รู้ถึงขบวนการ 5 สี

 

 

ขบวนการนักสู้ หรือ ซูปเปอร์เซ็นไต 「スーパー戦隊」

「戦」(sen,ikusa) หมายถึงสงคราม

ส่วนคำว่า 「隊」(tai)หมายถึง หน่วย หรือ องค์กร

ดังนั้น คำว่า  「戦隊」ในภาษาญี่ปุ่น

จึงหมายถึง กลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง

ถือกำเนิดจากปลายปากกาของ อ. อิชิโนโมริ  โชทาโร่

 

 

คนเดียวกันกับที่ให้กำเนิด คาเมนไรเดอร์

คำว่า "ซูเปอร์เซนไต" นี้จะกล่าวถึงเฉพาะภาพยนตร์ที่สร้างโดยบริษัท โตเอะ

และสปอนเชอร์หลัก อย่างบริษัท BANDAI

ซึ่งเป็นสปอนเชอร์เดียวกันกับ คาเมนไรเดอร์ ( มาสค์ไรเดอร์ ซีรีส์ ) และ เมทัลฮีโร่ ( ซีรีส์ตำรวจอวกาศ ) แพร่ภาพโดย บริษัททีวีอาซาฮี

ภาพยนตร์ซูเปอร์เซ็นไต ในแต่ละเรื่องนั้นเรื่องราวจะไม่ติดต่อกัน

เพราะว่าเหตุการณ์ในแต่ละเรื่องนั้นจะถูกกำหนดให้เกิดจากอสูรที่แตกต่างกัน

และฉายกันปีต่อปี

ยกเว้นขบวนการแรกคือ Himitsu Sentai Goranger

ที่ฉายถึง 2 ปี แต่ในยุคหลังๆ จะมีการทำ Crossover กันปีต่อปี

หมายความว่า เอาขบวนการที่ฉายไปเมื่อปีที่แล้ว มาพบกับขบวนการที่ฉายในปีปัจจุบัน

เพื่อทำเป็นตอนพิเศษขึ้น คล้ายๆ กับการรับน้อง

โดยให้รุ่นพี่เป็นคนสั่งสอน ณ ปัจจุบันนี้ มีขบวนการนักสู้

หรือ Super Sentai ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว 36 ขบวนการด้วยกัน

 

เนื้อหาของซีรี่ย์มักจะกล่าวถึงกลุ่มคนหนุ่มสาว 5 คน

ที่ได้รับพลังพิเศษ ไม่ว่าจะมาจากเวทมนตร์ หรือ เทคโนโลยีขั้นสูง

แล้วแต่เรื่องไหนจะใช้รูปแบบใดในการนำเสนอ

ใช้วิชาการต่อสู้ในหลายๆ รูปแบบ ต่างกัน

มารวมพลังกันเพื่อต่อสู้กับเหล่าร้ายที่หวังจะครองโลก

โดยเหล่าร้ายมักจะแสดงออกมาในรูปของปิศาจ

หรืออสูรกายที่มาจากนอกโลกบ้าง หรือมากจากต่างมิติบ้าง

และในบางเรื่องก็เป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในโลกเองที่หวังจะครองโลก

 

ลักษณะโดยทั่วไปของขบวนการนักสู้ ในแต่ละเรื่อง

ตัวละครหลักประกอบไปด้วยเหล่านักสู้ที่ปกติเป็นคนธรรมดา

แต่สามารถแปลงร่างได้เพื่อมาต่อกรกับเหล่าอธรรม

ในการแปลงร่างจะมีเครื่องแบบห้าสี (อาจจะน้อย หรือ มากกว่า 5สี ก็ได้)

ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีเขียว และสสีชมพู

โดยที่หัวหน้าทีมมักจะเป็นสีแดง และสมาชิกผู้หญิง

เหตุผลว่าทำไมหัวหน้าทีมจะต้องเป็นสีแดงนั้น

ทางผู้สร้างต้องการที่จะนำเอาลักษณะเด่นจากธงชาติญี่ปุ่น

ที่เป็นรูปพระอาทิตย์เพื่อต้องการถ่ายทอดความรู้สึกว่าผู้นำทีม

ที่มีทั้งพละกำลังและมีพลังมุ่งมั่นที่ร้อนแรงดังพระอาทิตย์

ส่วนสมาชิกผู้หญิง มักจะเป็นสีชมพูโดยส่วนใหญ่

(บางเรื่องจะเป็นสีอื่น เช่น สีน้ำเงิน สีฟ้า สีเหลือง เป็นต้น)

ตัวปิศาจจะพ่ายแพ้ในตอนจบเสมอเช่นกัน

อีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้สำหรับขบวนการ Super Sentai คือ

หุ่นยนต์ยักษ์ ซึ่งขบวนการแรกที่มีการนำเอาหุ่นยนต์ยักษ์มาใช้คือ

Battle Fever J

(ส่วนสองขบวนการแรก คือ Himitsu Sentai Goranger และ JAKQ Dengekitai นั้นใช้เพียงยานรบในการต่อสู้เท่านั้น)

นับเป็นสีสันที่ขาดไม่ได้สำหรับหนัง Super Sentai ในยุคแรกๆ

จะเป็นยานรบขนาดยักษ์ที่สามารถกลายร่างเป็นหุ่นยนต์ได้

ต่อมาจึงมีการนำเอายานรบประจำตัวของแต่ละคนมา

ประกอบเข้าด้วยกันเป็นหุ่นยนต์ยักษ์

 

เพื่อใช้ในการต่อสู้กับอสูรกายที่สามารถขยายร่างได้

กลุ่มเป้าหมายหลักของหนังขบวนการเซนไตนั้น

คือกลุ่มครอบครัว เด็ก หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่สนใจ

เพราะเนื้อหาภายในหนังขบวนการเซนไตนั้นจะเน้นฉากต่อสู้

ที่ใช้ Special Effect และการโชว์แอคชั่นของบรรดาฮีโร่

ที่เป็นองค์ประกอบหลักอันเป็นเอกลักษณ์ของหนังขบวนการเซนไต

ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ชมในทุกๆวัย

อย่างไรก็ดีแม้ว่าเนื้อหาของหนังประเภทนี้

จะถูกผู้ใหญ่ในเมืองไทยมองว่าเป็น เรื่องที่ไร้สาระ

หรือสร้างหนังมาเพื่อหลอกเด็กก็ตาม

แต่ว่าในทุกเรื่องของหนังขบวนการเซนไตนั้น

จะเน้นให้ถึงความกล้าหาญ และช่วยเหลือผู้อื่น

และผู้ใหญ่ในญี่ปุ่นเองก็ไม่เคยที่จะห้าม

ไม่ให้ลูกหลานของเขาดูหนังประเภทนี้

และพ่อแม่บางคนถึงกับนั่งดูกับลูกด้วยเช่นกัน