โฉนดที่ดิน

แรงบันดาลใจในการสอนวิชากฎหมายที่ดิน เนื่องจากวันหนึ่งต้องไปรับโอนที่ดินจากคุณพ่อหนึ่งแปลง และพบปัญหาเล็กน้อยซึ่งทำให้เราพบว่า กฎหมายแท้จริงแล้วคือ ตัวอักษรแบนๆ ที่อยู่บนหนังสือ แต่การนำกฎหมายมาปฏิบัติสิ เป็นเรื่องอีกเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเช่นเดียวกัน จึงลองเอาตัวบทกฎหมายกับทางปฏิบัติมารวมๆ กัน ก็ทำให้เข้าใจอะไรขึ้นอีกมา บล็อกแรกเอาเรื่องใกล้ตัวเนี่ยแหละมาอรรถาธิบายน่าจะดีนะ

โฉนดที่ดิน คือเอกสารที่ใช้แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน (มาตรา ๑ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ "โฉนดที่ดิน” หมายความว่า หนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และให้หมายความรวมถึงโฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ตราว่า “ได้ทำประโยชน์แล้ว”) ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ที่สุดในการถือครองที่ดิน เพราะนอกจากโฉนดที่ดินยังมี "สิทธิครอบครอง" อีกหนึ่งที่ปรากฎตามประมวลกฎหมายที่ดิน

โฉนดที่ดิน ปัจจุบันใช้แบบเอกสารที่เรียกว่า "น.ส. ๔ จ." (ตามข้อ ๑๓ กฎกระทรวงฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. ๒๔๙๗ กำหนดว่า "ข้อ ๑๓  โฉนดที่ดินให้ใช้แบบ น.ส. ๔ จ. ท้ายกฎกระทรวงนี้")

โดยกำหนดสาระสำคัญของตัวโฉนดที่ดินดังต่อไปนี้

๑.ตัวโฉนดที่ดินระบุถึงตัวบุคคลที่ทรงสิทธิ์ในปัจจุบัน โดยปกติคนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าการพิจารณาว่าใครเป็นเจ้าของที่ดินให้พิจารณาพที่ "หน้าโฉนด" ซึ่งก็มีส่วนถูก หากที่ดินนั้นไม่มีการซื้อขาย หรือการเปลี่ยนมือ ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจ ควรพลิก "หลังโฉนด" เพื่อดูผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน

๒.ตัวโฉนดที่ดินระบุทั้งรูปพรรณสัณฐานของที่ดินทุกประมาณ ไม่ว่าจะตำแหน่งที่ดินตั้งอยู่ หรือรูปที่ดิน รวมทั้งจำนวนที่ดินทั้งหมด หรือจำนวนที่ดินที่เหลืออยู่ ซึ่งสิ่งที่จะต้องพิจารณาเสมอ จำนวนที่ดินที่เหลืออยู่ตามโฉนดที่จะแสดงอยู่หลังโฉนดที่ดิน

๓.ตัวโฉนดที่ดิน ยังบอกถึงนิติกรรมที่ปรากฎในที่ดินแปลงนี้ เช่น การแบ่งขาย การขายฝาก รวมถึงการจดจำนอง เพื่อให้ผู้ที่รับโอนทราบถึงสถานะของที่ดิน เช่น ที่ดินติดจำนอง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงในการรับโอนที่ดิน เป็นต้น

๔.ตัวโฉนดที่ดิน บอกถึงข้อบกพร่อง เช่น ที่ดินอาจติดกับสถานที่ไม่พึงประสงค์ อาทิ ป่าช้า หรือที่ทิ้งขยะ หรือ ที่ดินนั้นอาจมีภาระจำยอมที่จดทะเบียน เช่นที่ดินปรากฎทางภาระจำยอมซึ่งจดทะเบียน เป็นต้น