ในขณะนี้เองก็เป็นเวลาที่ได้พักผ่อนจากภารกิจในแต่ละวันประมาณสามสี่ช่วงโมงต่อวันที่จะได้พักผ่อนแต่มันก็เป็นความเคยชินของชีวิตไปซะแล้วละ หากกลางวันทำงานไปแล้วง่วงก็พยายามขยับตัวส่วนในเวลาพักกลางวันก็หาโอกาศงีบน้อยสักสิบนาทีมันก็กระปี่กระเป่านะ
ก็มานั่งคิดดูตนเองในหลายๆเรื่องในหลายเรื่องอย่างเช่นบวชใหม่ เคยถูกว่า"พอก่องจ่องสิเฮ็ดหยังเป็น" แปลว่าผอมแห้งอย่างนี้จะทำอะไรได้แต่ก็ทำมาเรื่อยในสิ่งที่คนตัวใหญ่กว่าไม่กล้าก็แล้วกัน หรือบางทีก็ถูกว่าพระกระจอกแค่นี้จะไปรู้อะไร
ก็พาลให้คิดไปคิดมา ตอนนี้ก็บวชมาแล้วหกปีเข้าปีที่เจ็ดจากผลงานในด้านสงเคราะห์ต่างคนที่มองเห็นก็เริ่มมายอมรับในตัวเรามากขึ้น แต่ว่าไปแล้วเราดีจริงอย่างที่เขานับถือเราหรือเปล่า บางเวลาก็มานั่งถามตัวเองอย่างนี้แหละเพราะในเรื่องส่วนตัวบางเรื่องมันก็ยังคงเป็นเรื่องที่พยายามอยู่นะที่จะห้ามตัวเองไม่ให้กระทำแต่ก็เบาบางลงในทุกเรื่องละ
ยกตัวอย่างเช่นอารมณ์ก็เย็นลงจากแต่ก่อนเยอะ แอบฟังเพลงก็น้อยลงจนแทบไม่ฟังกันเลยละ(ความเลวตัวเองมันก็เอามาประจาร) แล้วหากเขารู้กันแล้วเขาจะแยกแยะกันได้ไหม ว่าสิ่งที่เขามานับถือคือการเสียสละตัวมาทำงานสงเคราะห์แล้วอีกด้านในการเป็นพระแต่ยังห้ามกับกิเลสในความเพลิดเพลิดได้ไม่หมด
ถ้าจะว่าไปเราเองก็ยังคงเป็นพระหนุ่มพึ่งจะผ่านวัยรุ่นมาเข้าวัยกลางคนความคะนองมันก็ยังมีมากอยู่ก็พยายามสู้กับกิเลสนะแต่บางทีมันก็ยอมแพ้แบบไม่น่าแพ้
แต่สิ่งที่เริ่มมีบางคนจะเรียกว่า บารมี นั้นไอ้ชาวบ้านทั่วไปก็ไม่ค่อยสนใจเราเท่าไรหรอกเรามันคนไวแกร่งกร้าวมันตรงข้ามกับชาวบ้านที่ช้าและอ่อน ซึ่งคนที่มาสนับสนุนในงานนั้นก็มักเป็นคนทำงานต่างในอาชีพต่างที่พี่หมอปุ๋มรู้จักแนะให้รู้ถึงความดีของงานที่ทำอยู่
แล้วคิดอีกว่าหากเขามาเชื่อและศรัทธาเรานั้นมันก็เป็นสิ่งที่น่าคิด
เป็นคนดีไหมนี่ ก็บางทีเรายังพูดกับสมาชิกศูนย์เลยว่าเป็นพระมีสองด้านนะจะบอกให้
ด้านแรก เทวดา ใจดีมีเมตตาช่วยเหลือให้โอกาศแนะนำแนวทางชีวิต
ด้านสอง พยามาร หากเขาทำเรื่องไม่ดีก็พร้อมเอาโทษแบบถึงลูกถึงคน
แล้วเราจะเป็นอะไร
แม้แต่เหรียญยังมีสองด้าน นับประสาอะไรกับใจคน นะคะท่าน
สิ่งที่ท่านทำนั้นยิ่งใหญ่มากเจ้าค่ะ...
ขออนุโมทนาบุญ ... สาธุ สาธุ สาธุ เจ้าค่ะ
...