เวทีเล็กๆแห่งนี้ นอกจากที่จะให้โอกาสกับนักคิดได้มาพูดแล้ว ยังสามารถสร้างนักพูดได้ด้วย
หลังจากที่ได้ทาบทามเชิญมาหลายครั้ง แล้ววันนี้ “อ้ายบุญธรรม” จากห้อง Lab ก็ยอมมาเป็นคนเล่าเรื่องในเวทีเรื่องเล่า หลังจากที่ผู้เขียนชักชวนสนทนาเพื่อสร้างความคุ้นเคยและเป็นกันเองสักพักอ้ายบุญธรรม ก็ผ่อนคลาย สอบถามได้ความว่า ที่ไม่อยากมาเล่าเรื่อง เพราะรู้สึกเกร็งและไม่กล้า แต่พอได้มาสัมผัสเข้าจริงๆไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แถมยังบอกว่าก่อนเกษียณยังอยากหาเรื่องราวดีๆมาเล่าอีก
ตามอ่านเรื่องเล่าจากแนวคิดที่จะพัฒนางานของอ้ายบุญธรรมนะคะ อ้ายบุญธรรมบอกว่า ปกติแผ่นสไลด์ที่ใช้แล้วและผ่านการล้างทำความสะอาด จะต้องนำไปเรียงในกล่องเก็บสไลด์ ซึ่งเก็บเรียงได้จำนวนไม่มาก และเมื่อจะต้องนำสไลด์ไปอบเพื่อฆ่าเชื้อ ก็ต้องเทใส่ถาดจึงจะนำแผ่นสไลด์ไปอบความร้อนฆ่าเชื้อ ซึ่งอาจไม่ทั่วถึงเพราะสไลด์อาจซ้อนทับกันไปมา จึงเกิดแนวคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานี้
กล่องเก็บสไลด์
จึงได้นำเอาแกะเอาแผ่นกระดานจากลังบรรจุของ มาเลื่อนและแกะเนื้อไม้ออกให้เป็นช่องๆสำหรับที่จะวางแผ่นสไลด์สลับกันไปมาได้ และใช้ลวดขึงตรึงสำหรับให้แผ่นสไลด์ได้พาดในลักษณะเอียง ซึ่งทำให้เรียงแผ่นสไลด์ได้จำนวนนับร้อยแผ่น และเมื่อจะอบความร้อนก็สามารถนำเข้าใส่ตู้อบได้เลย ดังภาพ
ต่อมาก็ได้พัฒนาให้ฐานตะแกรงมั่นคงขึ้น โดยนำเอาขาจับราวผ้าม่านที่ไม่ใช้แล้วมายึดติดทั้งหัวท้ายของตะแกรง
พอคุ้นชินกับการเล่าเรื่องในเวทีสบายๆสไตล์ผู้เขียนแล้ว คราวนี้เรื่องเล่าพรั่งพรู....อ้ายบุญธรรม ยังเล่าถึงแนวคิดง่ายๆที่ต้องการทำให้การทำงานง่ายขึ้น โดยใช้พื้นที่ว่างที่ขอบหน้าต่างห้องทำงานและมีแสงแดดส่องถึงเกือบตลอดให้เกิดประโยชน์ โดยเอาตะปูตอกที่ริมหน้าต่างและนำเอาหลอดแก้วมาครอบไว้ สำหรับนำกระบอกแก้วและอื่นๆมาคว่ำ ผึ่งให้แห้งหลังจากล้างทำความสะอาดแล้ว
คนที่คอยเชียร์และล้อมวงให้กำลังใจในวันนั้น
เห็นไหมคะว่า.... เวทีเล็กๆแห่งนี้ นอกจากที่จะให้โอกาสกับนักคิดได้มาพูดแล้ว ยังสามารถสร้างนักพูดได้ด้วย เหมือนที่นักพูดระดับเซียนได้กล่าวไว้ว่า “ การที่จะเป็นนักพูดที่ดีนั้นไม่ได้เกิดจากความบังเอิญหรือกรรมพันธุ์ แต่เกิดจากการตั้งใจและพยายามฝึกฝน”

ขอบคุณค่ะ

พี่เขี้ยวขา...
มาชม มาเชียร์ เวทีนี้มีพี่เลี้ยง(เขี้ยว) อิอิ....
คิดถึ้ง คิดถึง ขนาด...
น่าชื่นชมทั้งกระบวนการและผลงานค่ะ เวทีเล็กๆแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ.และพัฒนางานในหลายมิติ..
ขอบคุณที่แวะไปชมพิทูเนีย..เลยเอาภาพดอกไม้หอม ที่คุณมนัญญาสนใจมาฝากค่ะ...อืม..พิทูเนีย ไม่ได้มีกลิ่นหอมทุกสายพันธุ์นะค่ะ ที่แปลกใจเช่นเดียวกับคุณมนัญญาคือ ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นไม้ดอกมีกลิ่นหอม เริ่มปลูกก็เพราะดอกหลากสี ตัดกับสนามหญ้าสีเขียวดูแล้วสบายตาค่ะ แต่เมื่อปลูกแล้วมีกลิ่นหอมก็เลยยิ่งชอบ..ขอสารภาพว่าไม่ได้ปลูกเองนะค่ะ..คุณแม่และน้องที่บ้านลงมือซะเป็นส่วนใหญ่ปลูกไว้ริมระเบียงก็จะได้หอมยามค่ำๆค่ะ..อย่างที่เห็นในภาพ
เมื่อวานค่ำๆบนถึงนะคะ
มาชม
ความรู้อยู่ในคนที่เดินดินกินข้าวนะครับ
ค้นหาเจอแล้วนำมาบอกต่อนะครับผม...