จุดพึงระวัง ในเรื่องเครือข่ายวิชาการระหว่างสถาบันอุดมศึกษาก็คือ หัวหน้าโครงการแต่ละศูนย์ มักอยู่ที่มหาวิทยาลัยวิจัย จึงต้องระมัดระวัง ไม่เอาวัฒนธรรมวิชาการของมหาวิทยาลัยวิจัย ไปครอบงำอาจารย์หรือนักวิจัยที่มาจากมหาวิทยาลัยประเภทอื่น ที่ต้องการวัฒนธรรมวิชาการต่างกัน และมหาวิทยาลัยลูกข่ายที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัยระดับโลก ก็พึงระมัดระวังข้อด้อยนี้
 
          สกอ. ริเริ่ม ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒   และบัดนี้เข้าระยะที่ ๓ ดังเอกสารนี้ เวลานี้โครงการศูนย์ความเป็นเลิศฯ บริหารโดย สำนักพัฒนาบัณฑิตศึกษาและวิจัยด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สบว.)

 

          จากการพูดคุยกับ ศ. ดร. วิชัย ริ้วตระกูล ผอ. ศูนย์เป็นเลิศทางเคมี หรือในชื่อทางการว่า โครงการพัฒนาบัณฑิตศึกษาและการวิจัยทางเคมี    ผมสรุปกับตนเองว่า เป้าหมายหลักของศูนย์ความเป็นเลิศ ในปัจจุบัน น่าจะมี ๓ อย่าง คือ (๑) สร้างความรู้ (วิจัย)  (๒) สร้างคน ได้แก่บัณฑิตปริญญาเอก ปริญญาโท   และนักวิจัยชั้นยอด คือตัวอาจารย์  (๓) สร้างความเชื่อมโยงหรือเครือข่ายทางวิชาการระหว่างสถาบัน และระหว่างศาสตร์ ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ

 

          การประเมินผลงานของโครงการนี้ระยะที่ ๓ น่าจะประเมินทั้ง output / outcome   และประเมินกระบวนการดำเนินการ เพื่อให้ได้ผลกระทบต่อประเทศตามเป้าหมายนี้

 

          จุดพึงระวัง ในเรื่องเครือข่ายวิชาการระหว่างสถาบันอุดมศึกษาก็คือ   หัวหน้าโครงการแต่ละศูนย์ มักอยู่ที่มหาวิทยาลัยวิจัย   จึงต้องระมัดระวัง ไม่เอาวัฒนธรรมวิชาการของมหาวิทยาลัยวิจัย ไปครอบงำอาจารย์หรือนักวิจัยที่มาจากมหาวิทยาลัยประเภทอื่น    ที่ต้องการวัฒนธรรมวิชาการต่างกัน    และมหาวิทยาลัยลูกข่ายที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัยระดับโลก ก็พึงระมัดระวังข้อด้อยนี้
 
 
วิจารณ์ พานิช
๑๗ เม.ย. ๕๕