พระแดกแหลก (กลับตาลปัตร..๑๒)


วัฒนธรรมการใส่บาตรของผู้คนในพุทธศักราช (๒๕๔๒) นี้แตกต่างไปจากเดิมมาก เพราะในยุคพลาสติกนี้แทบจะไม่เห็นลูกศิษย์ถือปิ่นโตตามพระเหมือนในสมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็ก อย่างมากที่สุดก็ถือย่ามเดินตาม เพราะญาติโยมจะใส่บาตรเฉพาะข้าวเท่านั้น ส่วนกับข้าวนั้นส่วนมากจะบรรจุใส่ถุงพลาสติก   รัดยางเรียบร้อย ทำให้สะดวกมาก 

 

พอมาถึงวัดก็มักจะมีญาติโยมอีกชุดหนึ่งยกกับข้าวมาถวายที่วัด พร้อมกับมาช่วยจัดสำรับให้พระ และคอยเก็บกวาดซักล้างหลังจากพระฉันเสร็จแล้วด้วย น่าอนุโมทนาในศรัทธาของญาติโยมเหล่านี้จริงๆ

 

วัดป่าที่ผู้เขียนไปอาศัยอยู่ด้วยใช้วิธีเอากับข้าวทั้งหมด...มาเทรวมกัน แล้วจัดใหม่แบบบุฟเฟต์ ......พระแต่ละองค์ก็เดินแถวกันไปตักใส่บาตร (ตามลำดับอาวุโส..หลวพี่ด๊อกองค์สุดท้าย   อดฉันสิ่งที่หมายตาไว้แต่แรก...ตามเคย)   จากนั้นมานั่งสวดอวยพรให้พรญาติโยม     เสร็จแล้วก็แยกย้ายกันไปฉันใครฉันมัน....ตามร่มไม้ ชายกุฏิ

 

แต่ต้องฉันในบาตรด้วยนะ    ห้ามฉันในในจานที่แยกออกมา  หลวงพ่อใหญ่ท่านเจ้าอาวาสท่านว่า...นี่เป็นพระวินัย   ที่ว่า ในระหว่าง(เข้า)พรรษาห้ามพระฉันร่วมวง ต้องฉันเดี่ยวและฉันในบาตรเท่านั้น ....ยกเว้นเมื่อได้รับกิจนิมนต์ก็อีกเรื่อง...อนุโลมได้

 

ส่วนใครจะฉันเพลด้วยหรือไม่ก็ไม่ว่ากัน ถ้าใครต้องการฉันเพลก็ให้ขะยักข้าวและกับข้าวไว้ในบาตรนั่นแหละ แล้วก็ฉันเองตามอัธยาศัยในเวลาอันควร   

 

สำหรับอาตมาก็ฉันมื้อเดียวบ้าง สองมื้อบ้าง  ไม่แน่นอน  (ส่วนใหญ่ฉันมื้อเดียว ยกเว้นวันที่มีอาหารดีมากๆ เช่นวันพระ  ..ที่สู้กิเลสไม่ไหว..ก็ขยักไว้)     .....  แต่ไม่ว่าจะฉันมื้อเดียวหรือสองมื้อก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องความหิวเลย และก็ไม่ได้ฉันนมหรืออะไรในยามเย็นเลย .....ซึ่งต้องนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดหวังมาก่อน เพราะเคยคาดหวังว่าตัวเองคงจะต้องหิวท้องกิ่วทรมานสังขารมาก   เพราะปกติตอนเป็นฆราวาสจะกินสี่มื้อเป็นปกติ...โดยเฉพาะมื้อดึก จะมากและอร่อยเป็นพิเศษ

 

ที่ไม่หิวนั้นคิดว่าอาจจะเป็นเพราะ”บารมีผ้าเหลือง”ก็เป็นได้

 

การไม่กินข้าวเย็นมีอานิสงส์มาก เพราะทำให้ไม่ต้องวุ่นวาย แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ทำให้ร่างกายเบาสบาย จิตใจปลอดโปร่งฉับไว ไม่อึมครึมและง่วงงุ่น เหมาะแก่การทำสมาธิวิปัสสนา

 

...พระถางทาง

 

 

หมายเลขบันทึก: 485781เขียนเมื่อ 22 เมษายน 2012 17:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 เมษายน 2012 07:42 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (3)

เชื่อว่า เป็นเพราะบารมี จากการตั้งใจจริง ทำให้ไม่หิว หากทำสมาธิวิปัสนาแล้ว จิตนิ่งมากขนาดนั้น น่าจะได้ฌานบ้างนะ เช่น หยั่งรู้จิตใจคนอื่น มีลางสังหรณ์ที่แม่นมาก อะไรประมาณนั้น

ใจหมาพอทายออก เพราะไม่รู้เป็นไรแคล้วคลาดจากการถูกมากัดมาเยอะมาก หมาดุๆ เจอเรามันยอมสยบ ขนาดยอมเป็นบริวารเดินตามก็มี แต่ใจคน หึหึ อ่านยากกว่าใจหมาเยอะ อิอิ

เคยสังเกตว่า คนที่หมายอม เป็นคนที่อ่อนโยน นุ่มนวล จริงใจ ในใจคอยเมตตาคนอื่น และมีใจมั่นที่จะทำอย่างนั้น และถ้าในตอนนั้นๆ อารมณ์ดี มันจะเข้ามาหาเอง มาชวนให้ลูบหัว อาจารย์เป็นอย่างนี้หรือเปล่า

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี