เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕) ครูมอบหมายให้ซ่อมกุฏิที่หนูเคยพักภาวนา รู้สึกคุ้นเคยและอุ่นใจที่ได้พักภาวนา ณ ที่นี่ ยิ่งได้รับมอบหมายให้ซ่อมแซมรู้สึกปีติดีใจตั้งแต่ครูเอ่ยค่ะ
พอลงมือคัดไม้ จัดวางให้เหมาะสมก็นึกขึ้นกับตนเองว่า แม้ชิ้นไม้จะโอเคแต่ก็ต้องลองปรับสลับไปมาแล้วยึดไว้ด้วยตะปูหรือบางทีก็ต้องใช้ฆ้อนทุบแผ่นไม้ให้ลงวางขนาบได้พอดี อันที่เกินก็ต้องเลื่อยออกตัดออก
วิถีการฝึกของครูก็คงเป็นเช่นนี้ทุบเพื่อให้หนูได้เข้ารูปเข้ารอย ตัดออกเลื่อยออกในส่วนเกินที่ไม่ใช้
โหหนูทุบฆ้อนจนสุดแรงเหนื่อยเหมือนกันค่ะครู
ตอนนี้มานึกทบทวนครูก็คงเหนื่อยไม่น้อย
เพราะทุกครั้งที่ออกแรงยกฆ้อนทุบลงหนูสูญเสียพลังไม่น้อยกว่าจะเสร็จก็แทบหมดแรง
แต่ก็รู้สึกประทับใจกับผลงานที่ออกมาค่ะครู
นั่งชมอย่างอิ่มใจเลยแหละค่ะ
พอขยับมาดูตรงส่วนหน้าที่ครูชี้แนะให้เติมไม้ขึ้นมาประมาณสองแผ่นตอนแรกยอมรับค่ะว่า
"หนูนึกภาพไม่ออกเลย"
แต่เชื่อครู
ทำไปก่อนถ้าจะต้องต่อไม้ก็ต้องตั้งเสา หาไม้ที่ขนาดพอรับน้ำหนักได้ส่วนสูงพอควรที่จะฝังลงดิน ณ จุดนี้ได้น้องภัสมาช่วยขุดหลุมค่ะ ตอนแรกลงไปข้างละท่อนแต่พอทดลองวางไม้แล้วรู้สึกว่าเสาบางไปจึงเสริมเสาทั้งสองข้้างค่ะ ขุมหลุมเพิ่มเติมลิ่มแล้วก็ใช้ฆ้อนทุบๆลงให้แน่นหนา มีเสียงแซวตัวเองด้วยค่ะครูว่า
"ถ้าต้องรื้ออกคงจะเหนื่อยไม่เบา"
ระหว่างทำงานบนกองไม้มีแมงป่อง สีดำเมี่ยมตัวหนึ่งค่ะ เขาก็ไต่ไปมา หนูก็ไม่ได้ไล่เหมือนคุยกับเขามากกว่าว่า
"ขอไม้นะท่านจะอยู่ก็อยู่จะไปก็ไป"
สรุปเขาก็หลบๆอยู่แถวๆไม้นั่นแหละค่ะหนูก็เดินไปเดินมา แต่ก็ไม่ได้เบียดเบียนกันพอทำเสร็จเก็บสถานที่เรียบร้อยใจนึกถึงครูที่เมตตากวาดสถานที่ให้จึงพยายามรักษาความสะอาดแล้วน้องภัสก็รินน้ำเปล่าใส่น้ำแข็งมาให้ทานรู้สึกชื่นใจค่ะครู
ผลงานออกมาแล้วรู้สึกชื่นใจ แม้กายจะรู้สึกเหนื่อย
แล้วครูก็เดินเข้ามาพอดี รู้สึกดีใจที่จะได้ส่งงานครูแล้วครูก็เอ่ยว่า
"มันก็ทำได้นี่"รู้สึกดีใจค่ะ รับรู้ว่าครูเหนื่อยแค่ไหนที่ยกฆ้อนทุบหนูให้จิตใจเข้ารูปเข้ารอยและหายป่วย"
แล้วก็ย้ำกับตนเองว่า "หลักต้องแน่นหนาจึงจะรองรับอะไรได้เจ้าค่ะ"