ความว่างเป็นได้ทั้งคุณและโทษต่อชีวิต
ในวัยเยาว์
ความว่างน่าจะเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ
เพราะมันเป็นความว่างจากคุณค่าแห่งชีวิต
ปฏิสัมพันธ์ภายในครอบครัว และการเรียนรู้ในโรงเรียน
ที่ผิดพลาด
ทำให้ศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ของเด็กและเยาวชนถูกละเลย
พลังแห่งความเป็นมนุษย์ถูกทำลายหรือบ่อนเซาะ
จนเขาว่างเปล่าจากจินตนาการ
ว่างเปล่าจากแรงบันดาลใจ ไม่เข้าใจศักยภาพของตนเอง
หมดความเชื่อมั่นในตนเอง
ไม่มีศรัทธาต่อความดีงาม และการสร้างสรรค์
ที่ตนเองมีหน่ออ่อนอยู่เต็มเปี่ยม
ความว่างเช่นนี้ เกิดจากวัฒนธรรม และการศึกษา
ที่ทำลายศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์
ทำให้พลังความดีงามของมนุษย์สูญหายไป
แต่ในอีกด้านหนึ่ง มนุษย์ต้องการความว่าง
ว่างจากความเห็นแก่ตัว ว่างจากมายาแห่งตัวตน
ที่ปิดกั้นความยิ่งใหญ่ที่อยู่เหนือตัวตน
ที่ยกระดับไปสู่ความงอกงาม ความงดงาม และความเป็นธรรมชาติ
ธรรมชาติแห่งสรรพสิ่งที่เข้ามาประกอบกันเข้าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มีคุณค่ากว่าสิ่งที่เราเข้าใจและสัมผัสได้
คือการผุดบังเกิดเป็น “ภพภูมิใหม่” (new order)
ของความซับซ้อนแห่งธรรมชาติ
ตัวตนคือภูเขาแห่งวิถีธรรม
ตัวตนปิดกั้นการเข้าถึงความยิ่งใหญ่แห่งธรรมสัจจะ
ปิดกั้นให้เราอยู่ได้เพียงในภพภูมิแห่งสมมติสัจจะเท่านั้น
ว่างจากตัวตน ว่างจากความยึดมั่นถือมั่น
จักเปิดประตูสู่ความจริงแท้แห่งชีวิต
แต่ในวัยเยาว์
(และรวมทั้งวัยชรา) เราต้องเชื่อมั่นในคุณค่าแห่งชีวิต
เชื่อมั่นในคุณค่าของการเรียนรู้
เชื่อมั่นในคุณค่าของปฏิสัมพันธ์กับกัลยาณมิตร
เชื่อมั่นในคุณค่าของแรงบันดาลใจใฝ่ดี
เชื่อมั่นในคุณค่าของการลงมือทำ
เชื่อมั่นในคุณค่าของการเรียนรู้จากการลงมือทำ (ปฏิบัติ)
เชื่อมั่นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ
เราต่องไม่ว่างเปล่าจากธรรมะเหล่านี้
ชีวิตมนุษย์ และธรรมทั้งหลาย อยู่กับความว่าง
และความไม่ว่าง ดังนี้แล
หมายเหตุ
รำพึงรำพันนี้ ไม่มีถูก ไม่มีผิด
เป็นรำพึงรำพันแห่งความว่างจากถูก-ผิด
วิจารณ์ พานิช
๑
เม.ย.๕๕