โครงการนักเรียนเรียนร่วมโรงเรียนจ่านกร้อง ได้ดำเนินการเพื่อสนองนโยบายพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 กล่าวถึงสิทธิทางการศึกษาของคนพิการ ดังนี้ “การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่าง กาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายทุพพลภาพ หรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแล หรือด้อยโอกาส ต้องให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษา ขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ... และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาตามหลักเกณฑ์ และวิธีการกำหนดในกฎกระทรวงการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษ ต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น” ผู้เขียนเป็นหนึ่งในทีมงานนักเรียนเรียนร่วมโรงเรียนจ่านกร้อง มาหลายปี การได้เข้าไปมีบทบาทในการดูแลนักเรียน ทำให้ได้พบเห็นสภาพและปัญหาหลายๆด้าน ทั้งตัวผู้ปกครองและเด็ก ตลอดจนครูผู้สอน การจะแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น มีความจำเป็นต้องประชุมชี้แจง ให้ความรู้ และหาข้อตกลงร่วมกันจึงจะสามารถช่วยเหลือนักเรียนเรียนร่วมให้มีพัฒนาการ พอที่จะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ในวันที่พวกเขาไม่มีพ่อแม่และญาติพี่น้องคอยดูแลในอนาคต หลายปีที่ผ่านไปผู้เขียนรับรู้ปัญหา จากการทำงานเป็นครูสอนนักเรียนเรียนร่วม ซึ่งมีคุณครูรัตนา สุขเสนา เป็นหัวหน้าโครงการ และเป็นผู้นำโครงการจนโรงเรียนจ่านกร้องได้เป็นโรงเรียนแกนการจัดการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมให้นักเรียนเรียนร่วม มีผลงานในการดำเนินโครงการที่ทำให้ได้รับรางวัลทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ เมื่อมีผลสัมฤทธิ์เป็นที่ปรากฏ คุณครูรัตนา สุขเสนา ได้เพียรพยายามที่จะจัดตั้งชมรมผู้ปกครองและครูนักเรียนเรียนร่วมโรงเรียนจ่านกร้อง มาหลายต่อหลายครั้ง ก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองเท่าที่ควรเป็น แต่คุณครูรัตนา สุขเสนาและทีมงานก็ไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจ จนถึงวาระการประชุมเมื่อเช้าวันที่ 9 มิถุนายน 2555 ดร.ช่วยชาติ ตันตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนจ่านกร้อง ได้เป็นประธานในการประชุมนักเรียนเรียนร่วมโรงเรียนจ่านกร้อง มีผู้ปกครองเข้าร่วมประชุมทั้งหมด 19 คน จากจำนวนเต็ม 22 คน และการประชุมครั้งนี้ ได้มีการจัดตั้ง ชมรมผู้ปกครองและ ครูนักเรียนเรียนร่วมโรงเรียนจ่านกร้องขึ้น และได้เริ่มดำเนินการ เขียนโครงการเพื่อดำเนินการต่อไป จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการให้ความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งชมรมผู้ปกครองและครูนักเรียนเรียนร่วมโรงเรียนจ่านกร้อง ได้เข้ามาเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้โครงการนักเรียนเรียนร่วมโรงเรียนจ่านกร้องได้รับการพัฒนาเชิงรุกต่อไป ทำให้เกิดขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติงานของคณะครูและครูพี่เลี้ยง ในการที่จะจะช่วยผู้ปกครองดูแลและพัฒนานักเรียนเรียนร่วมในโครงการ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อนักเรียนที่มีวุฒิภาวะเป็นเด็กพิเศษ ให้มีผลงานการพัฒนาความพิเศษนั้นให้เป็นที่ยอมรับและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ต่อไปได้อย่างมีความสุข วันนี้มีมีความยินดีที่จะได้นำภาพกิจกรรมการจัดตั้งชมรมผู้ปกครองและครูนักเรียนเรียนร่วมโรงเรียนจ่านกร้องมานำเสนอ... โอกาสหน้าผู้เขียนมีความตั้งใจที่จะนำภาพกิจกรรมในโครงการนักเรียนเรียนร่วมโรงเรียนจ่านกร้องมาให้ชมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อไปนะคะ.
*** ขอขอบคุณ คุณสันติสุข สันติศาสนสุขมากค่ะ ที่ให้กำลังใจคนทำงานเพื่อเด็กพิการในชมรม
ดีเยี่ยมเลยครับ..
สิ่งเหล่านี้ คือกลไกของการทำให้ผู้ปกครองตระหนักว่า สิ่งต่างๆ ในโรงเรียน ท่านก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ภาระของท่านอยู่แต่ในอาณาบริเวณของ "ครัวเรือน" เสมอไป
ชื่นชม ครับ
*** ขอบคุณกำลังใจจาก อ.แผ่นดินค่ะ เด็กพิเศษต้องมีพี่เลี้ยงคอยศึกษาข้อมูลอย่างใกล้ชิด กำลังพลครูประจำการแค่นักเรียนปกติก็จะรับไม่ไหวอยู่แล้ว พอได้พี่เลี้ยงมาช่วยผลดีก็จะตกแก่บุตรหลานเขาเองค่ะ ถ้าต่างคนต่างหยิบยื่นน้ำใจให้กันบุญกุศลย่อมบังเกิดค่ะ
*** ขอบคุณ อ.ปณิธิและอ.ธนิตย์ มากค่ะ
*** วุ่นๆอยู่กับการประเมินรอบสาม เพิ่งเสร็จสิ้นไป...ยังไงๆ ก็ยังหวังว่าน่าจะเป็นข่าวดีค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์กิติยา^
แวะมาชมกิจกรรมดีๆ
พร้อมกับอ่านบันทึกนี้ค่ะ
โรงเรียนจ่านกร้องอบอุ่นเสมอ
อบอุ่นไปด้วยความรักและความผูกพัน
รักชมพู ขาวตลอดไปค่ะ
จากสายเลือดชมพู ขาวที่เข้นข้นอีกคนหนึ่ง
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบใจต้นเฟิร์น ขอให้หนูสอบเข้ามหาวิทยาลัยในฝันได้สำเร็จนะจ๊ะ
ขอแสดงความชื่นชมด้วยคนนะค่ะ...