บทแปล Choosing Young Koi With Potential (Part 1 of 2)

หัวข้อสนทนาว่าด้วยเรื่องการเลือกปลาไซที่มีศักยภาพในการพัฒนาไปในทางที่ดีได้ในอนาคตนั้นดูจะเป็นหัวข้อสนทนาที่ไม่มีวันจืดจางหายไปจากความสนใจของผู้เลี้ยงปลาไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก่าก็ตาม ข้าพเจ้า(คุณ Elmen Tan)ประยุกต์หลักการบางส่วนที่จะได้กล่าวต่อไปมาจากบทความเก่าของข้าพเจ้าเรื่อง “A Tateshita Koi with Jumbo Potential – Dream or Reality?“(คิดว่าจะได้แปลต่อไปในโอกาสหน้าครับ) แม้ว่าตอนนี้จะเร็วเกินไปที่จะหาข้อสรุปจากบทความดังกล่าว แต่ไม่ว่าอย่างไรสิ่งต่างๆที่กล่าวในบทความข้างต้นนี้ก็ยังดำเนินไปในทางที่ดีอยู่จนถึงปัจจุบัน

สำหรับปลานิไซรวมถึงปลาที่อายุมากกว่านั้น การจับตาดูสิ่งต่างๆรวมถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวปลานั้นถือเป็นเรื่องง่าย(กว่า) แต่ในทางกลับกัน มันกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับปลาโตไซโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่พวกมันถูกกักโรคเป็นสัปดาห์ๆอยู่ในญี่ปุ่นก่อนที่จะส่งออกและนำมากักโรคกันอีกครั้งเป็นเวลาหลายสัปดาห์โดยดีลเลอร์

แล้วเราควรจะต้องมองหาอะไรหากต้องการปลาโตไซ(ที่ดี)สักตัว?

ส่วนหัว

หัวปลาที่ดีควรมีลักษณะกว้างและยาว และมีปากกว้าง และมีตาที่ห่างกันและวางอยู่ห่างจากปาก บ่อยๆที่เราจะพบว่าปลาบางตัวมีหัวที่แคบและสั้นโดยที่ตาวางอยู่ใกล้กับปากมากเกินไป ปลาที่มีลักษณะดังกล่าวโดยมากจะเลี้ยงไม่ค่อยโตนัก เราจึงควรหลีกเลี่ยงปลาลักษณะนี้ อีกประการที่ควรสังเกตคือปลาควรมีฝาปิดเหงือกที่เรียบเหมือบส่วนอื่นๆบนหัวโดยรวม และส่วนปลายของฝาปิดเหงือกที่อยู่ก่อนถึงลำตัวไม่ควรบานออกมาด้านนอก

ความสูงของลำตัว (JITAI)

JITAI มีความหมายว่า ความสูง และมันก็หมายถึงความสูงของตัวปลานั่นเอง บริเวณโหนกหลังหัวของปลานั้นไม่ได้เรียกว่า JITAI และมันก็แทบจะไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยต่อขนาดหรืการเติบโตของปลาแม้ว่ามันอาจทำให้ปลาดูใหญ่ๆตันๆก็ตาม JITAI นั้นหมายถึงจุดสูงสุดของตัวปลาไล่มาจากหลังหัวจนถึงจุดที่สูงสุดของตัวปลา(น่าจะหมายถึงหลังสูงนะครับ) ลักษณะเส้นโค้งที่ดูแข็งแรงสมบูรณ์ของหลังปลานั้นถือเป็นลักษณะที่ดีและเป็นกุญแจที่บอกถึงศักยภาพหรือความสามารถด้านการเจริญเติบโตของปลา นอกจากนั้นมันจะเป็นตัวช่วยบอกว่าปลาจะมีรูปร่างแบบใด นอกจากนี้เมื่อคุณมองที่ JITAI ของปลา มันดูราวกับว่าปลาที่มี JITAI หรือช่วงไหล่ที่สูงๆใหญ่ๆนั้นจะเป็นปลาที่แข็งแรงและสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่า สิ่งนี้ช่วยให้เราเข้าใจพัฒนาการด้านรูปร่างของปลา(ผมยังงงนิดๆ เขาน่าจะอธิายต่ออีกสักหน่อย) แม้ว่าการมี JITAI ที่สูงจะเป็นเรื่องที่ดีต่อการเจริญเติบโตของปลา แต่หากปลามีหลังสูงเกินไปอาจทำให้ปลาตัวนั้นมีโครงสร้างที่ดูสั้นก็เป็นได้

ส่วนหาง (OZUTSU)

OZUTSU หมายถึงส่วนปลายสุดของกระโดงเรื่อยไปจนถึงโคนครีบหาง(ไม่รวมครีบหาง) ซึ่งเรียกว่าข้อหางนั่นเอง  ส่วนนี้สำคัญเพราะมันเป็นบริเวณที่เรียกว่า ODOME (บริเวณที่สิ้นสุดของสีบนตัวปลาและเปิดที่ว่างสีขาวไว้ก่อนถึงโคนหาง) นอกจากนี้ ส่วนข้อหางนี้เป็นตัวช่วยให้ปลาที่มีข้อหางหนาดูใหญ่และแข็งแรง แต่ปลาที่มีข้อหางแคบบาง หรือ ลีบ ดูอ่อนแอ ไม่ทรงพลัง อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือปลาเล็กที่มีข้อหางหนานั้นมีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถโตเป็นปลา JUMBO ได้

อย่างไรก็ตาม ในปลาที่เล็กมากๆ ข้อหางของพวกมันจะดูบางและค่อนข้างยากที่จะคาดเดาได้ นอกจากนี้ความลึก (Depth) (น่าจะหมายถึงความสูงของหางจากล่างขึ้นบนหากมองจากด้านข้าง) หากปลามีข้อหางที่ตื้นจะส่งผลให้ปลาที่เป็นตัวเมียดูเป็นตัวเมีย!!!จนเกินไปเมื่อมันโตขึ้น(อันที่จริงผมไม่ค่อยเข้าใจประโยคนี้เท่าไรนักครับเขาบอกว่า as a shallow tail joint can often make a female koi look overly female as it grows อาจเกี่ยวข้องกับการทำให้ท้องดูย้อยก็ได้มั้งครับ) และทำให้ข้อหางดูลีบเกินไป เพราะฉะนั้นจึงควรเลือกปลาที่ลักษณะข้อหางที่ดีดังที่กล่าวไว้ข้างต้นเพราะมันจะมีส่วนช่วยให้ปลาของเราเติบโตเป็นปลาที่แข็งแรง สมบูรณ์แต่หุ่นดีเมื่อมันเข้าสู่ไซส์ JUMBO

่ต่อครับ

บทแปล Choosing Young Koi With Potential (Part 2 of 2)

 

ลวดลาย (PATTERN)

                โดยมากแล้วลวดลายนั้นถือเป็นสิ่งแรกที่สะดุดตาและเป็นเหตุผลข้อแรกในการเลือกปลาของผู้เลี้ยงปลาหลายๆคน แต่ในความเป็นจริงผู้เลี้ยงควรเลือกปลาที่คุณภาพก่อนเป็นอันดับแรกเพราะหากปลาที่ท่านเลือกมีลวดลายที่สวยงามแต่มีคุณภาพสีต่ำ ผู้เลียงจะสามารถชื่นชมหรือพอใจกับปลาตัวนั้นเพียงไม่นานโดยเฉพาะเมื่อท่านไม่เห็นพัฒนาการที่ดีของมันเลยแม้เวลาจะผ่านไปเป็นปีๆ ในทางกลับกัน หากท่านเลือกปลาที่คุณภาพก่อน ท่านอาจไม่ชอบลวดลายของมันนักในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปหากท่านได้เห็นพัฒนาการที่ดีของมัน สุดท้ายแล้วท่านก็จะรู้สึกชื่นชมในความงามของมันได้เองในที่สุด อีกสิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาก็คือ ลวดลายบางลวดลายนั้นเหมาะกับปลาตัวเล็กแต่ไม่เหมาะกับปลาตัวใหญ่มากนัก เพราะเหตุนี้จึงได้มีคำเฉพาะที่ผมเรียกมันว่า ลวดลายสำหรับปลาใหญ่ (BIG FISH PATTERN) เกิดขึ้นมานั่นเอง ลวดลายดอกๆ ดวงๆ สีแดงๆ(HI) เหมือนกลีบดอกไม้ (FLOWERY PATTERN) ที่มีปริมาณสีขาวมากๆนั้นอาจทำให้ปลาตัวเล็กดูสวยงามยิ่งนัก แต่เมื่อปลาตัวนั้นเติบโตขึ้นเป็นปลาใหญ่แล้วส่วนสีขาวมากๆบนตัวปลาก็อาจจะทำให้มันเริ่มดูโล่งจนเกินไปนั่นเอง

 

                จะขอยกตัวอย่างลวดลายของปลา โคฮากุ (ปลาขาวแดง) เป็นกรณีศึกษา ให้สังเกตว่าลวดลายสีแดงข้างตัวปลานั้นลากลงลึกไปที่ท้องปลาขนาดไหน ให้ลองจินตนาการถึงปลาโคฮากุที่มีลายสีแดงต่อเนื่องกัน(หรืออาจหมายถึงมีลายแดงต่อเนื่องกันไปเกือบทั้งตัวก็ได้ครับ) (ที่ไม่สวยงามเป็นที่ปรารถนามากนัก) แต่หากมองจากด้านข้างตัวปลาแล้ว ลวดลายนั้นลากลึกลงมา ลวดลายของปลา(มองจากด้านข้าง)ลากขึ้นและลงพาดข้ามเส้นข้างตัวของปลาขึ้นๆลงๆไปมาถี่ๆตามความแนวยาวของข้างตัวปลา (น่าจะหมายถึงลายหยักๆ เป็นคลื่นๆ ตามข้างลำตัวมั้งครับเขาไม่ได้แนบรูปมาให้ดูครับ)  ปลาเล็ก(๒๐ ซม)ที่มีลวดลายแบบนี้อาจไม่ดึงดูดใจผู้ที่กำลังมองหาปลาดีๆมากนักเพราะมันดูราวกับว่าปลาตัวนั้นไม่ได้มีลวดลายอะไรเลย แค่มีสีแดงพาดยาวไปตามตัวเท่านั้นเอง

 

                แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากปลาตัวนี้เติบโตขึ้น? แน่นอนว่าลวดลายก็ต้องโตไปตามตัวปลา แต่ว่าเมื่อปลาโตขึ้น มันก็จะมีน้ำหนักมากขึ้น(อ้วนขึ้น)อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้(หากเลี้ยงดี) จากปลาเล็กมี่ดูผอมๆแบนๆ ก็จะกลายเป็นปลาล่ำบึ้กเหมือนท่อน้ำใหญ่ๆหรือท่อนตอปิโดไปเลย ด้วยเหตุนี้เองพื้นที่ส่วนที่มีลวดลายแดงๆขาวๆ ที่ลากขึ้นๆลงๆที่อยู่เหนือเส้นข้างลำตัวปลา(ที่ดูว่ามันลากลงไปลึกๆตอนปลายังเล็กๆ)ก็จะดูตื้นขึ้นมาและเปิดขยายให้เห็นบริเวณพื้นที่เป็นสีขาวชัดเจนมากขึ้นราวกับว่าลวดลายหยักๆที่อยู่ข้างตัวปลาถูกดันสูงขึ้นมาให้เราได้เห็นชัดเจนมากขึ้นจากด้านบน ส่วนลวดลายส่วนที่อยู่ต่ำกว่าเส้นข้างลำตัวนั้นก็จะดูเหมือนว่ามันหุ้มตัวปลาลงไปด้านล่างไปเลย

 

                สุดท้ายผลที่ได้ก็คือลวดลายแบบเดียวกันของปลาตัวเดียวกัน ในตอนที่ปลายังเล็กๆกลับดูน่าสนใจขึ้นมากมายเมื่อมันเติบใหญ่ขึ้นมา ขอให้ระลึกไว้ว่า ในปลาคุณภาพระดับสูง ๒ ตัวที่มีคุณภาพสูงเท่าๆกัน ตัวที่มีลวดลายสวยกว่าอาจมีราคาสูงกว่าถึง ๑๐ เท่าเลยก็เป็นได้ แต่จุดประสงค์ของการนำเสนอเรื่องปลา(อนาคต)นี้ไม่ได้จะชี้นำให้รีบออกไปหาซื้อปลาที่มีลายทื่อๆเป็นตอนๆ ไม่น่าสนใจมากนักมาเลี้ยงแต่อย่างได แต่เพียงจะชี้และเน้นให้เห็นว่าลวดลายที่ดูทึบๆใหญ่ๆนั้นเหมาะกับปลาใหญ่มากกว่าปลาเล็กอย่างไรเท่านั้นเอง นอกจากนั้นโดยปกติแล้วลวดลายของปลานี้เองที่เป็นตัวปลุกปั่นผลักดันราคาให้สูงขึ้นไปจนเกินที่ผู้คน(ทั่วไป)จะเอื้อมถึง

 

คุณภาพสีดำ (SUMI QUALITY)

คุณภาพสีดำก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างปัญหาในการเลือกปลาสำครับผู้เลี้ยงปลาได้ ยกตัวอย่างเช่นการเลือกปลา SHOWA เป็นเรื่องปกติที่ผู้เลี้ยงปลาจะเลือกซื้อปลาที่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีสีดำที่ดีที่มากในอนาคตเนื่องจากมองเห็นสีดำที่ฝังอยู่ใต้ผิวปลามาก แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าปลานั้นจะโตมาแล้วมีดำที่ดีเพราะในบางครั้งสีดำที่ฝังอยู่นั้นอาจไม่พัฒนาขึ้นมาบนผิวเลยก็เป็นได้ SUMI (ซูมิ) นั้นมีอยู่หลายชนิด แต่ข้าพเจ้าจะพยายามอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีคำหลักๆ ๒ คำที่ใช้อธิบายลักษณะของซูมิ อันที่ ๑ คือ HONZUMI ซึ่งก็คือ ซูมิที่มีคุณภาพระดับสูงและมีความมันเงา ส่วนแบบที่ ๒ คือ NABESUMI คือ ซูมิที่คุณภาพต่ำดูทึมๆ (ด้านๆมั้งครับ)

 

เมื่อเรามองดูที่ซูมิบนตัวปลา สิ่งสำคัญในการดูคุณภาพซูมิคือ เราจะต้องมองหาหรือมองเห็นซูมิที่ดี(ที่สุด)บนเกร็ดของปลาอย่างน้อย ๑ เกร็ดเพื่อประเมินและคาดเดาคุณภาพของสีดำของปลาตัวนั้น  เราอาจคาดเดาได้ว่าปลาตัวนั้นๆมูมิที่ดี หากปลามีเกร็ด(อย่างน้อง๑เกร็ด) ที่มีสีดำที่ด๊ำดำและมันวาวและจะยิ่งดีขึ้นไปอีกหากสีดำบริเวณตรงกลางของเกร็ดมีความเข้มมากกว่าบริเวณขอบเกร็ด ในบางกรณีที่ปลาบางตัวมีสีดำบริเวณขอบเกร็ดมากกว่าตรงกลาง (เหมือนตาข่าย) นั่นเป็นตัวบอกว่าสีดำของปลาตัวนั้นไม่ดีเท่าแบบแรก (ที่ส่วนกลางเข้มกว่าขอบ) สีดำแบบนี้ (ขอบเข้มกว่ากลาง) จะซีดจางหรือดร็อปลงได้เมื่อปลาถูกทำให้เครียด เช่น ถูกตักมาใส่กะละมังเพื่อดูเป็นเวลา ๑ ถึง ๒ นาที หรือนานๆ

 

ซูมิที่มีจุดเริ่มต้นจากกึ่งกลางเกร็ดจะพัฒนาได้ดีต่อไปในอนาคต แต่แบบที่ดูเป็นตาข่ายๆนั้นมีโอกาสที่จะคงอยู่ในลักษณะของ KAGE ซูมิต่อไป ควรระวังในการดูปลาที่มีสีดำทับบนสีแดง ในกรณีนี้ควรจะพยายามมองหาสีดำที่บนพื้นสีขาวไม่ว่าจะหายากหรือมีน้อยขนาดไหน และพยายามมองให้ดีที่สุดใส่ใจกับสีดำที่อยู่บนพื้นขาวให้มากที่สุดเพื่อประเมินคุณภาพของซูมิ สิ่งสำคัญอีกประการคือในการประเมินคุณภาพซูมินั้นให้มองข้ามสีดำที่อยู่บนพื้นแดงไปเลยแต่ให้พยายามมองหาดำบนพื้นขาวแทน

 

MOTOGURO (โมโตกุโร สีดำที่ฐานครีบว่าย) เป็นอีกส่วนที่ควรสังเกต โมโตกุโรที่มีสีดำล้วนนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะคงอยู่อย่างนั้นตลอดไป แต่หากกระดูกครีบ RAY ผมเดาว่าน่าจะใช่นะครับ) บนครีบว่ายมีสีขาวก็เป็นไปได้มากกว่าที่สีดำจะหดลงหรือลดลง (บางตำราบอกว่าพื้นที่สีขาวจะเพิ่มขึ้นเมื่อโตขึ้นไม่ใช่สีดำหดลง หึหึ แต่สรุปก็จบเหมือนกันนั่นแหละครับ) และจะพัฒนาไปเป็นโมโตกุโรที่สวยงามได้ นอกจากนี้โมโตกุโรสามารถเกิดได้ในภายหลังแม้จะไม่มีสัญญาณสีดำบนครีบ(ที่มองเห็นด้วยตา)ในตอนแรกเลย หากครีบว่ายดูมีสีขาวล้วนให้พยายามมองที่โคนครีบว่ายที่อยู่ใกล้ตัวปลาที่สุด หรืออาจพยายามมองหาสีดำที่โคนกระดูกข้อต่อ(ball of the pectoral joint) หากสามารถมองเห็นเส้นดำหรือสีดำบางๆเพียงเล็กน้อย นั่นแปลว่าเรายังมีความหวังอยู่(ที่จะเกิดโทโตกุโร่)

 

ข้าพเจ้าหวังว่าบทความนี้และบทความอื่นๆจะสามารถช่วยให้ทุกท่านหาปลาที่ดีและมีความสุขกับการเลี้ยงพวกมันไปได้อีกเนิ่นนาน  แต่โปรดจำไว้ว่า คุณจะได้ของในระดับคุณภาพตามราคาที่คุณจ่ายไป ดังนั้นหากคุณมีงบประมานไม่มาก แต่กลับจู้จี้จุกจิกมากเกินไปหลังจากได้อ่านบทความนี้แล้ว ก็จะเป็นไปได้ว่าคุณจะไม่มีทางหาปลาที่ตรงกับความต้องการของคุณได้เลย

 

(ข้อความบางส่วนของบทความนี้คัดกรองมาจาก Koi Carp magazine)

แปลจากบทความของ คุณ Elmen Tan

Translated from an article written by Mr. Elmen Tan:

1. http://www.mykoikichi.com/koi_appreciation/choosing-young-koi-with-potential-part-1-of-2/

2. http://www.mykoikichi.com/niigata_news/choosing-young-koi-with-potential-part-2-of-2/

This article is translated by POKKET KRITTAYAWORAKUL for academic purposes.