จากคำบอกเล่าของอาจารย์จากกรมสนับสนุนฯ นะคะ สรุปมาให้ฟังได้ว่า ...

KM ของกรมสนับสนุนฯ เริ่มมาจากการพัฒนาข้าราชการ ตามนโยบาย ของข้าราชการพลเรือนที่มี 4 ยุทธศาสตร์ และเมื่อทำไปก็มี KPI เรื่อง KM เข้ามา จึงเริ่มศึกษา โดยเชิญทั้ง ก.พ.ร. และ กพ. มา เข้ามาให้ความรู้ และในที่สุดก็ทำ KM โดยยึดรูปแบบของ ก.พ.ร. ไปเลย ก็ค่อนข้างเหนื่อยและหนัก และพอดีกับที่เรามี นวก. ที่เข้าใจเรื่องเช่นนี้ เพราะฉะนั้นเรื่อง KM ที่ต้องไปสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง ก็จะมีกองสุขศึกษา กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กองการประกอบโรคศิลปะ มาช่วยทำความเข้าใจ กับเรื่องตัวชี้วัด และวัตถุประสงค์ ก็ทำให้เราทำไปได้ แต่ก็รู้สึกเป็นเรื่องที่เป็นรายละเอียดเยอะมาก

และในส่วนของการดำเนินการ ถ้าจะเป็นไปตามตัวชี้วัด ก็ KPI ที่ ก.พ.ร. กำหนดไว้ ในเรื่อง การบริหาร KM การจัดการความรู้เราก็จะมี 3 ประเด็นเหมือน ก.พ.ร. และช่วงนี้ก็เป็นเรื่องของการดำเนินการตามแผนฯ

หัวปลา หรือความหมายของ KM ของกรมสนับสนุน ก็คือ Sharing และก็จะมีในช่วงปีแรก 48 จะเป็นตัวชี้วัดของ ก.พ.ร. คือ การมาแลกเปลี่ยน หรือสภากาแฟ และก็รู้ว่า เรามีการบ้านต้องส่ง ก.พ.ร. คือยุทธศาสตร์ของกรม ที่เลือกตาม Blueprint คือ ยุทธศาสตร์ของการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ