับรอง แต่ถ้าฝืนออกมาวิ่งถนนใหญ่ หรือซอยใหญ่ๆ ที่มีรถราขวักไขว่ วิ่งด้วยความเร็ว จะถูกจับ แบบนี้ไม่ต้องไปจดให้ แต่ใช้การจับแทน แบบนี้ผู้ตรวจทำงานง่าย กำกับดูแลได้ง่ายกว่าจดทะเบียนให้วิ่งได้ทั่วแล้วไปคอยตรวจว่าขับเร็วหรือไม่เร็ว.....

...... การไม่ยอมหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนั้น ก็เหมือนเนยแข็งแผ่นหนึ่งที่มีรูอยู่ ยังไม่ได้เอาออกจากแถวพร้อมที่จะทำให้ เนยแข็ง(ความเสี่ยง)อันถัดไปเกิดขึ้นเป็นลูกโซ่ได้...นั่นเอง.....เราคุณจะเสียใจครับว่า ทำไมไม่ยอมหลีกเลี่ยงตั้งแต่แรก....การปล่อยไว้ผมว่าเหมือนกับการทิ้งกับดักไว้ตรงทางเดินของสัตว์ที่คุณรู้อยู่แล้วว่าจำเป็นต้องเดินผ่านทางเส้นนี้ตรงนี้  จะต้องติดกับสักวันสักเพลาแน่ๆแบบนี้อันตรายต่อคนอื่นๆอันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งไม่ควรปล่อยนิ่งดูดายไว้อย่างนั้นครับ..