junior MBA
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 ผมได้ไปร่วมโครงการ junior MBA ณ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ตึกบัญชี ซึ่งเป็นโครงการที่คัดนักศึกษาจบใหม่จากทั้วประเทศที่ผ่านการทดสอบจำนวน 70 คนมาเข้าโครงการ ครั้งนี้เป็นการสอนครั้งที่ 4 และนักศึกษาที่เข้าร่วมฟังก็ตั้งใจเพื่อนำความรู้ที่ได้ในวันนี้ไปปรับใช้กับตัวเองและสังคมต่อไป ผมยังได้ให้การบ้านเพื่อกระตุ้นให้คิดร่วมกันสองกลุ่มทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกและอบอุ่น
กลุ่ม 1
กลุ่ม 2
อาจารย์เป็นครู และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกศิษย์เสมอเลยนะค่ะ อยากให้นักศึกษาปี 1 ทุกคนได้เรียนรู้ วิชา ศีลธรรม และวัฒนธรรมไทย จะได้เรียนรู้ และธำรงรักษาสิ่งดีงามของชาติเอาไว้ เป็นการติดอาวุธทางปัญญาท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์
ผมมาพูดเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กับการเปิดประชาคมอาเซียนเสรี ในโครงการ Junior MBA ซึ่งครั้งนี้เป็นปีที่ 4
ในปีนี้ผมยุ่งมาก จึงเลื่อนเป็นวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากงานในโครงการของกฝผ. และการเตรียมตัวในโครงการพลังงาน
ตอนแรกผมไม่คิดว่านักศึกษาจะมีความสนใจมากอย่างนี้ เนื่องจากเป็นวันศุกร์ เวลาก็เย็นมากแล้ว แต่พอเข้าห้องประชุมที่ตึกบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้ เป็นนักศึกษาจบใหม่จากทั่วประเทศที่ผ่านการทดสอบจำนวน 70 คนมาเข้าโครงการ มานั่งรอผมด้วยความสนใจ และมีความตั้งใจเป็นอย่างสูง
ในวันนั้นผมให้เขาทำworkshop เรื่อง AEC กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 มองระบบการศึกษาของไทยในการเข้าสู่ AEC อย่างไร พบว่านักศึกษามีการระดมความคิดเห็นอย่างน่าสนใจ และทุกคนมีส่วนร่วม
สรุปแล้ว การศึกษาของไทย ควรทำ 3 อย่าง คือ
1) สอนให้เด็กไทยคิดดี คือเป็นคนดี และมีจริยธรรม
2) คิดเป็น คือ สามารถวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาได้
3) มีความใฝ่รู้ ซึ่งในบางครั้ง คนในกระทรวงศึกษา มองสิ่งเหล่านี้ไม่ออก
ผมถามเขาว่า เขาจะทำอย่างไร สิ่งที่น่าสนใจคือ นักศึกษาสรุปว่า อยากให้มีครูที่มีคุณภาพ ทำให้เด็กมีความสามารถทีจะทำให้เป็นคนคิดดี คิดเป็น และ มีความใฝ่รู้
ผมสรุปว่า เรื่องครูเป็นประเด็นที่สำเร็จได้ยาก เพราะครูในปัจจุบันไม่สามารถทำให้เด็กคิดดี คิดเป็น และใฝ่รู้ได้ เนื่องจากครูสมัยนี้ชอบสอนให้เด็กจำ และลอกเลียนแบบ
กลุ่มที่ 2 ในเรื่องของการเตรียมบุคลากรในองค์กร ว่า SME ในไทย จะอยู่รอดอย่างไรใน AEC
สรุปได้เป็น 3 เรื่อง คือ
1) ต้องฝึกเรื่องภาษาก่อน ไม่ว่าจะเป็นภาษอังกฤษ และภาษาอาเซียน
2) หลังจากฝึกเรื่องภาษาแล้ว SME ต้องมีความสามารถสื่อสารกับประเทศAEC ได้
3) การสื่อสาร ต้องเน้นทุนทางวัฒนธรรมเป็นหลัก ควรใช้เรื่องภูมิปัญญาที่เราทำกันมานานเป็นจุดขาย และเป็นจุดแข็ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเกษตร การท่องเที่ยว และสุขภาพอนามัย และ เอาทุนทางวัฒนธรรมทัง 3 ด้านมาเชื่อมโยงกันด้วย
ขอบคุณคุณโตสิฐ ที่เชิญผมมาบรรยายเป็นปีที่ 4 และขอบคุณนักศึกษาทุกคนที่ตั้งฟังและร่วมกันแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างดีครับ