งานแต่งงานคือลักษณะหนึ่งที่แสดงถึงความรักของหนุ่มสาวที่จะสรรสร้างครอบครัวร่วมกัน สองพี่น้องเดินกอดคอกลับจากโรงเรียน นี้คือลักษณะหนึ่งของภาพความรักระหว่างคนในครอบครัวเีดียวกัน
บางคนยอมทุ่มเทชีวิตเพื่อสิ่งที่ตัวเองเรียกว่า "รัก" เช่น "แม้เขาจะมีคู่ครองแล้วฉันก็ยอมที่จะรักเขาข้างเดียว และฉันก็จะไม่ยอมมีใครนอกจากเขาเท่านั้น" นี้ก็อีกรักหนึ่ง "อย่างไรเสีย ฉันจะไม่ยอมให้เธอไปเป็นของเขาเด็ดขาด" นี้่ก็รัก "ถ้าฉันไม่ได้ เธอก็ต้องไม่ได้" นี้ก็รัก "ลูกอย่าว่ายน้ำออกไปไกลๆ มันอันตราย" นี่ก็รัก "ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้ว ว่าไม่ต้องไปยุ่งกับเขา เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ" นี่ก็รัก
เราเฝ้าหวังว่า ประเทศไทยจะมีความรักความสามัคคีกันเสียที นี่ก็คาดหวังความรัก คำถามคือ รักคืออะไร ความอยากได้หรือ หรือว่า ความหึงหวง ความห่วงใยหรือ หรือว่า ความกังวล ความกลัวหรือ หรือว่า ความปรารถนาดี ฯลฯ
หลายคนกำลังวิ่งหาความรัก หลายคนร้าวรานและเข็ดหลาบกับสิ่งที่เคยเรียกว่ารัก หลายคนอยากให้คนรัก
แล้วถ้า "ไม่รักไม่ได้หรือ" คำว่า "ไม่รัก" ไม่ได้หมายถึง "เกลียดชัง"
ฉันรักลูก แต่เมื่อลูกจากไป ทำไมฉันต้องเสียน้ำตา ฉันรักแม่ แต่เมื่อแม่ที่ฉันรักจากไป ทำไมฉันต้องโศกเศร้า "ไม่รักได้ไหม"
"รัก" เป็นพลังบวก ที่ให้แรงมหาศาล ถ้าเราไม่หวังสิ่งตอบแทนจากรักที่เราให้ไปเราจะไม่ทุกข์เมื่อไม่ได้อะไรกลับมา...
"รัก" ดีกว่าแน่นอนค่ะ แต่ต้อง"รักให้เป็น" รักแบบมีสติ รักแบบมีความคิด รักแต่อย่าคาดหวัง อย่าบังคับ อย่าเป็นเจ้าของ รักทุกอย่างอย่างที่เป็นอยู่ รักแบบไม่ต้องตั้งเงื่อนไข แล้วรักนั้นจะเป็นรักที่ไม่ทุกข์ค่ะ เราก็สุข คนที่เรารักก็สูข เพราะการที่รู้ว่ามีคนรักเราแบบไม่มีเงื่อนไข รักแบบที่เราเป็นเรา เป็นความสุขอย่างยิ่งนะคะ และทุกอย่างต้องเริ่มที่"ตัวเรา" ค่ะ ถ้าเราทำได้ คนรอบๆตัวเราก็จะทำได้ในที่สุด ไม่งั้นก็ต้องช่วยกันประคับประคองให้ทำให้ได้ ใช่ไหมคะ