การจัดการเรียนการสอนโดยไอทีมาใช้ในห้องเรียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งยังพัฒนาความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อีกช่องทางหนึ่ง

          ClassStart ได้ออกจากเส้นเริ่มต้นเนื่องจากครูนกได้รับโอกาสจากอาจารย์จัน(ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์) ชวนเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาระบบสนับสนุนการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ ของเว็บไซด์ ClassStart.org ในช่วงวันที่ ๑๘ - ๑๙ เมษายน ๒๕๕๕ ณ มศว.ประสานมิตรกรุงเทพฯ ต้องถือโอกาสนี้ขอบพระคุณอาจารย์จันอย่างเป็นทางการ จากความรู้และเทคนิคต่างๆ ตลอดจนกำลังใจากทีมวิทยากรของอาจารย์จันทำให้ครูนกตั้งใจเลยว่าจะนำเข้าสู่ห้องเรียนเคมีครูนกในปีการศึกษา ๒๕๕๕ ด้วยเล็งเห็นคุณค่าและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนทั้งในวันนี้และในอนาคต  
           สิ่งที่ครูนกมองเห็นว่าจะเกิดประโยชน์คือ
๑.  ส่งเสริมการพัฒนาความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยีสอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
๒.  ส่งเสริมนิสัยใฝ่เรียนรู้หรือส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง
๓.  ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของนักเรียนจากเพื่อการบันเทิงมาผสมผสามกับเพื่อการศึกษา
๔.  ลดปริมาณกระดาษที่เกินความจำเป็นเพื่อช่วยลดสาเหตุของภาวะโลกร้อน
๕.  พัฒนาศักยภาพของนักเรียนได้หลายๆด้าน
        จากการที่เห็นคุณค่าครูนกเริ่มนำเข้าสู่ชั้นเรียนตั้งแต่คาบปฐมนิเทศโดยมีการจัดทำบันทึกข้อมูลประวัตินักเรียนเพื่อประเมินความสนใจ และศักยภาพในการใช้ไอที (นักเรียนพร้อมมีอีเมล์และอุปกรณ์เพียงพอ)  จากนั้นแนะนำเว็บไซด์ ClassStart.org ถึงส่วนประกอบต่างๆ และสิ่งที่นักเรียนต้องเกี่ยวข้องเช่น ชั้นเรียน ป้ายประกาศ บันทึกการเรียนรู้ เอกสารประกอบการสอน ตลอดจนคำถามและการตรวจสอบคะแนนด้วยตนเองได้  โดยครูนกใช้กรณีศึกษาจากนักเรียนระดับม.๕ ที่สมัครตั้งแต่ก่อนเปิดภาคเรียน  จากการสนทนาพบว่านักเรียนส่วนใหญ่เปิดใจพร้อมจะเรียนรู้กับ ClassStart 
          จากวันเปิดภาคเรียนถึงวันนี้จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากหลักสิบเป็นหลักร้อย และใกล้จะครบ ๑๐๐% (สมัครจำนวน ๑๖๘ คนจากนักเรียนทั้งหมด ๑๙๕ คนคิดเป็นร้อยละ ๘๖)  พบว่านักเรียนผู้ชายจะสมัครช้าหรือไม่ยอมสมัคร ต้องอาศัยเพื่อนช่วย หรือครูลากมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์


          กิจกรรมที่ครูนกจัดให้ตอนนี้มี
-  เอกสารที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาให้ดาวน์โหลด
-  มีคำถามปฐมฤกษ์เพื่อให้นักเรียนทดสอบระบบว่าได้รับอีเมล์หรือไม่ จนกระทั่งแนวในการตอบควรมีลักษณะอย่างไร
-  การเขียนบันทึกการเรียนรู้ของครูที่นักเรียนสามารถอ่านได้ว่าในแต่ละคาบที่ครูสอนครูได้จัดการเรียนการสอนไปอย่างไรเผื่อนักเรียนที่อาจจะขาดเรียนในวันดังกล่าวได้มาติดตาม 
-  ป้ายประกาศที่บอกความเคลื่อนไหวของชั้นเรียน

         ปัญหาที่ครูนกพบคือ ในการตอบคำถามครูต้องใช้เวลาตรวจพอสมควร  และพบว่านักเรียนยังคงใช้วิธีการ copy ข้อความมาเรียงให้ครูอ่านเลยต้องชี้แนะแนวทางการตอบที่ถูกต้อง
         ปัญหาที่พบอย่างแปลกใจคือนักเรียนส่วนหนึ่งจะมีอีเมล์แต่ไม่ยอมเช็คเมล์ ครูนกเลยแนะนำให้เช็คอีเมล์สัปดาห์ละหนึ่งครั้งก็ไม่ตกข่าวแล้ว
         ตอนนี้ครูนกได้ตกลงกับนักเรียนว่าจะลองใช้ระบบนี้เสริมการเรียนรู้ในห้องเรียนไป ๑ เดือนแล้วค่อยมาประเมินร่วมกันว่า เราจะต้องปรับอะไรอย่างไรกันบ้าง หรือนักเรียนเองมีความคิดเห็นอย่างไรกับห้องเรียนในลักษณะนี้ แล้วจะเก็บมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปค่ะ