Basic Principles of Curriculum and Instruction ![]()
1. What knowledge is the most worth for most students ?
การศึกษาเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ ดังที่นักวิชาการต่างได้ให้คำนิยามดังนี้
จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) ได้ให้ความหมายของการศึกษาไว้หลายความหมาย คือ
1. การศึกษาคือชีวิต ไม่ใช่เตรียมตัวเพื่อชีวิต
2. การศึกษาคือความเจริญงอกงาม
3. การศึกษาคือกระบวนการทางสังคม
4. การศึกษาคือการสร้างประสบการณ์แก่ชีวิต
ม.ล.ปิ่น มาลากุล กล่าวว่า การศึกษาเป็นเครื่องหมายที่ทำให้เกิดความเจริญงอกงามในตัวบุคคล
สามารถสรุปได้ว่า การศึกษาเป็นกระบวนการให้ส่งเสริมให้บุคคลเจริญเติบโตและมีความเจริญ
งอกงามทางกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาจนเป็นสมาชิกของสังคมที่มีคุณธรรมสูง
ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมและนับเป็นความรู้ที่มีค่ามากที่สุดสำหรับผู้เรียน คือการ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนสนใจ และมีความถนัด สอดคล้องกับที่ Ralph W.Tyler กล่าวไว้ในหน้า 67 ว่า “การจัดการศึกษาควรถือความสนใจของผู้เรียนเป็นฐานหนึ่งในการกำหนดวัตถุประสงค์...” และที่สำคัญความรู้นั้นต้องเป็นสิ่งผู้เรียนสร้างขึ้นเอง จึงจะเป็นความรู้ที่มีคุณค่าและคงทน สอดคล้องกับทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Theory) เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยการสร้างความรู้ ได้มีการเปลี่ยนจากเดิมที่เน้นการศึกษาปัจจัยภายนอกมาเป็น สิ่งเร้าภายใน ซึ่งได้แก่ ความรู้ความเข้าใจ หรือกระบวนการรู้คิดกระบวนการคิด (Cognitive processes) ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยภายในมีส่วนช่วยทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย และความรู้เดิมมีส่วนเกี่ยวข้องและเสริมสร้างความเข้าใจของผู้เรียน แนวคิดของทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม (Constructivism) หรือ เรียกชื่อแตกต่างกันไป ได้แก่ สร้างสรรค์ความรู้นิยม หรือสรรสร้างความรู้นิยม หรือ การสร้างความรู้
2. What instructional methods may be employed most effectively to transmit this knowledge?
เรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน นั่นคือการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นประสบการณ์ คือให้ผู้เรียนได้มีโอกาสปฏิบัติจริง ดังที่ Ralph W.Tyler ได้กล่าวถึงการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ว่า การเรียนรู้ที่ดีคือ “ผู้เรียนเป็นฝ่ายกระทำ” ผู้เรียนที่ได้เรียนรู้เนื้อหาที่ตรงกับประสบการณ์ของตนก็ย่อมจะสนใจศึกษาเล่าเรียนมากกว่าผู้เรียนที่ไม่มีประสบการณ์หรือไม่สนใจในด้านนั้นๆ ครูจึงเป็นผู้มีบทบาทในการออกแบบการสอนเพื่อเร้าความสนใจของผู้เรียน โดยอยู่บนพื้นฐานให้ผู้เรียนได้มีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติจริง
นอกจากนี้ Ralph W.Tyler ได้เสนอแนวทางการสร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้ไว้ 3 เกณฑ์ คือ ความต่อเนื่อง การลำดับก่อนหลัง และ ความต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ความต่อเนื่อง หมายถึง ความสัมพันธ์ในแนวตั้ง ขององค์ประกอบหลักของหลักสูตรจากระดับหนึ่งไปยังอีกระดับหนึ่งที่สูงขึ้น เช่น ในวิชาทักษะต้องเปิดโอกาสให้มีการฝึกทักษะในกิจกรรมและประสบการณ์บ่อยๆ และต่อเนื่องกัน
2. การจัดลำดับ หมายถึง ความสัมพันธ์แนวตั้งของส่วนประกอบของหลักสูตร จากสิ่งที่ง่ายไปสู่สิ่งที่ยาก ดังนั้นการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ ควรจัดโดยมีการเรียงลำดับก่อนหลังเพื่อให้ได้เรียนเนื้อหาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
3. การบูรณาการ หมายถึง ความสัมพันธ์ในแนวนอนขององค์ประกอบหลักของหลักสูตร จากหัวข้อเนื้อหาหนึ่งไปยังอีกหัวข้อเนื้อหาหนึ่งของรายวิชา หรือรายวิชาหนึ่งไปยังอีกรายวิชาอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกัน เพราะจะทำให้มีการสร้างประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้เรียนที่ต้องการไปสู่ขอบเขตของรายละเอียดในแต่ละครั้ง และมีความเป็นไปตามลำดับ ผู้เรียนก็จะสามารถบรรลุความสำเร็จมีความเข้าใจในแนวคิดการบูรณาการในรายละเอียดใหม่เพิ่มขึ้น
จะเห็นได้ว่า แนวทางการสร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้ทั้ง 3 เกณฑ์นั้นมีประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียน และที่สำคัญคือ การคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้เรียนที่ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการต่อเนื่องโดยกระทำบ่อยๆ และคำนึงถึงการลำดับความยากง่ายตามลำดับอายุ และพื้นความรู้ของผู้เรียน
3. What kind of school should our so ciety have?
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 31กำหนด ให้กระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริม และกำกับดูแลการจัดการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท มุ่งเน้นการจัดการศึกษา การศึกษาตลอดชีวิต เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและสังคมที่บูรณาการอย่างสมดุลระหว่าง ปัญญาธรรม คุณธรรมและวัฒนธรรม เพื่อคนไทยทุกคน โดยทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่มีคุณค่า เต็มตามศักยภาพ ตรงตามความต้องการ รัฐสนับสนุนการจัดการศึกษามุ่งสร้างพื้นฐานที่ดีในวัยเด็ก ปลูกฝังความเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในวัยเรียน และพัฒนาทรัพยากรบุคคลวัยทำงานที่มีคุณภาพ โดยให้สังคมมีส่วนร่วมในการดำเนินการ และตรวจสอบได้อย่างมั่นใจว่าการศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาชีวิตและสังคม เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติจริง ดังนั้นการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนให้เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย คือ โรงเรียนต้องมีหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน สอดคล้องกับ Ralph W.Tyler ที่ได้เสนอแนะวิธีการจัดทำหลักสูตรโดยอาศัยการวิเคราะห์ความจำเป็น(Need Assessment) มี 4 ประการ ดังนี้
ประการแรก คือ ต้องมีการค้นหาสภาพปัจจุบันของผู้เรียน โดยศึกษาเกี่ยวกับกิจกรรม ปัญหา และความต้องการของผู้เรียน เนื่องจากจะได้ข้อมูลที่ตรงกับความสนใจของผู้เรียนมากที่สุด ผู้เรียนจะเรียนได้ดีหากความรู้นั้นตรงกับความสนใจของเขา
ประการที่สอง คือ เมื่อค้นหาความต้องการของผู้เรียนแล้ว อาจจะนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ซึ่งเป็นที่ยอมรับในสังคม เพื่อกำหนดสิ่งที่ขาดไปหรือความต้องการจำเป็นนั้น ๆ
ประการที่สาม คือ ความรู้ที่จะสอนผู้เรียนนั้นควรคำนึงถึงปรัชญาการศึกษาและปรัชญาของโรงเรียนด้วยว่าต้องการให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอย่างไรตามปรัชญาของการศึกษาและปรัชญาของโรงเรียน
ประการที่สี่ คือ การเลือกความรู้ที่จะสอนผู้เรียนนั้นควรอาศัยความรู้ทางจิตวิทยาด้วย เพราะจิตวิทยาจะทำให้ทราบว่าเนื้อหาใดที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละวัยและในแต่ละระดับชั้น
จะเห็นได้ว่าการสำรวจความต้องการ (Need Assessment) ของกลุ่มชนหรือโครงสร้างของสังคม เพื่อหาลักษณะเฉพาะของสังคมนั้นๆ จากนั้นจึงกำหนดจุดประสงค์ทางการสอน วางรูปแบบเนื้อหา กิจกรรมที่เน้นประสบการณ์ เครื่องมือสารสนเทศ ตลอดจนการประเมินผลที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้การจัดทำหลักสูตรมีความสอดคล้องเหมาะสมกับสถานศึกษาและในสังคมนั้นๆ มากยิ่งขึ้น
![]()
![]()
![]()